[CR] รีวิว เที่ยวฮอกไกโด ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 6 วัน 5 คืน ฉบับไปเอง

กระทู้รีวิว
รีวิว เที่ยวฮอกไกโด ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 6 วัน 5 คืน ฉบับไปเอง (วันที่ 
6 - 11 ก.พ. 69)

ผู้เดินทาง 7 คน แบ่งเป็น สว. (60 up) 5 คน สาว 30++ 2 คน เน้นเที่ยวตามที่เดินไหว


สายการบิน : Thai Airasia X

DMK - CTS : 01.50 - 10.40 (ใช้เวลาประมาณ 7 ชม. )

CTS - DMK : 11.55 - 18.05 (ใช้เวลาประมาณ 8 ชม.)


ที่พัก :
- Resol Hotel เมือง Hakodate พัก 2 คืน เมืองนี้อยู่ห่างจาก CTS ประมาณ 3 ชม.ครึ่ง ห่างจาก Sapporo ประมาณ 4 ชม. (โดยรถไฟ JR)
ห่างจาก Hakodate station ประมาณ 400 m
ห่างจากตลาดเช้า Hakodate ประมาณ 200 m
ห่างจาก โกดังอิฐแดง ประมาณ 1 km
ห่างจาก ป้ายรถรางสถานี Hakodate Ekimae ประมาณ 100 m
ฝั่งตรงข้ามมี 7-11
- Hotel Wing International เมือง Tomakomai พัก 3 คืน เมืองนี้อยู่ห่างจาก CTS ประมาณครึ่งชม. ห่างจาก Sapporo ประมาณ 1 ชม. และห่างจาก Otaru ประมาณ 2 ชม. (โดยรถไฟ JR)
ที่พัก ห่างจาก Tomakomai station ประมาณ 200 m (ทางออกฝั่งใต้) ส่วนทางออกฝั่งเหนือของสถานีรถไฟจะติดกับ ห้าง MEGA Don Quijote มีทางเชื่อมจากสถานีเลย เราพักเมืองนี้เพราะช่วง Snow fastival ที่พักในซัปโปโรคือราคาโหดมาก

การเดินทาง
ครั้งนี้เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก เพราะเป็นช่วงหิมะ ไม่กล้าให้ที่บ้านขับรถ
- การเดินทางด้วยรถไฟ JR เราซื้อ JR Hokkaido rail pass แบบ 5 วัน ผ่าน Klook ราคาประมาณ 4500 บาท ต่อคน
- การเดินทางอื่น ๆ เช่น รถราง รถบัส รถไฟใต้ดิน เราใช้บัตร Kitaca (IC Card ซึ่งก็คือบัตรเติมเงินแบบเดียวกับบัตร Suica และสามารถใช้ได้ทั่วประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน) บัตรซื้อได้ที่ตู้ในสถานีรถไฟ JR จะมีค่ามัดจำบัตร 500 เยน ตอนคืนบัตรจะมีค่าธรรม 220 เยน ซึ่งจะหักจากเงินที่เหลือในบัตร และ ถ้าเงินในบัตรเหลือน้อยกว่า 220 เยน ก็หักเท่าที่เหลือ

การเดินทางท่องเที่ยว
วันที่ 6 ก.พ. 69
หลังจากออกจากตม. เรียบร้อย เนื่องจากพยากรณ์อากาศบอกว่าจะมีพายุหิมะ เราจึงรีบเดินมุ่งหน้าไปตึก Domestic เพื่อลงไปชั้น B1 ซึ่งเป็นสถานีรถไฟ JR จากนั้นก็เอาคิวอาร์โค้ดจาก Klook ไปแลกเป็นตั๋วรถไฟ ซึ่ง JR Hokkaido rail pass สามารถจองที่นั่งได้ และรถไฟที่ไป Hakodate เป็นรถไฟที่ต้องจองที่นั่งทั้งขบวน เราจองรอบ 13.58 น. เพราะเผื่อเวลา ซึ่งต้องนั่งรถไฟออกจากสถานบินแล้วไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี minami chitose เราก็เลยรีบขึ้นรถไฟออกจากสนามบินกะว่าจะออกไปรอและหาอะไรทานกันที่สถานี minami chitose ปรากฏว่า เป็นสถานีเล็กๆ มีร้านขายข้าวกล่องอยู่ 1 ร้าน 😆 ยังดีที่มีห้องอุ่นให้นั่งพักรอ เราถึงฮาโกดาเตะ ประมาณ 18.00 น. ซึ่งฟ้ามืดแล้ว และต้อนรับเราด้วยพายุหิมะ เดินไปโรงแรมกันคือทุลักทุเล และหนาวมากๆ ถึงโรงแรมเก็บกระเป๋าและเดินมาฝากท้องที่ 7-11 ฝั่งตรงข้าม จบการเดินทาง 1 วันอันยาวนาน

