ปวดเข่า เข่าเสื่อม + สะบ้าอักเสบ: ทำไม ”ปั่นจักรยาน“ ตามคำแนะนำแล้วยิ่งเจ็บ? ฝืนต่อหรือพอแค่นี้?

กระทู้สนทนา
"คุณหมอคะ มีแต่คนบอกว่าเข่าเสื่อมให้ไปปั่นจักรยาน แต่ทำไมยิ่งปั่น หนูก็ยิ่งเจ็บเสียวที่หน้าสะบ้ามากขึ้นคะ? ตอนนี้เดินก็ปวดจนเข่าบวมไปหมดแล้ว ควรไปต่อหรือควรหยุดดีคะ?"

นี่คือคำถามจากคนไข้ท่านหนึ่งที่สะท้อนปัญหาที่พบบ่อยมากครับ ความเข้าใจที่ว่า "ปั่นจักรยานช่วยเข่าเสื่อม" นั้นถูกต้องครับ แต่คำแนะนำนี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะ "สะบ้าอักเสบ" (Patellofemoral Pain Syndrome) ร่วมด้วย เพราะในขณะที่การปั่นจักรยานช่วยลดแรงกระแทกจากน้ำหนักตัว แต่มันอาจจะเพิ่ม "แรงบดเคี้ยว" ที่หน้าสะบ้าได้มหาศาลหากทำไม่ถูกวิธีครับ
---

### "ยิ่งปั่น ยิ่งบด... เมื่อลูกสะบ้ากลายเป็นตัวประกัน"

ผมมีเคสคนไข้ชื่อคุณนารี (นามสมมติ) อายุ 58 ปี คุณนารีมีภาวะข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น แต่ปัญหาใหญ่คือแกมี "ลูกสะบ้าผิดแนว" และอักเสบเรื้อรัง คุณนารีไปปั่นจักรยานตามที่เพื่อนแนะนำ เพราะไม่อยากเดินให้กระแทก ปรากฏว่าปั่นไปได้ 3 วัน เข่าบวมเป่งและมีอาการเสียวแปล๊บที่หน้าเข่าเวลาลุกขึ้นจากเก้าอี้

คุณนารีมาหาผมด้วยความท้อใจ "หมอคะ หนูทำตามที่เขาว่าดีทุกอย่าง ทำไมมันแย่ลง?" ผมเลยบอกคุณนารีว่า "จักรยานไม่ใช่ผู้ร้ายครับ แต่ 'การตั้งค่า' และ 'จังหวะ' ต่างหากที่ทำให้สะบ้าของคุณนารีถูกบดจนอักเสบ"
---

### ทำไมปั่นจักรยานแล้วยิ่งเจ็บสะบ้า? (สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้)

ลูกสะบ้าทำหน้าที่เหมือน "รอก" ที่ช่วยให้เราเหยียดขาได้แรงขึ้น เวลาเราปั่นจักรยาน ลูกสะบ้าจะถูกดึงให้ไปถูไถกับร่องกระดูกต้นขาตลอดเวลา สาเหตุที่ทำให้เจ็บมากขึ้นคือ:

1. ปรับอานเตี้ยเกินไป (Low Saddle Height): นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งครับ เมื่ออานเตี้ย เวลาปั่นเข่าจะงอมากกว่าปกติ แรงกดที่ลูกสะบ้าจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ยิ่งงอมาก สะบ้ายิ่งถูกบดแรง
2. ใช้เกียร์หนักเกินไป (High Resistance): การออกแรงปั่นหนัก ๆ เหมือนการสควอท (Squat) ซ้ำ ๆ นับพันครั้ง แรงบีบที่หน้าข้อจะทำให้เยื่อบุข้ออักเสบและบวมได้ง่าย
3. กล้ามเนื้อต้นขาด้านในไม่แข็งแรง: ทำให้ลูกสะบ้าถูกดึงเบี้ยวออกไปทางด้านนอกร่องกระดูก (Maltracking) แทนที่จะวิ่งตรง ๆ พอยิ่งปั่นก็ยิ่งเสียดสี
---

### แนวทางการรักษาและคำแนะนำ: ยังปั่นต่อได้ไหม?

คำตอบคือ: "หยุดพักจนกว่าอาการอักเสบเฉียบพลันจะหาย แล้วกลับมาปั่นใหม่ให้ถูกวิธีครับ"

### 1. การวินิจฉัยเพื่อแยกโรค

- X-ray ในท่าพิเศษ (Skyline View): หมอจะให้เอกซเรย์ท่าก้มตัวเพื่อดูว่าสะบ้าของท่านวางตัวอยู่ในร่องปกติไหม หรือเอียงไปทางไหน
- Ultrasound: ดูภาวะน้ำในข้อเข่า (Effusion) และดูความหนาของเส้นเอ็นรอบสะบ้าว่ามีการอักเสบหรือฉีกขาดหรือไม่

### 2. วิธีแก้ไขในระยะอักเสบ (เดินแล้วเข่าบวม)

- หยุดปั่นทันที: เมื่อเข่าบวม แสดงว่ามีการอักเสบของเยื่อบุข้อ (Synovitis) ต้องพัก
- ประคบเย็น: ครั้งละ 15 นาที วันละ 3-4 รอบเพื่อลดอาการบวม
- การฉีดยาลดอักเสบ: หากบวมมากจนงอขาไม่ได้ หมออาจใช้ Ultrasound นำทางเพื่อดูดน้ำในข้อออกและฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุดเพื่อลดความปวด

### 3. เทคนิคกลับไปปั่นอย่างไรไม่ให้เจ็บ

- ปรับอานให้สูงขึ้น: เมื่อนั่งบนอานแล้วเอาส้นเท้าวางบนบันไดขาควรจะเกือบตึง การงอเข่าที่น้อยลงจะช่วยลดแรงกดหน้าสะบ้าได้มหาศาล
- ใช้เกียร์เบาแต่รอบขาสม่ำเสมอ: เน้นปั่นชิว ๆ ไม่ฝืนออกแรงกดหนัก
- ปั่นจักรยานแบบเอนปั่น (Recumbent Bike): หากปั่นแบบตั้งตรงแล้วยังเจ็บ การนอนปั่นจะช่วยลดแรงกดที่สะบ้าได้ดีกว่า
---

### พยากรณ์โรค: จะกลับมาปั่นได้เหมือนเดิมไหม?

อาการสะบ้าอักเสบคู่กับเข่าเสื่อมรักษาให้ดีขึ้นได้ครับ แต่ต้องใช้การ "สร้างกล้ามเนื้อ" ควบคู่ไปกับการรักษาอาการปวด

- ระยะ 2-4 สัปดาห์: อาการบวมจะยุบลงด้วยการพักและยา
- ระยะยาว: หากเสริมกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) โดยเฉพาะกล้ามเนื้อด้านใน (VMO) ได้แข็งแรง สะบ้าจะวิ่งตรงร่องมากขึ้น และท่านจะกลับมาปั่นจักรยานเพื่อรักษาเข่าเสื่อมได้อย่างยั่งยืนครับ
---

### สรุป

ในกรณีของคุณ "ปั่นจักรยานต่อได้" ครับ แต่ต้อง "พักให้หายบวมก่อน" แล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยการ "ปรับอานให้สูง"และ "ใช้เกียร์เบา" อาการเดินแล้วเข่าบวมคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายรับไม่ไหว อย่าฝืนปั่นทั้งที่เจ็บเพราะจะยิ่งทำให้ผิวข้อสะบ้าพังเสียหายถาวรครับ
---

"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่