น่าสนใจ น่าคิด น่าทำ เมืองใต้ดินกรุงเทพ เดินได้ไม่ต้องกลัวแดดกลัวฝน แอร์เย็นฉ่ำ

กระทู้สนทนา
ถึงเวลาแล้ว…ที่เกาะรัตนโกสินทร์จะมี “เมืองใต้ดิน” ของตัวเอง
หลายครั้งที่เราไปต่างประเทศ เราเดินได้ทั้งวันโดยไม่กลัวแดด กลัวฝน แอร์เย็นฉ่ำ
- โตเกียวมีทางเดินใต้ดิน
- ปารีสมี Carrousel du Louvre
- ลอนดอนมี Concourse เชื่อมรถไฟแทบทุกเส้น
แต่พอกลับมาที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะ “เกาะรัตนโกสินทร์” เมืองประวัติศาสตร์ที่งดงามที่สุดของเรา กลับต้องเดินกลางแดด 38–40 องศา หรือไม่ก็ต้องติดอยู่บนถนนที่รถแน่นตลอดวัน

คำถามคือ…เราจะทำให้พื้นที่ประวัติศาสตร์ของไทย เดินได้ทั้งเมืองแบบสบายๆได้ไหม?
"คำตอบคือ ได้"
เพจ Bangkok I Love You ขอนำเสนอแนวคิด
ที่เริ่มต้นจากสิ่งที่ “เรามีอยู่แล้ว” อุโมงค์พระลาน คือจุดเริ่มต้น หลายคนอาจไม่รู้ว่า
ใต้สนามหลวง วันนี้เรามี “อุโมงค์พระลาน” อยู่แล้ว โถงกว้าง โปร่ง เพดานสูง หินสีอ่อน ลายพื้นไทยร่วมสมัย ไม้ระแนงบนฝ้าเพดาน ให้ความรู้สึกอบอุ่น สะอาด สงบ และไม่รบกวนทัศนียภาพด้านบน

- ที่นี่ไม่ใช่ห้าง
- ไม่ใช่สถานีรถไฟ
แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีศักยภาพมหาศาล
และที่สำคัญที่สุด ตำแหน่งของมันอยู่ตรง “สามแยกพอดี” ถ้าเราต่อขยายให้เป็น 2.5 กิโลเมตร
ลองจินตนาการดูครับ…
จากปากคลองตลาด ทะลุไป MRT สนามไชย
เดินใต้ดินไปวัดโพธิ์ ศาลหลักเมือง พระบรมมหาราชวัง เชื่อมสนามหลวง และแตกแขนงขึ้นไปวัดมหาธาตุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และแยกไปท่าเรือท่าช้าง ได้อีกด้วย
ทั้งหมดในระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร

เย็นสบาย 24 องศา มีทางเลื่อนไป–กลับอยู่ตรงกลาง สองฝั่งเป็นร้านงานหัตถศิลป์ไทย
ร้านหนังสือวัฒนธรรม ชาไทย สมุนไพร งานคราฟต์ระดับพรีเมียม ไม่ใช่ตลาด ไม่ใช่ห้าง
แต่เป็น “Cultural Boulevard ใต้ดิน”

ทำไมต้องใต้ดิน?
เพราะเกาะรัตนโกสินทร์คือมรดกของชาติ
เราจะไม่สร้างตึกสูง ไม่บดบังวัด ไม่รบกวนพระบรมมหาราชวัง ทางออกที่ดีที่สุดคือ
“เพิ่มพื้นที่ โดยไม่แตะเส้นขอบฟ้า”
เมืองด้านบนยังคงงดงาม เมืองด้านล่างทำหน้าที่รองรับผู้คน หัวใจของโครงการคือ “พระลาน” อุโมงค์พระลานควรถูกพัฒนาเป็น
Rattanakosin Underground Central