วันที่ 7 ก.พ. 69 เที่ยวเมือง Hakodate
เปิดวันด้วย Hakodate Morning Market เราไม่จองอาหารเช้าที่โรงแรม แต่ไปทานอาหารเช้าที่นี่ มีให้เลือกหลายร้าน และมีฟู๊ดคอร์ดด้วย ในฟู๊ดคอร์ดก็มีให้เลือกหลายร้านรสชาติใช้ได้ ไปต่อกันที่ เนินฮาจิมัง- ซากะ เรานั่งรถรางไปลงที่สถานี suehirocho แล้วเดินขึ้นเนินไป ถ่ายรูปมุมมหาชนเสร็จก็เดินไปต่อที่ Mt. Hakodate Ropeway ขึ้นกระเช้าไปชมวิว เอวคอด ของเมือง Hakodate จำราคาไม่ได้ 😁 จากนั้นก็ไปต่อที่ โกะเรียวคากุทาวเวอร์ (ป้อมดาว 5 แฉก) โดยเดินลงเนินไปขึ้นรถรางที่สถานี Jujigai ขึ้นรถรางสาย 5 (ดูเวลาได้จาก google map เลย) ไปลงที่สถานี GORYOKAKU-KOEN-MAE แล้วเดินต่ออีกประมาณ 800 m เดินผ่านร้าน Lucky Pierrot สาขา  Goryokaku เลยแวะต่อแถวฝากท้องกันที่นี่ ป้อมมีค่าขึ้น 1,200 เยน มั้งถ้าจำไม่ผิดนะ เที่ยวป้อมเสร็จก็เกือบ 4 โมงเย็น ช่วงนั้นพระอาทิตย์ตกประมาณ 5 โมงเย็น เราก็เลยเลือกเดินกลับมาขึ้นรถรางที่สถานีเดิมเพื่อกลับที่พัก เพราะกลัวมืดแล้วเดินบนทางที่มีหิมะแข็งๆ มันลื่นเดินลำบาก แล้วก็ฝากท้องกับ 7-11 อีกเช่นเคย ก็มันง่ายๆ

วันที่ 8 ก.พ. 69 ย้ายไปนอนที่เมือง Tomakomai
เปิดวันที่ตลาดเช้าเหมือนเดิม พอทานกันเสร็จเราก็เดินจากตลาดเช้าไปถ่ายรูปเล่นกันที่โกดังอิฐแดง ริมอ่าวฮาโกดาเตะ วิวน่ารัก อากาศสดชื่นมาก จากนั้น ก็กลับมาเช็คเอาท์โรงแรม เดินไปขึ้นรถไฟที่จองไว้รอบ 12.15 น. นั่งเพลินๆ วิวทะเล ระหว่างทางคือเจอพายุหิมะเป็นพักๆ ถึง Tomakomai station ประมาณบ่ายสามครึ่ง เดินไปเช็คอินโรงแรม แล้วออกไปเดินเล่นกินข้าวเย็นกันที่ ดองกี้

