ร้าน/ธุรกิจ (ที่ใช้บริการประจำ) ปิดตัว/ยุบสาขา

กำลังจะครบ 2 เดือนแรกของปี 2569 ก็เจอเรื่องที่ร้านค้า/บริษัท/ร้านอาหารปิดตัวเพราะขาดทุนสะสมและ/หรือไม่สามารถจ่ายค่าเช่าที่ได้ เลยทำให้ต้องยุบ/ปิดตัวลง ตกลงแล้วเศรษฐกิจมันไม่ดีจริงๆใช่ไหม หรือเป็นวิธีการของบริษัทที่ไม่อยากขาดทุนไปมากกว่านี้ เห็นแล้วเศร้าใจ คิดว่าช่วงโควิดหนักแล้ว หลังโควิดหนักกว่า

เมื่อไม่กี่วันนี้รู้ข่าวว่าฟิตเนสที่เราเล่นจะยุบรวมสาขา/ปิดสาขาที่เราเล่นอยู่ จึงต้องโอนย้ายสมาชิกไปสาขาใกล้เคียง นี่เสียใจมากเพราะฟิตเนสที่เล่นเดินทางสะดวกกว่า คนไม่พลุกพล่าน ลูกค้าในฟิตเนสมีระดับนึงไม่ได้แน่เหมือนที่อื่น อย่างน้อยมีลูกค้าประมาณ 30 คน ที่เล่น free weight และเฉลี่ยคนที่เข้าคลาสประจำวัน 2 คลาสต่อวันในช่วงเย็น ประมาณ 15 คน และอย่างน้อย 20 คนที่เข้า 2 คลาสในตอนเช้า แต่ถ้าเทียบคนที่ซื้อบริการ trainer  เท่าที่เห็น มี trainer 4 คน  trainer 1 คนมีลูกค้า 2 คนต่อวัน ก็อาจน้อยไปล่ะมั้ง ประเด็นคือ เท่าที่ดูจำนวนลูกค้าและคนที่เข้าคลาสก็ไม่ได้น้อยเท่าไหร่ แต่คงเป็นผลจากการที่2-3 ปีนี้ fitness หลายที่ไม่ค่อยได้ขายราคาสมาชิกในราคาเต็มจริงๆ ส่วนใหญ่ขายในราคา promotion ซะมากกว่า เน้นปริมาณเข้าไว้ เลยมีผลเรื่องกำไร-ขาดทุนหรือเปล่า แต่เท่าที่คาดเดาได้อีกสาเหตุคือเรื่องการขึ้นค่าเช่าที่ เพราะเห็นร้านค้าในห้างหลายร้านทั้งที่เป็นร้านสาขาและร้านธุรกิจส่วนตัว ต่างทะยอยปิด/หาที่เช่าที่อื่นมาได้ 2 ปีแล้ว พนง.บอกว่าบ.ไม่ต่อสัญญาค่าเช่าที่เพราะเรียกสูงเกินไป (เพิ่มค่าเช่าที่)  เอาเป็นว่าถึงแม้ลูกค้าจะบ่นว่าไม่อยากย้ายเพราะเดินทางสะดวกกว่า มีที่จอดรถ อยู่ใกล้กับห้าง/ตลาด หาซื้อของกิน/ของใช้ได้ แต่ในเมื่อเจ้าของธุรกิจตัดสินใจแล้ว ลูกค้าอย่างเราก็ได้แต่ทำใจ

ส่วนอีกร้านคือร้านอาหารในห้าง นี่เห็นมาตั้งแต่ก่อนโควิดแล้วว่าร้านบางร้านที่เช่าที่ไว้มาก พอลูกค้าน้อยก็กั้นที่ให้ใช้พื้นที่เฉพาะส่วนเดียว อีก 5-6 เดือนก็ประกาศปิดสาขา แต่ตอนนี้ถึงร้านที่เราเป็นลูกค้าประจำแล้ว ร้านที่เรากินมันเป็นร้านที่บริษัทมีแบรนด์ร้านอาหารในเครืออยู่เยอะ ทั้งอาหารจานเดียว บุฟเฟ่ สินค้าเครื่องดื่ม ที่เราเลือกกินร้านนี้เพราะเป็นร้านที่ราคาอาหารถูกที่สุดในบรรดาทุกร้าน ยกเว้น food court ของห้าง ลูกค้าในร้านช่วงที่ไปกินไม่ได้มาก มี 4-5 โต๊ะช่วง 1 ทุ่ม บิลแต่ละโต๊ะน่าจะไม่เกิน 500 บาท เหตุผลที่ร้านต้องปิดเพราะบริษัทไม่ต่อสัญญาค่าเช่าที่ ซึ่งไม่รู้ว่าราคาเดิมหรือเพิ่มขึ้น ถ้ามองตามความจริง ก็เข้าใจได้ เพราะรายได้และจำนวนลูกค้าไม่ได้มาก กำไรน่าจะไม่เยอะ หรือเผลอๆอาจขาดทุนก็ได้ สู้ปิดไปก็คงไม่เสียหาย  ในทางเดียวกันจำนวนลูกค้าไม่ได้มาก ไม่ได้ส่งผลต่อลูกค้าและกำไรของห้างเท่าไหร่ จากที่มีเพื่อนทำงานในห้างริมน้ำแห่งหนึ่ง เขาบอกว่าร้านที่ไม่ทำกำไร ไม่ค่อยมียอด ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเท่าไหร่ ห้างเองเนี่ยแหละจะไม่ต่อสัญญาให้ร้าน และห้างจะหาหรือไปติดต่อร้านดังๆมาลงให้เอง อารมณ์เหมือนไอติมจีน 2-3 ปีก่อนบูมมาก มีทุกห้าง ตอนนี้ปิดกันเพียบเลย  แต่ก็ต้องยอมรับคนมันกินไม่เยอะเหมือนแต่ก่อนจริงๆ ถึงจะขายราคาถูก เน้นจำนวนลูกค้า แต่ถ้าลูกค้าไม่ซื้อ ก็อยู่ไม่ได้

นี่ยังไม่รวมบริษัทที่เพื่อนๆทำงานต่าง lay-off พนง.กันเรื่อยๆ เห็นแล้วก็เศร้าใจนัก เข้าใจว่าไม่มีอะไรต้องจีรังยั่งยืนตลอดไป แต่ช่ว3 2-3 ปีนี้ทุกอย่างหมุนเร็วจนน่ากลัว นี่คิดอยู่เลยว่าจะถึงตาเราเมื่อไหร่ แล้วเราจะเอาตัวรอดไหม ชีวิตเริ่มอยู่ยากยากขึ้น ยิ่งอายุมากขึ้นเราเห็นอะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไปและหายไป จนหลายครั้งก็แอบถอนหายใจอยู่หลายครั้ง นับถือคนแก่ๆหรือคนที่อายุมากๆนะว่า ทนเห็น ทนอยู่กับความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ได้อย่างไร ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวชามละไม่กี่สลึงจนชามละ 45 บาท

เพื่อนๆคิดเห็นหรือรู้สึกต่อสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้อย่างไรบ้างครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่