นักลงทุนอเมริกันกำลัง ถอนเงินออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เร็วที่สุดในรอบ 16 ปี
ข้อมูลล่าสุดจาก Bloomberg บอกว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯแล้วสูงถึง $75,000 ล้าน โดย $52,000 ล้านไหลออกตั้งแต่ต้นปี 2026 เพียง 8 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2010
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t42/1/16/1f50e.png[/img] ทำไมเรื่องนี้สำคัญ?
นับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2009 เป็นต้นมา สหรัฐฯ คือ จุดหมายปลายทางของนักลงทุนทั่วโลก แต่ตอนนี้ คนอเมริกันเองกำลังหนีออกจากบ้านตัวเอง นี่ไม่ใช่แค่ต่างชาติขายหุ้น US อีกต่อไป
ตัวเลขบอกทุกอย่าง: ในรอบ 12 เดือน S&P 500 ขึ้นแค่ 14% แต่ Nikkei (ญี่ปุ่น) ขึ้น 43%, STOXX 600 (ยุโรป) ขึ้น 26%, CSI 300 (จีน) ขึ้น 23% และ KOSPI (เกาหลีใต้) เพิ่มเป็นสองเท่า และทั้งหมดนี้ คิดในสกุลดอลลาร์นะครับ
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t45/1/16/1f6a8.png[/img] ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
Valuation Gap ชัดเจน — S&P 500 เทรดที่ P/E 21.8 เท่า ขณะที่ยุโรปอยู่ที่ 15 เท่า ญี่ปุ่น 17 เท่า จีน 13.5 เท่า เงินไหลตามมูลค่าที่ถูกกว่าตามธรรมชาติ
ดอลลาร์อ่อนค่าลง 10% ตั้งแต่ม.ค. ปีที่แล้ว — แม้ทำให้ซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศแพงขึ้น แต่เงินปันผลที่แปลงกลับเป็นดอลลาร์กลับ ได้ผลตอบแทนชดเชยได้
Rotation ครั้งใหญ่ จาก Growth/Tech → Value/Industrial/Defensive — หุ้นธนาคารยุโรปพุ่ง 67% เมื่อปีที่แล้ว สะท้อนว่าเงินไหลเข้าหุ้นวัฏจักรนอกสหรัฐฯ อย่างจริงจัง
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tdc/1/16/26a0.png[/img] ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่
Self-fulfilling prophecy — ยิ่งเงินไหลออกจาก US มาก ดอลลาร์ยิ่งอ่อน ยิ่งดอลลาร์อ่อน ผลตอบแทนตลาดต่างประเทศในสกุลดอลลาร์ยิ่งดี ยิ่งดึงเงินออกเพิ่ม — เป็น วงจรขาลงที่เร่งตัวเอง
AI Disillusionment — ตลาดเริ่มตั้งคำถามกับ Valuation ของ Nvidia, Meta, Microsoft อย่างจริงจัง ถ้า Big Tech ที่เป็น "เสาค้ำ" ของ S&P 500 สะดุด ผลกระทบจะรุนแรงมากเพราะน้ำหนักในดัชนีสูง
ความเสี่ยงทางนโยบาย Trump — สงครามภาษี + การแทรกแซง Fed + ความไม่แน่นอนทางการทูต ทั้งหมดนี้กัดกร่อน "Premium" ที่นักลงทุนเคยให้กับสินทรัพย์อเมริกัน
Crowded Trade ใหม่ — เมื่อทุกคนแห่เข้ายุโรปและ EM พร้อมกัน ก็มีความเสี่ยงที่ตลาดเหล่านั้นจะ overheated ได้เหมือนกัน เพราะกราฟราคาดัชนีหลายตัว ก็ชันแบบน่ากลัวนะครับ
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tac/1/16/1f4cc.png[/img] แล้วจะเกิดอะไรต่อ?