วันที่ 9 ก.พ. 69 เที่ยว Sapporo
วันนี้เปิดด้วยอาหารเช้าโรงแรม และเดินไปขึ้นรถไฟที่จองไว้รอบ 9.03 น. ไปถึงซัปโปโรประมาณ 10.00 น. ในซัปโปโร คือหิมะเยอะมาก เยอะกว่า ฮาโกดาเตะ และโทมาโกะไม มากๆ และโชคดีของเราที่วันนี้ไม่เจอพายุ เราไปเที่ยวกันที่ Makomanai Takino Cemetery วิธีเดินทางคือ จาก JR Sapporo ให้เดินไปขึ้น รถไฟใต้ดินสายสีเขียว ไปลงที่สถานี Makomanai จากนั้นเดินไปขึ้นรถบัสที่ชานชาลาที่ 2 ขึ้นสาย 108 (เพิ่มความตื่นเต้นของการท่องเที่ยวด้วยการที่พ่อเราเพิ่งนึกออกตอนกำลังจะไปขึ้นรถบัสว่าลืมกระเป๋าเป้ไว้บนรถไฟ JR และในนั้นมีพาสปอร์ต เราจึงไปสอบถามที่นายสถานี เค้าบอกว่าคนละบริษัทกัน คุณต้องกลับไปติดต่อที่ JR โอ้ว งั้นไปเที่ยวก่อน 555) พอเราไปถึงก็รีบไปหาข้าวเที่ยงกินให้ใจร่มๆ ซะ แล้วก็เที่ยวให้เสร็จ จากนั้นก็รอรอบรถบัสตอนบ่ายสองกลับไปขึ้นรถไฟสายสีเขียว และนั่งกลับไปสถานี Sapporo ไปตามหากระเป๋า เจ้าหน้าที่ให้ไปสอบถามที่ห้อง lost and found โชคดีที่ก่อนหน้านั้นน้องเราถ่ายวีดีโอเล่นกันแล้วมีรูปพ่อกับกระเป๋าพอดี และโชคดีที่สุดคือเค้าเจอและเก็บไว้ให้ของยังอยู่ครบ หายใจโล่งขึ้น ก็เลยไปเดินเที่ยวเทศกาลหิมะกันต่อ ไปถ่ายรูปกับแม่นกเหงือกจากไทยแลนด์ ปีนี้ไทยได้ที่ 5 ซื้ออาหารในงานมายืนกิน สนุกดี แต่ก็หนาวมากๆ ทางเดินก็ลื่นมากๆ แต่ยังดีที่จะมีเจ้าหน้าที่มาโรยๆ ผงอะไรซักอย่างให้พื้นมันฝืดขึ้น เดินจนเหนื่อยกับกลับไปขึ้นรถไฟที่จองไว้รอบ 19.14 กลับที่พัก

วันที่ 10 ก.พ. 69 เที่ยว Otaru
วันนี้ก็โชคดีอีกแล้ว เพราะตอนแรกคิดว่าอาจจะไม่ได้ไปโอตารุ เพราะเมืองฝั่งทะเลญี่ปุ่น คือ พายุหิมะหนักมาก แต่วันนี้ปรากฏว่า ฟ้าเปิด เราเลยเดินทางไปถึงโอตารุกันอย่างราบลื่น เราเคยมาโอตารุแล้วรอบนึง แต่ตอนนั้นเช่ารถขับมา ครั้งนี้เราตั้งใจจะมาดูน้องเพนกวินกัน น้องอยู่ที่โอตารุ อควาเลี่ยม ปีนี้น้องมีโชว์เดินพาเหรดถึงวันที่ 23 ก.พ. 69 วิธีเดินทาง คือ เดินไปขึ้นรถบัสที่สถานีรถบัสซึ่งอยู่ข้างหน้าสถานีรถไฟโอตารุ ชานชาลาที่ 3 แต่เค้าจะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกเลยว่าโอตารุ อควาเลี่ยมขึ้นคันไหน รถจะพาเราไปส่งหน้าอควาเลี่ยมเลย มีค่าเข้า 1,300 เยน (เป็นอควาเลี่ยมที่เล็กมากๆ มีสวนสนุกเล็กกลางแจ้ง แต่หน้าหนาวเค้าไม่เปิดบริการ) ที่นี่มีร้านอาหาร 1 ร้าน สำหรับนักท่องเที่ยว เมนูน่ารัก เราฝากท้องกันที่นี่ 1 วันน้องเดินพาเหรด 4 รอบ มีรอบ 11.00 12.40 13.30 และ 14.40 น. เราดูรอบ 12.40 1 ครั้งน้องจะเดินวนโชว์ 2 รอบ น่ารักตะมุตะมิ ดูเสร็จก็กลับมารอบัสกลับมาเดินเล่นต่อที่คลองโอตารุ และนั่งไฟรถกลับที่พัก วันนี้อาการเหนื่อยล้าเริ่มออก แต่ดีที่พรุ่งนี้ได้กลับบ้านแล้ววว

