สวัสดีครับวันนี้ผมจะมารีวิวและแบ่งปันประสบการณ์สอบงานราชการของกรมศุลกากร ในตำแหน่งนักวิชาการศุลกากร ปี 2569 ครับ โดยปีนี้สอบวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 69 มี 3 สนามสอบด้วยกัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, โรงเรียนชลประทานวิทยา และ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนินซึ่งผมสอบที่นี่ครับ
โดยสนามสอบ เริ่มให้เข้าห้องสอบ ตั้งแต่เวลา 7:30 นาที ก่อนเวลาสอบ 1 ชม. ซึ่ง เริ่มสอบตั้งแต่เวลา 8:30 - 11:30 เวลาสอบทั้งหมด 3 ชั่ว โมง โดยมีข้อสอบทั้งหมด 200 ข้อ โดยผู้ที่ได้คะแนน มากกว่า 60% ขึ้นไป (120 ข้อ) จึงมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ครับ โครงสร้างข้อสอบ มี 5 ส่วน ดังนี้ครับ
1. 80 ข้อ: พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560, พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530
ข้อสอบค่อนข้างตรงไปตรงมาครับ ทุกอย่างที่เป็นตัวเลขออกหมดต้องจำให้ได้และให้แม่น คือโจทย์ตัดในส่วนของ พรบ. เอามาถามตรงๆเลย ดังนั้น วันที่,จำนวนเงิน,ค่าปรับ,อัตราดอกเบี้ย ต้องจำให้แม่นครับห้ามสับสนเด็ดขาด จำได้ก็ตอบได้เลย
2. 80 ข้อ: ภาษาอังกฤษ
โดยจะแบ่งเป็นสัดส่วนแต่ละ Part ดังนี้ ครับ
2.1 20 ข้อ: Cloze test
ส่วนใหญ่จะเน้น Vocab ครับโดยมีเป็นแบบ Cloze test สั้นๆ ที่วัดความรู้ Vocab, Grammar และ Structure และ แบบ Passage ครับ
2.2. 10 ข้อ: Error
วัดความแม่นใน Grammar และ Structure
ต้องเตรียมตัวพอสมควรครับ
2.3 20 ข้อ: Reading
แบ่งเป็น 2 บทความครับ เป็นบทความที่ค่อนข้างยาว บทความแรกเกี่ยวกับวัฒนธรมมการทำงานในจีน 996 และบทความที่สองเกี่ยวกับกิจกรรมที่ให้ลูกจ้างสนทนากับเพื่อนเพื่อลดความเหงาในสวีเดน บทความละประมาณ 1.5 หน้า A4 โดยแบ่งคำถามเป็นบทความละ 10 ข้อ ซึ่งก็ถามครบถ้วนครับทั้ง Main idea, Detail ,Inference, Vocab
2.4 20 ข้อ: Conversation
ออกบทสนทนาทั่วไปครับมีการให้สถานการณ์มาแล้วบนหัวข้อแต่ละข้อ มีออก idioms บ้าง บทความทั่วไปเข้าใจได้ง่ายอยู่ครับ
3. 20 ข้อ: ทักษะการคิดวิเคราะห์ เชาว์ปัญญา
ในส่วนของพาร์ทนี้ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างง่ายครับโดยเนื้อหาที่ออกจะมีพวก การแก้สมการตัวแปรเดี่ยว, ร้อยละ, Operation, ความน่าจะเป็น, สถิติเบื้องต้น ตัวอย่างโจทย์ที่จำมาได้ครับ(ไม่เป๊ะบางข้อครับ)
สามเท่าของจำนวนหนึ่งบวกกับ 7 เท่ากับ 40 จำนวนนั้นเดิมเท่ากับเท่าไหร่ -> 7
ผู้เข้าสอบมีทั้งหมด 4 คน ได้คะแนนเฉลี่ย 25 คะแนน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดเท่าไหร่ ->100
□ = 3,△4 □ +△× □ = ? ->21
x = 3 , y = 2x + 7 y =? -> 14 (แนวนี้ครับ)
เครื่องจักร A ผลิตสินค้า ได้ 60 ชิ้น ใน 12 นาที เครื่องจักร B ผลิตสินค้า ได้ 90 ชิ้น ใน 15 นาที