โถงใหญ่ใต้สนามหลวง
เป็นจุดตัดสามทิศ
เป็นจุดกระจายคน
เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ
เป็นหัวใจของการไหลของผู้คนทั้งระบบ
คนจะไม่รู้สึกว่ากำลังเดินในอุโมงค์
แต่รู้สึกว่ากำลังเดินอยู่ใน “มหานครวัฒนธรรม”

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
– ลดรถในพื้นที่ชั้นใน
– นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ได้นานขึ้น
– ร้านค้าไทยมีพื้นที่คุณภาพ เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับ คนไทยอีกมหาศาล
– ผู้สูงอายุเดินได้
– เด็ก ๆ ไม่ต้องกลัวแดด
– เมืองประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิต

โครงข่าย 2.5 กิโลเมตร ที่เชื่อมทุกระบบ
ลองจินตนาการภาพนี้ครับ… คุณลงจากรถไฟฟ้าใต้ดิน เดินเข้าสู่โถงใหญ่ใต้สนามหลวง เลือกเส้นทางได้ 3 ทิศ แล้วไปโผล่ยังจุดหมายต่าง ๆ โดยไม่ต้องเจอแดดเลย
- จุดเชื่อมรถไฟฟ้า 2 สถานี
- รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
สถานีสนามไชย (บริเวณมิวเซียมสยาม)
นักท่องเที่ยวจากสุขุมวิท สีลม บางซื่อ ลงสถานีนี้ เดินเข้าทางเชื่อมใต้ดิน ตรงเข้าสู่โครงข่ายทันที
- รถไฟฟ้าสายสีส้ม
สถานีพระปิ่นเกล้า (เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งสนามหลวง) คนจากฝั่งธนบุรี หรือจากแนวรามคำแหง – มีนบุรีในอนาคต เข้าสู่ระบบใต้ดิน โดยไม่ต้องข้ามถนนใหญ่ให้วุ่นวาย นี่คือการเชื่อม “เมืองเก่า” เข้ากับ “เมืองใหม่”
- จุดเชื่อมท่าเรือ 4 แห่ง
เพราะรัตนโกสินทร์คือเมืองริมน้ำ โครงการนี้ต้องเชื่อมเจ้าพระยาอย่างเต็มระบบ
- ท่าเรือสะพานพระปิ่นเกล้า
- ท่าช้าง
- ท่าพระจันทร์
- ท่าราชินี (ปากคลองตลาด)
นักท่องเที่ยวลงเรือ เดินเข้าทางเชื่อมใต้ดิน เข้าสู่สนามหลวง วัดโพธิ์ พระบรมมหาราชวัง โดยไม่ต้องฝ่ารถติด นี่คือการรวม “ระบบน้ำ + ระบบราง + ทางเดิน” เข้าด้วยกัน
- จุดเชื่อมป้ายรถเมล์หลัก
เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ใช้งานได้จริง

ต้องเชื่อมกับขนส่งสาธารณะพื้นฐานด้วย
– สนามหลวง
– ศาลหลักเมือง
– ปากคลองตลาด
– วัดโพธิ์
รถเมล์จอด เดินลงบันไดเลื่อน เข้าสู่โถงใต้ดิน
กระจายตัวไปทุกทิศทาง
และที่สำคัญที่สุด
มันจะทำให้เกาะรัตนโกสินทร์ กลายเป็น “Walking Cultural Capital” ของเอเชีย

นี่ไม่ใช่ความฝัน
เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์
เราเริ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว
อุโมงค์พระลานคือ Proof of Concept
คำถามไม่ใช่ว่า “ทำได้ไหม”
คำถามคือ “เราจะกล้าคิดใหญ่แค่ไหน”
ถ้าคุณอยากเห็นเกาะรัตนโกสินทร์
เดินได้ทั้งเมืองโดยไม่กลัวแดด
โดยยังคงความงดงามของอดีตไว้ครบถ้วน



ที่มา
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่