จับตา earnings season ของ Big Tech — ถ้าผลประกอบการไม่เซ็กซี่พอ การเร่ง rotation ออกจาก US หนักขึ้นอีก
นโยบายการคลังยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี ที่กำลังเปิดก๊อกใช้จ่ายด้านกลาโหมและโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นตัวเร่งให้เงินไหลเข้าตลาดฝั่งยุโรป โดยเฉพาะเยอรมันอีก
หาก ดอลลาร์อ่อนต่อเนื่อง — trend นี้จะยิ่งแรงขึ้น กลายเป็น structural shift ไม่ใช่แค่ tactical
สงครามภาษีของ Trump + ศึกศาลสูงสุด สร้าง policy uncertainty ที่ทำให้นักลงทุนระยะยาวหาทาง diversify ออกจาก US มากขึ้นอีก
สรุป ตลาดอื่น จะยัง Outperform ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไปอีกซักระยะครับ
Mr.Messenger รายงาน
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงกว่า 1% ทั้งกระดาน นักลงทุนหนีสินทรัพย์เสี่ยง หลังศาลสูงสหรัฐคว่ำภาษีทรัมป์-หวั่น AI กระทบธุรกิจ ทองคำพุ่ง น้ำมันขยับขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายวันจันทร์ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ท่ามกลางแรงเทขายในวงกว้าง หลังนักลงทุนกังวลต่อผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจสร้างความปั่นป่วนต่อภาคธุรกิจ ควบคู่กับความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ดัชนีหลักทั้งสามของสหรัฐปรับตัวลดลงมากกว่า 1% โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 821.91 จุด หรือ 1.66% ปิดที่ 48,804.06 จุด
S&P 500 ลดลง 71.76 จุด หรือ 1.04% ปิดที่ 6,837.75 จุด
และ Nasdaq Composite ลดลง 258.80 จุด หรือ 1.13% ปิดที่ 22,627.27 จุด
แรงกดดันสำคัญมาจากคำวินิจฉัย 6 ต่อ 3 ของ Supreme Court of the United States ที่ระบุว่า ประธานาธิบดีใช้อำนาจเกินขอบเขตในการประกาศเก็บภาษีตอบโต้ภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดรอบใหม่ด้านการค้า หลังผู้นำสหรัฐขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 15% เป็นการชั่วคราว แม้ก่อนหน้านี้จะบรรลุข้อตกลงกับหลายประเทศแล้วก็ตาม
พายุหิมะซ้ำเติม หุ้นสายการบินทรุด
ขณะเดียวกัน พายุฤดูหนาวรุนแรงที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของสหรัฐ ส่งผลให้การเดินทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอัมพาต โดยสนามบินในนคร New York City มีเที่ยวบินถูกยกเลิกถึง 89–98% หุ้นกลุ่มสายการบินและท่องเที่ยวร่วง 3.8% และ 3.7% ตามลำดับ ส่วนดัชนีขนส่งดาวโจนส์ปรับลด 2.9%
ด้านผลประกอบการ ไตรมาส 4 ใกล้สิ้นสุดฤดูกาลรายงานงบ โดยยังเหลือบริษัทในดัชนี S&P 500 อีก 77 แห่งที่ยังไม่รายงานผล และตลาดจับตาผลประกอบการของ Nvidia ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ด้าน AI ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธ
ทองคำพุ่ง น้ำมันขยับรับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยราคาสปอตพุ่งกว่า 2% แตะ 5,206.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สูงสุดในรอบสามสัปดาห์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนเมษายนปิดบวก 2.8% ที่ 5,225.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นท่ามกลางความกังวลความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.86% ปิดที่ 71.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9% ปิดที่ 66.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในรอบหลายเดือน
นักลงทุนอเมริกันกำลัง ถอนเงินออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เร็วที่สุดในรอบ 16 ปี และ ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรง นักลงทุนกังวล AI-ภาษี
S&P 500 ลดลง 71.76 จุด หรือ 1.04% ปิดที่ 6,837.75 จุด
และ Nasdaq Composite ลดลง 258.80 จุด หรือ 1.13% ปิดที่ 22,627.27 จุด