เครื่องจักรใดมีประสิทธิภาพมากกว่า -> B
สารละลายเข้มข้น 30 % จำนวน 20 L ถ้าเติมน้ำอีก 10 L ความเข้มข้นใหม่เป็นเท่าไหร่ -> 20%
ลูกบอลสีแดง 4 ลูก, สีน้ำเงิน 3 ลูก, สีเขียว 3 ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้ลูกบอลที่ไม่ใช่สีแดงเป็นเท่าไหร่ -> 3/5
ของลดราคา 20% และ เพิ่มราคา 20% ราคาสุดท้าย 9,375 ราคาตั้งต้นคือเท่าไหร่ ? -> โจทย์ประมาณนี้ครับ 2-3 ข้อ จำเลขไม่ได้ ตอบ 10,000 กับ 100,000
นักเรียนเข้าสอบทั้งหมด 60 คน
กลุ่ม A: คะแนนเฉลี่ย 80 จำนวน x คน
กลุ่ม B: คะแนนเฉลี่ย 60 จำนวน x คน
กลุ่ม C: คะแนนเฉลี่ย 70 จำนวน x คน
คะแนนเฉลี่ยของทั้งหมดคือเท่าไหร่ -> 67 (จำเลขโจทย์ไม่ได้ครับ)
4. 10 ข้อ: ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2564
ออกค่อนข้างลง Detail ครับต้องอ่านรายละเอียดจริงๆ ชอยท์ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ต้องจำให้แม่นครับ
5. 10 ข้อ: ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรมศุลกากร
ออกได้หมดที่เกี่ยวข้องกับกรมครับ โดยที่ออกในปีนี้เท่าที่จำได้คือ
-วันสถาปนากรมศุลกากร และครบรอบกี่ปี -> 4 กรกฎาคม 2417 ครบรอบ 151 ปี
-พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีกี่มาตรา -> 262 มาตรา
-ใครไม่เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีศุลกากร
-ด่านศุลกากรมีกี่ด่าน-> 45 ด่าน
-ค่านิยมองค์กร -> DRIVE
สรุป ถ้าแนวข้อสอบคงโครงสร้างแบบแบบนี้ คนที่โอกาสอบผ่านสูงคือ
1. คนที่ทำทัน เนื่องจาก เวลา สอบ 3 ชั่วโมง จำนวนข้อ 200 ข้อ ทำให้เหลือเวลาข้อละไม่ถึง 1 นาที
2. แม่นตัวเลขใน พรบ. เพราะ ข้อสอบยกตัว พรบ. ตัดมาบางส่วนมาถามตรงๆ เลย ดังนั้น ต้องจำให้ได้และให้แม่นจะทำได้ไว มาก
3. ภาษาอังกฤษ ถ้าคนที่มีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว จะได้เปรียบมากครับ ข้อสอบลักษณะเดียวกับ 9 วิชาสามัญของเด็ก ม.6 และ CU-TEP โดยคิดว่าคนส่วนใหญ่เสียเวลากับพาร์ทนี้เยอะโดยเฉพาะ Reading ซึ่งบทความค่อนข้างยาว ถ้าไม่มีเทคนิคที่ดีจะทำไม่ทัน Cloze test และ Error ที่ต้องแม่น Structure และ Grammar มากๆ อีกทั้ง Conversation เอาไว้หลัง สุด มี 20 ข้อเท่ากับ Reading ซึ่งง่ายกว่ามาก ถ้าคนทำเรียงข้อก็จะเหมือนเสียคะแนนฟรีๆ ไปเลย โดยส่วนตัวชื่นชมการออกข้อสอบภาษาอังกฤษเลยครับ ถือว่าออกข้อสอบได้ดี มีมาตรฐานและต้องใช้ความสามารในการทำจริงๆ
โดยถ้าสามารถเก็บคะแนนส่วนใหญ่ได้ใน 2 พาร์ทนี้คือ ตัวพรบ. และ ภาษาอังกฤษ ซึ่งรวมกันเป็น 160 ข้อ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 80% แล้วครับ ดังนั้น ส่วนตัวคิดว่าต้องค่อนข้างเน้นวิชาภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ เพราะ คนส่วนใหญ่จะทำไม่ทัน ถ้าเราทำได้ไวและแม่นยำจะได้เปรียบมากครับ
