การรับมือหลังโดน ‘ ข่มขืน ’ ไปกระทั่งวิธีการดำเนินคดีจนเอาไอ้เxี้ยนั่นเข้าคุกไป 4 ปี
เรื่องสำคัญที่โรงเรียนไม่เคยมีสอน แต่เนจะมาสอน อย่างละเอียดด้วย ! ยาวหน่อยแต่อยากให้อ่าน เพราะเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับใครตอนไหนก็ไม่ใครรู้
ตัดสินใจอยู่นานว่าจะเขียนในเฟสดีไหมแต่โอเคในเมื่อเรื่องมันจบแล้ว และศาลฏีกามีคำพิพากษาแล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เนก็จะขอนำเรื่องตัวเองมาเป็นเคสตัวอย่างอธิบายให้หลายๆคนได้เห็นว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด
*** กรุณาไม่ทักมาถามไถ่พูดคุยให้กำลังใจมอบความหวังดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางแชท/ช่องทางส่วนตัว หรือต่อหน้านะคะ สามารถคอมเมนต์ในโพสต์นี้ได้ตามสบาย แต่ช่องทางส่วนตัวเนไม่ขอพูดคุย(ยกเว้นคนสนิท) เข้าใจว่าหวังดีค่ะแต่สภาพจิตใจไม่ได้ดีขนาดจะมาพร้อมคุยเรื่องนี้กับทุกคน เว้นแต่คนที่เป็นผู้เสียหายคดีทางเพศแล้วอยากจะมาปรึกษา อันนั้นเนยินดี ***
แชร์ได้ค่ะ ถึงจะเป็นเรื่องเซนซิทีฟแต่เนอยากให้ทุกๆคนได้รู้วิธีการรับมือมากกว่า กี่เคสแล้วที่เอาผิดคนเxี้ยๆไม่ได้ เพราะไม่รู้จะรับมือหรือเก็บหลักฐานยังไง
คดีนี้เนเป็นผู้เสียหาย ไม่ได้ดำเนินการเองในฐานะทนานความ (ตอนนั้นก็เป็นทนายแล้วนะแต่ให้อัยการช่วยดูแลให้เพราะจิตใจเราไม่ไหว)
เรื่องเริ่มมาจากเนไปเที่ยวกับเพื่อน 3 คนแถวข้าวสาร ปีหนึ่งไปร้านเหล้าไม่น่าถึง 3 ครั้งด้วยซ้ำก็ยังโดน สภาพโต๊ะเป็นโต๊ะรวมตัวใหญ่ๆ ที่แต่ละกลุ่มยืนห่างกันไม่ถึง 1 เมตร (ที่อื่นเต็มหมดแล้ว) เนไม่ใช่สายเที่ยวกลางคืน เพื่อนเนก็ไม่ใช่ แค่มันอกหักชวนกันมา การระมัดระวังในเรื่องพวกนี้เลยน้อย เพราะไม่คิดว่าจะเจอคนแย่ๆได้ขนาดนี้ ตอนนั้นก็ยังเด็กๆอยู่ด้วย
เหตุเกิดจากเพื่อน(A)เริ่มอาการไม่ดี ปวดหัว อยากอาเจียนหนัก ทั้งๆที่ไม่เคยเป็น เพื่อน(B)เลยพากลับไปพักที่โฮสเทลก่อน (ห่างจากร้านไม่ถึง 50 เมตร) แล้วจะรีบกลับมาหา ส่วนเนยืนเฝ้าโต๊ะรอ สติสัมปะชัญญะครบถ้วน ไม่ได้รู้สึกเมาหรืออะไรเลย ข้างๆมีคู่ชายหญิงมาชวนเต้นชวนตื่นมาพักๆ (ผญ เป็นคนเข้าหาเลยไม่อะไร ผช ไม่ได้เข้ามาใกล้เท่าไหร่)
แล้วนั่นแหละ รู้ตัวอีกทีก็ตอนเที่ยงของอีกวันที่บ้านผชคนนั้นแถวพระรามสอง
สรุปคือเนโดนวางยา
นี่คือเรื่องคราวๆ เนขอไม่ลงรายละเอียดว่าโดนทำอะไรบ้าง เพราะสาระสำคัญที่จะมาโพสต์คือวิธีการรีบมือ