วันที่ 11 ก.พ. 69 กลับบ้าน
วันนี้รีบลงมาทานอาหารกันแต่เช้า และเช็คเอาท์ประมาณ 7 โมงกว่า จากนั้นออกไปขึ้นรถไฟไปสนามบิน วันนี้ JR rail pass หมดวันแล้วใช้ไม่ได้ ต้องควักตังจ่ายค่ารถไฟ ค่ารถไฟไปสนามบินแบบไม่จองที่นั่งราคา 700 เยน (ขึ้นได้เฉพาะขบวนที่เป็น local ขึ้นแบบ express ไม่ได้) แต่ก็ใช้เวลาไม่ต่างกันมากนัก นั่งมาเปลี่ยนขบวนที่ minami chitose เหมือนเดิม มาถึงสนามบินยังมีเวลาเดินเล่นซื้อของนิดหน่อย แต่เช้าๆ บางร้านยังไม่เปิด ขึ้นเครื่องกลับบ้าน เครื่องออกประมาณ 11.55 น. ถึงไทย 18.00 น. พอขึ้นเครื่องได้นั่งไปนั่งมองนาฬิกาไปว่าอีกนานมั๊ยจะ 18.00 สักพักนึกได้ว่า 18.00 เป็นเวลาไทย แต่นาฬิกายังไม่อัฟเดท แสดงว่าต้องนั่งมองว่าเมื่อไหร่จะ 20.00 ตะหากก โอ้ววววว 8 ชม. นานมากกกกก แต่ก็กลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ 😆

การดูรอบรถไฟ เราดูผ่าน https://www.jrhokkaido.co.jp/global เค้ามีให้เลือกดูเลยว่าขึ้นจากสถานีนี้ไปลงสถานีนี้ มีรอบไหนบ้าง และมีแจ้งว่าเส้นไหนมีปัญหา ขบวนไหนยกเลิกบ้าง
ส่วนการเดินทางจริง เราเปิด google map ควบคู่ไปด้วย รถบัส รถราง เวลาค่อนข้างตรงเลย สะดวกมาก


อินเตอร์เน็ต : เราซื้อ esim ผ่าน trip เน็ตดี ใช้งานง่าย เล่นได้เกือบทุกแอฟ


คำแนะนำ : อากาศคือหนาวมาก ขนาดเราไปเจอติดลบเยอะสุดแค่ -8 แต่ของจริงคือมันหนาวมาก เตรียมร่างกายมาให้พร้อม
อุปกรณ์ที่ควรมี
- ชุดฮีเทคเป็นไปได้ใส่สองชั้นไปเลย
- หมวกหรือที่ปิดหู หนาวหูจะหลุด
- หน้ากาก หรือ ผ้าพันคอหนาๆ ที่มันพันปิดถึงปาก จมูก
- ถุงมือควรมีมากๆ หนาวจนมือแข็งแล้วมันจะเจ็บ
- ถุงร้อนเอาไว้กำ
- ร้องเท้าบุขน และถุงเท้าบุขน
- แผ่นสายรัดรองเท้าที่มีขอเหล็กกันลื่นอันนี้สำคัญเลย เพราะพื้นที่เป็นน้ำแข็งมันลื่นมากๆ ล้มไปไม่คุ้ม
- สิ่งของช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า เช่นยาดม ยาหม่อง แผ่นแปะแก้ปวด


























---- มีข้อสงสัยอะไรถามได้นะ ถ้าตอบได้จะรีบตอบเลยค่ะ ----
ชื่อสินค้า:   เที่ยวญี่ปุนด้วยตนเอง
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่