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ ท่านไหนมี ข้อสอบในปีนี้ที่จำได้หรืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ครับ
รีวิว,แบ่งปันประสบการณ์สอบตำแหน่งนักวิชาการศุลกากร ปฏิบัติการ กรมศุลกากร ปี 69
โดยสนามสอบ เริ่มให้เข้าห้องสอบ ตั้งแต่เวลา 7:30 นาที ก่อนเวลาสอบ 1 ชม. ซึ่ง เริ่มสอบตั้งแต่เวลา 8:30 - 11:30 เวลาสอบทั้งหมด 3 ชั่ว โมง โดยมีข้อสอบทั้งหมด 200 ข้อ โดยผู้ที่ได้คะแนน มากกว่า 60% ขึ้นไป (120 ข้อ) จึงมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ครับ โครงสร้างข้อสอบ มี 5 ส่วน ดังนี้ครับ
1. 80 ข้อ: พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560, พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530
ข้อสอบค่อนข้างตรงไปตรงมาครับ ทุกอย่างที่เป็นตัวเลขออกหมดต้องจำให้ได้และให้แม่น คือโจทย์ตัดในส่วนของ พรบ. เอามาถามตรงๆเลย ดังนั้น วันที่,จำนวนเงิน,ค่าปรับ,อัตราดอกเบี้ย ต้องจำให้แม่นครับห้ามสับสนเด็ดขาด จำได้ก็ตอบได้เลย
2. 80 ข้อ: ภาษาอังกฤษ
โดยจะแบ่งเป็นสัดส่วนแต่ละ Part ดังนี้ ครับ
2.1 20 ข้อ: Cloze test
ส่วนใหญ่จะเน้น Vocab ครับโดยมีเป็นแบบ Cloze test สั้นๆ ที่วัดความรู้ Vocab, Grammar และ Structure และ แบบ Passage ครับ
2.2. 10 ข้อ: Error
วัดความแม่นใน Grammar และ Structure
ต้องเตรียมตัวพอสมควรครับ
2.3 20 ข้อ: Reading
แบ่งเป็น 2 บทความครับ เป็นบทความที่ค่อนข้างยาว บทความแรกเกี่ยวกับวัฒนธรมมการทำงานในจีน 996 และบทความที่สองเกี่ยวกับกิจกรรมที่ให้ลูกจ้างสนทนากับเพื่อนเพื่อลดความเหงาในสวีเดน บทความละประมาณ 1.5 หน้า A4 โดยแบ่งคำถามเป็นบทความละ 10 ข้อ ซึ่งก็ถามครบถ้วนครับทั้ง Main idea, Detail ,Inference, Vocab
2.4 20 ข้อ: Conversation
ออกบทสนทนาทั่วไปครับมีการให้สถานการณ์มาแล้วบนหัวข้อแต่ละข้อ มีออก idioms บ้าง บทความทั่วไปเข้าใจได้ง่ายอยู่ครับ
3. 20 ข้อ: ทักษะการคิดวิเคราะห์ เชาว์ปัญญา
ในส่วนของพาร์ทนี้ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างง่ายครับโดยเนื้อหาที่ออกจะมีพวก การแก้สมการตัวแปรเดี่ยว, ร้อยละ, Operation, ความน่าจะเป็น, สถิติเบื้องต้น ตัวอย่างโจทย์ที่จำมาได้ครับ(ไม่เป๊ะบางข้อครับ)
สามเท่าของจำนวนหนึ่งบวกกับ 7 เท่ากับ 40 จำนวนนั้นเดิมเท่ากับเท่าไหร่ -> 7
ผู้เข้าสอบมีทั้งหมด 4 คน ได้คะแนนเฉลี่ย 25 คะแนน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดเท่าไหร่ ->100
□ = 3,△4 □ +△× □ = ? ->21
x = 3 , y = 2x + 7 y =? -> 14 (แนวนี้ครับ)
เครื่องจักร A ผลิตสินค้า ได้ 60 ชิ้น ใน 12 นาที เครื่องจักร B ผลิตสินค้า ได้ 90 ชิ้น ใน 15 นาที
เครื่องจักรใดมีประสิทธิภาพมากกว่า -> B
สารละลายเข้มข้น 30 % จำนวน 20 L ถ้าเติมน้ำอีก 10 L ความเข้มข้นใหม่เป็นเท่าไหร่ -> 20%