*** เรื่องแรกที่ควรรู้สำหรับคนที่ไปเที่ยวแล้วอยู่ๆเพื่อนตัวเองหาย ! ***
- ถามคนในร้าน ถามการ์ดร้าน วิ่งหารอบๆพร้อม
- โทรหา พ่อ แม่ แฟน คนใกล้ตัว ไปเลยค่ะ ให้มาช่วยกันตามหา ไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวใครรู้ คนหายสำคัญกว่า (อย่างน้อยก็ต้องตามพ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ หรือสามีภรรยาของคนที่หายสักคนมาด้วยเพื่อให้เขาแจ้งความ (เพื่อนแจ้งไม่ได้เพราะไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย)
- ไปแจ้งความกับตำรวจว่ามีคนหาย (เพื่อนทำได้แค่ร้องทุกข์จะแจ้งความไม่ได้ ต้องให้ญาติแจ้ง สิ่งที่ทำได้ต่างกันเยอะ) แต่ว่าบางทีตำรวจอาจจะยังไม่ทำอะไรให้เพราะเขาจะอ้างว่าหายยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง ตอนนี้มีอะไรกดดัน ใช้เส้นใช้สายอะไรก็รีบใช้เลยค่ะ ขู่มาตรา 157 ไปเลย (เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่)
หรืออย่างน้อยๆก็ขอใบนำจากตำรวจไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้าน แต่ทางที่ดีที่สุดคือทำยังไงก็ได้พาตำรวจสักคนไปขอดูกล้องวงจรปิดที่ร้านให้เร็วที่สุด เราจะได้รู้ว่าเพื่อนเราอยู่ไหน ยังอยู่ในร้าน หรือโดนใครพาไป ( แต่ละร้านอาจจะไม่เหมือนกัน ปกติไปขอเฉยๆที่ร้านจะไม่ให้ ต้องพาตำรวจหรือไม่ก็มีใบนำไปขอด้วย คะยั้นคะยอยังไงก็ได้ให้ตำรวจไปขอกับเรา เพื่อความชัวร์ )
ถ้าเจอก็เก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเอาไว้เท่าที่ทำได้ในตอนนั้น (หลายร้านจะลบกล้องภายใน 7 วัน อย่าลืมกลับมาเอาไดร์ฟไปเซฟข้อมูลทั้งหมดด้วย ต้องใช้ในชั้นศาล) เอาหลักฐานหรือภาพถ่ายจากกล้องไปให้ตำรวจสายสืบ (ไม่ใช่ตำรวจเวรที่รับเรื่องลงบันทุกประจำวันนะ ต้องตำรวจสายสืบเท่านั้น ขอเข้าพบให้ได้ ตำรวจสายสืบจะสามารถตรวจสอบ เส้นทาง กล้องวงจรปิดกทม. ข้อมูล เบอร์โทร ทะเบียนราษฏร์ ที่อยู่ อะไรได้หมด )
เคสเน ง่ายขึ้นเพราะมันแอดไลน์เนมาด้วย แล้วมือถือเนอยู่ที่เพื่อนB แต่เนจำไม่ได้หรอกว่าบอกไอดีไลน์ให้ตอนไหนเพราะความทรงจำมันหายไปช่วงหนึ่ง เห็นว่าเพื่อนพยายามโทรติดต่อมาตลอด แต่ไอ้เxี้ยนั่นไม่ยอมรับสาย
เพื่อน B ด้วยความปกติก็ขี้เสื0กอยู่แล้วรวมกับสกิลลูกผู้หญิง แม้จะมีเพียงไอดีไลน์ก็สามารถหาชื่อสกุลมันเจอได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ( กูเกิ้ลรู้ทุกสิ่ง ) คราวนี้ก็ส่งข้อมูลให้สายสืบหาที่อยู่มันต่อ แล้วก็พาตำรวจไปบุกบ้านมันสิคะ รออัลไล
แต่ไอ้เxี้ยนั่นให้แท๊กซี่มาส่งเราที่ห้างก่อน แล้วโทรบอกเพื่อนเรา เพื่อนเลยรีบมาหาเราที่ห้างแทน )