ลูกบอลสีแดง 4 ลูก, สีน้ำเงิน 3 ลูก, สีเขียว 3 ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้ลูกบอลที่ไม่ใช่สีแดงเป็นเท่าไหร่ -> 3/5
ของลดราคา 20% และ เพิ่มราคา 20% ราคาสุดท้าย 9,375 ราคาตั้งต้นคือเท่าไหร่ ? -> โจทย์ประมาณนี้ครับ 2-3 ข้อ จำเลขไม่ได้ ตอบ 10,000 กับ 100,000
นักเรียนเข้าสอบทั้งหมด 60 คน
กลุ่ม A: คะแนนเฉลี่ย 80 จำนวน x คน
กลุ่ม B: คะแนนเฉลี่ย 60 จำนวน x คน
กลุ่ม C: คะแนนเฉลี่ย 70 จำนวน x คน
คะแนนเฉลี่ยของทั้งหมดคือเท่าไหร่ -> 67 (จำเลขโจทย์ไม่ได้ครับ)
4. 10 ข้อ: ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2564
ออกค่อนข้างลง Detail ครับต้องอ่านรายละเอียดจริงๆ ชอยท์ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ต้องจำให้แม่นครับ
5. 10 ข้อ: ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรมศุลกากร
ออกได้หมดที่เกี่ยวข้องกับกรมครับ โดยที่ออกในปีนี้เท่าที่จำได้คือ
-วันสถาปนากรมศุลกากร และครบรอบกี่ปี -> 4 กรกฎาคม 2417 ครบรอบ 151 ปี
-พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีกี่มาตรา -> 262 มาตรา
-ใครไม่เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีศุลกากร
-ด่านศุลกากรมีกี่ด่าน-> 45 ด่าน
-ค่านิยมองค์กร -> DRIVE
สรุป ถ้าแนวข้อสอบคงโครงสร้างแบบแบบนี้ คนที่โอกาสอบผ่านสูงคือ
1. คนที่ทำทัน เนื่องจาก เวลา สอบ 3 ชั่วโมง จำนวนข้อ 200 ข้อ ทำให้เหลือเวลาข้อละไม่ถึง 1 นาที
2. แม่นตัวเลขใน พรบ. เพราะ ข้อสอบยกตัว พรบ. ตัดมาบางส่วนมาถามตรงๆ เลย ดังนั้น ต้องจำให้ได้และให้แม่นจะทำได้ไว มาก
3. ภาษาอังกฤษ ถ้าคนที่มีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว จะได้เปรียบมากครับ ข้อสอบลักษณะเดียวกับ 9 วิชาสามัญของเด็ก ม.6 และ CU-TEP โดยคิดว่าคนส่วนใหญ่เสียเวลากับพาร์ทนี้เยอะโดยเฉพาะ Reading ซึ่งบทความค่อนข้างยาว ถ้าไม่มีเทคนิคที่ดีจะทำไม่ทัน Cloze test และ Error ที่ต้องแม่น Structure และ Grammar มากๆ อีกทั้ง Conversation เอาไว้หลัง สุด มี 20 ข้อเท่ากับ Reading ซึ่งง่ายกว่ามาก ถ้าคนทำเรียงข้อก็จะเหมือนเสียคะแนนฟรีๆ ไปเลย โดยส่วนตัวชื่นชมการออกข้อสอบภาษาอังกฤษเลยครับ ถือว่าออกข้อสอบได้ดี มีมาตรฐานและต้องใช้ความสามารในการทำจริงๆ
โดยถ้าสามารถเก็บคะแนนส่วนใหญ่ได้ใน 2 พาร์ทนี้คือ ตัวพรบ. และ ภาษาอังกฤษ ซึ่งรวมกันเป็น 160 ข้อ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 80% แล้วครับ ดังนั้น ส่วนตัวคิดว่าต้องค่อนข้างเน้นวิชาภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ เพราะ คนส่วนใหญ่จะทำไม่ทัน ถ้าเราทำได้ไวและแม่นยำจะได้เปรียบมากครับ
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ ท่านไหนมี ข้อสอบในปีนี้ที่จำได้หรืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ครับ