เคสเนโชคดีที่มีไลน์เลยตามตัวได้เร็ว แต่สำหรับเคสที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย แนะนำให้ลองหาจากกล้องวงจรปิดประสานงานกับตำรวจสายสืบ ตามหาเลขทะเบียนแท็กซี่แล้วไล่ไปทีละกล้องทีละเขต มันตามได้จริงๆนะ เคสโจรขโมยกล้องงานเจเอ็กที่ผ่านมาเนก็ให้น้องๆทำตามนี้
*** เรื่องที่ควรทำทันทีหลังจากได้สติ ***
* ห้ามอาบน้ำ หรือ เปลี่ยนเสื้อผ้าเด็ดขาด จะเข้าห้องน้ำก็ห้ามล้าง ห้ามเช็ดตรงนั้น มันสำคัญต่อการเก็บหลักฐานทางแพทย์ ถึงจะขยะแขยงแต่ก็ต้องทน
- ไป สน. ขอให้ตำรวจเขียนใบนำตัวส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แล้วรีบไปอย่างด่วนเลยก่อนที่หลักฐานจะหาย (ไม่ควรเกิน 24 ชม นับจากเรื่องเกิด)
- หมอจะตรวจร่างกาย พวกบาดแผลรอบตัวรวมไปถึงช่องคลอด ไม่ต้องอาย หมอเขาชินแล้วว
- * สำคัญมาก ! * ถ้ารู้สึกผิดปกติ เช่น มึนงง เวียนหัว คลื่นไส้ หรือความจำส่วนหนึ่งหายไป ให้รีบแจ้งหมอ หมอจะได้ตรวจเลือดเราด้วยว่าโดนยาอะไรเข้าไปหรือเปล่า บางทีเราไม่บอกหมอก็ไม่ได้ตรวจเลือดให้นะ ใครกลัวเข็มโปรดทำใจ เข็ม 5 กระบอกใหญ่ๆเลยจ้า เล่นทำเอาหน้ามืด ( ไม่ควรดื่นน้ำก่อน เพราะเดี๋ยวสารในเลือดมันจะจาง )
- ทานยาที่หมอสั่งให้ครบ มันสำคัญมาก โดยเฉพาะยาคุมฉุกเฉิน ยาต้านHIV หรือต้านไวรัสตับอักเสบ เพราะเราไม่รู้เลยว่าไอ้เxี้ยนั่นมีโรคอะไรติดตัวไหม ( ตรวจดูด้วยว่าหมอให้ยาถูกไหม ตอนนั้นมีให้ยาผิด ดีที่เพื่อนเราสังเกตเห็นทัน ) ผลข้างเคียงจากยาค่อนข้างเxี้ย โปรดทำใจ อาเจียนกันยาวๆไป
- เรื่องค่าใช่จ่ายในส่วนนี้ หากเป็นรพ.รัฐ ( เราไปรพ.วชิระ ) จะมีหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ของ รพ.เข้ามาช่วยดูแลให้ ไม่เสียสักบาท และพี่เขาดูแลดีมากๆ มีพาไปหาจิตแพทย์ด้วย แต่เนมีพบจิตแพทย์ตามปกติเองอยู่แล้วเลยไม่รู้ว่าของทางรพ.เป็นยังไง
- ผลตรวจต้องรอเป็นอาทิตย์ แล้วทางโรงพยาบาลจะดีลส่งมอบให้กับตำรวจเอง (ในกรณีที่มีใบนำตัวจากตำรวจมาให้รพ.ตามขั้นตอนที่พิมพ์ไว้ข้างบน)
*** ด้านสุขภาพจิต ***
อย่าอยู่คนเดียวค่ะ อยู่กับเพื่อน อยู่กับแฟน อยู่กับครอบครัว ฝืนตัวเองไปทำงานตามปกติให้ได้ ยิ่งอยู่กับตัวเองจะยิ่งคิดมาก จังหวะนี้คนรอบข้างสำคัญมากๆ
ถ้าไม่ไหวไปหาจิตแพทย์ขอยาคลายเครียดมาทาน (มันมียาที่ทำให้หาเครียดแบบฉับพลันอยู่นะ ถ้าไม่ไหวจริงๆลองถามหมอดู เนหยุดร้องไห้แบบหนักๆได้ภายใน 10 นาที แต่แทนด้วยการเอ๋อไปเลยวันนึงเต็มๆ..)
***ด้านกฎหมาย***
ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความกับสถานีตำรวจในเขตที่เกิดเหตุ (เพราะคราวนี้มันคนละเคสกับที่แจ้งเรื่องคนหายละ) โดยบอกตำรวจไปเลยว่าต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ใช่แค่แจ้งเพราะกลัวขาดอายุความ (อย่าลืมขอ copy บันทึกประจำวันไว้ด้วยนะ )
ถ้าอยากจะฟ้องเองก็จ้างทนายความฟ้องได้เลย หรือถ้าอยากให้ตำรวจดำเนินการให้ก็ได้ พอตำรวจทำสำนวนเสร็จเขาจะส่งให้อัยการเป็นคนฟ้องให้ (แต่ช้าหน่อย)
ระหว่างการสืบสวนของตำรวจ จะมีเรียกเรา+พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ไปถามนู๊นถามนี่ ทำคำให้การ รวมถึงมีเรียกไอ้เxี้ยนั่นมาสอบปากคำ และนัดไกล่เกลี่ย ถ้าเราไม่อยากเจอ ไม่อยากเจรจาก็บอกตำรวจไปได้เลย
ในความผิดเกี่ยวกับเพศ ถ้าต้องการตำรวจผญ.สามารถรีเควสได้นะ เป็นสิทธิของเราตามกฎหมาย
ในขั้นตอนนี้ ระยะเวลาขึ้นกับตำรวจเจ้าของสำนวนเองด้วย เราอาจจะต้องตามจิกบ่อยๆหน่อย เนไปเฝ้าที่สน.บ่อยมาก.. แนะนำให้ขอเบอร์ตำรวจเจ้าของสำนวนเอาไว้ ก่อนจะไปหาก็โทรถาม จะเข้าเวรวันไหนอะไรยังไง จะได้ไม่เสียเที่ยว
เห็นว่ามันมีเงินชดเชยจากรัฐในกรณีนี้ด้วย แต่เนไม่รับเลยไม่ค่อยรู้รายละเอียด
เราสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง(ละเมิด)ได้ด้วยนะ (แต่เนไม่ได้เรียก ตอนนั้นจะเอาคุกอย่างเดียว)
ตามๆดูว่าตำรวจเขาส่งสำนวนไปให้อัยการสั่งฟ้องหรือยัง
ถ้าฟ้องแล้ว ขั้นตอนจะเริ่มเข้าสู่ชั้นศาล จะมีเจ้าหน้าที่ศาลโทรมาหาเรา ทางนั้นอาจจะขอไกล่เกลี่ย ถ้าเราไม่อยากไกล่เกลี่ยหรือไม่อยากเห็นหน้ามันก็แจ้งเจ้าหน้าที่ศาลไปได้เลย ศูนย์ไกล่เกลี่ยเขาจะหาทางเลี่ยงให้
ขั้นตอนในชั้นศาลไม่มีอะไรมาก ปล่อยให้อัยการ หรือทนายเราจัดการไป แต่นัดที่สำคัญที่สุดและห้ามพลาด คือ นัดสืบพยาน
ติดตามนัดสืบพยานของตัวเองให้ดี จะมีหมายศาลส่งมาบอก ถ้าจำไม่ได้ก็โทรถามเจ้าหน้าที่ศาลเลย
นัดสืบพยานโจทก์ คือนัดที่เรา **จำเป็น** ต้องไปศาล เพื่อเล่าทุกอย่างให้ศาลฟัง
( แต่กว่าจะถึงนัดนี้ก็คงผ่านมาเป็นปีแล้ว เพราะงั้นควรรื้นฟื้นความทรงจำก่อนไปสืบพยานหน่อยนะ ทรมานแต่จำเป็น)
***สืบพยาน***
(สืบพยานโจทก์ก่อนสืบพยานจำเลยเสมอ)
( โจทก์ = ฝ่ายเรา / อัยการคือฝ่ายเรานะ / จำเลย = ไอ้เxี้ยนั่น )
1 . อัยการ/ทนายโจทก์ จะเป็นคนเริ่มซักถาม แต่เขาจะถามตรงๆแบบชี้ช่องมากไม่ได้ เราต้องพยายามตอบรายละเอียดให้ครบเอาเอง ไม่ต้องกลัวศาล ตอบไปเลย อยากเล่าอะไรก็เล่า ถ้ามันนอกประเด็นศาลจะเบรคให้เอง (และโดยทั่วไปถ้าทนายเป็นมืออาชีพพอ เขาจะลิสต์คำถามคำตอบที่เราควรจำไว้ให้อ่านล่วงหน้า ว่าง่ายๆคือมีนัดซ้อมก่อนที่จะสืบพยาน ส่วนอัยการนี่แล้วแต่ท่าน แต่เราก็สามารถขอท่านได้นะ ว่าช่วยลิสต์หรือแนะนำหน่อยว่าต้องตอบอะไรยังไงบ้าง)
2 . หลังจากการซักถามเสร็จแล้ว ทนายจำเลยก็จะถามค้าน ตอนนี้เราจะต้องตั้งสติให้ดีๆ เพราะการถามค้านคือการถามเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเรา ทนายแต่ละคนจะมีลูกเล่นไม่เหมือนกัน อย่าหลงตอบอะไรที่เป็นผลเสียแก่ตัวเอง
ในตอนนี้ถ้าเราอยากอธิบายเหตุผลประกอบคำตอบเราก็แถลงต่อศาลไปเลย
ไม่ต้องสนว่าทนายจำเลยจะบอกให้เราหยุดหรือเปล่า อย่าไปกลัว คนที่บอกให้เราหยุดได้มีเพียงผู้พิพากษาเท่านั้น !! (กับอัยการ/หรือทนายโจทก์ หันไปสบตาบ่อยๆหน่อยก็ดี เพื่อเช็คว่าเราพูดเรื่องนี้ดีมั้ย)
3 . สุดท้ายคือถามติง ไม่มีอะไร แค่ ทนายโจทก์/อัยการ จะถามเก็บประเด็นเฉยๆ
เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เอามาสืบพยานด้วย ขั้นตอนเหมือนกันหมด
ก่อนนัดสืบ อย่าลืมเช็คกับอัยการหรือทนายว่าได้นำหมอที่ตรวจร่างกายมาสืบด้วยหรือเปล่า แนะนำว่าควรนำมาสืบด้วย หมอถือเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นพยานที่มีความน่าเชื่อถือสูงในรูปคดี
EX. ทางนั้นพยายามอ้างว่าผลยาที่ตรวจพบอาจเป็นยาที่รักษาโรคซึมเศร้า ( เป็นยาในกลุ่มเดียวกัน ) ซึ่งเนเองเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว มันพยายามจะโจมตี
การรับมือ-ดำเนินคดี หลังโดนข่มขืน สุดท้ายศาลฎีกาสั่งจำคุก ๔ ปี