ณัฐพงษ์ ชี้ กกต.เปลี่ยนแบบบัตรเลือกตั้ง สะท้อนบัตร 8 ก.พ. มีปัญหา เตรียมร้อง ม.157
https://www.matichon.co.th/politics/news_5606512
.

.
ณัฐพงษ์ ชี้ กกต.เปลี่ยนแบบบัตรเลือกตั้ง สะท้อนบัตรมีปัญหา เตรียมร้อง ม.157 เรียกร้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบัตรการเลือกตั้งใหม่ ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ไม่มีเลขต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สะท้อนอะไร และจะมีการตรวจสอบ กกต.อย่างไร ว่า กรณีนี้แปลว่า กกต.เปลี่ยนแบบพิมพ์บัตร ทั้งที่บัตรเดิมมีเหลืออยู่ระดับหลายล้านใบ ไม่ได้หยิบออกมาใช้ เป็นการยอมรับโดย กกต.แล้วว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีปัญหา ดังนั้น ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนี้หลายคดีอยู่ในกระบวนการ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเอาหลักฐานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดําเนินการตรงไปตรงมา สําหรับพรรคเอง เรามีการเตรียมยื่นตามมาตรา 157 และในส่วนภาคประชาสังคมเองก็มีการร้องในช่องทางอื่นหมดแล้ว
.
เมื่อถามถึง กรณีที่ตัวเลขต้นขั้วหายไปเป็นการเปลี่ยนเพื่อไม่ให้สามารถถ่ายภาพเจาะจง และย้อนกลับไปดูที่คนเลือกได้ใช่หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเห็นว่ามีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าการถ่ายภาพเลือกตั้งผิดกฎหมาย แต่ในตัวบทกฎหมายจริงๆ คือห้ามไม่ให้ถ่ายบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนแล้ว ฉะนั้นการถ่ายก่อนฉีกออกจากต้นขั้วสามารถทําได้และแม้ไม่มีการถ่ายภาพ แต่ผู้ออกใช้สิทธิ์จําเลขต้นขั้วของตัวเองได้ ก็สามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าคนต่อท้ายเขากาอะไร ตนเชื่อว่า กกต.รู้ช่องโหว่ตรงนี้ดี และการที่ กกต.ออกมาแถลงข่าวว่า การเลือกตั้งโดยกระบวนการมีความลับนั้นไม่จริง จึงออกมาแก้บัตรเลือกตั้ง และตนเองเชื่อว่าไม่ใช่ความผิดพลาด เพราะบัตรเลือกตั้งก็มีเหลืออยู่ หยิบเล่มเก่ามาใช้ได้เลย น่าจะเป็นการสั่งพิมพ์ใหม่เพื่อปิดช่องโหว่ตรงนี้
.
เมื่อถามว่า เป็นการตอกย้ำความผิดพลาดของ กกต.หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่ กกต.พยายามทําอยู่ ต้องให้ความเป็นธรรม และรอฟังสิ่งที่เขาจะแถลงว่าจะออกมาอย่างไร ณ ตอนนี้บัตรทุกใบที่ผ่านการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถูกเก็บไว้อยู่ในหีบแล้ว ดังนั้น หากยืนยันในหลักการว่ากระบวนการเป็นความลับ จึงเปลี่ยนแบบบัตร กระบวนการในวันนี้ ไม่สามารถที่จะไม่เป็นความลับได้ จึงเปลี่ยนแบบ แต่คิดว่าไม่ควรใช้วิธีการตีความกฎหมายแบบนี้ การที่บอกว่าบัตรควรจะเป็นความลับ ก็ควรเป็นความลับถึงที่สุดตลอดไป ไม่ใช่ว่ามีใครคนใดคนหนึ่งอย่างเจ้าหน้าที่ กกต.เปิดหีบ จนสามารถรู้ได้ว่าใครโหวตใคร
.
เมื่อถามถึง กรณีบัตรเขย่งที่มีเยอะขึ้นนั้น นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาธารณะอยู่แล้วออกมาให้มีความโปร่งใสมากที่สุด ทั้งแบบใบขีดคะแนน 5/11 และ 5/18 ให้ครบทุกหน่วยเพื่อตรวจสอบให้ตรงกันได้ ระหว่างภาพประชาชนบันทึกไว้ในวันเลือกตั้ง และภาพที่ กกต.เปิดเผยออกมาว่าตรง หรือไม่ตรงกันอย่างไร และเมื่อบวกคะแนนกลับไปแล้ว ตกลงแล้วจะเขย่งหรือไม่เขย่งจริง ตรงกับอีซีทีรีพอร์ตหรือไม่
.
เมื่อถามว่า พรรคมีการเตรียมแผนอย่างไร หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ในที่ประชุมสัมมนามีการให้ข้อคิดเห็น เตรียมแผนการไว้ทุกฉากทัศน์ ซึ่งนาย
ธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ชี้แจงภาพใหญ่ให้เห็นว่าหากเป็นโมฆะ ไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร แต่ความเห็นของตนและของพรรคคงพูดแทนศาลไม่ได้ ก็อยู่ที่คำวินิจฉัยของศาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
.
เท้ง มอง ภท. ปิดดีลรัฐบาล ไร้ ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม เป็นไปได้ ไม่กังวลทำงานร่วมพรรคเขียว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5606517
.
‘ณัฐพงษ์’ มอง ‘ภูมิใจไทย’ ปิดดีลรัฐบาล ไร้ ‘ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม’ เป็นไปได้ ไม่กังวล ทำงานร่วมพรรคเขียว ชี้ อาจมีข้อมูลเชิงลึก ช่วยตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้น-ทำงานเชิงรุกในสภา แม้ 200 เสียง คว่ำ รัฐบาลไม่ได้
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยปิดดีลจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียง โดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ ว่า คิดว่ามีความเป็นไปได้ และตนไม่ได้ติดขัดอะไร คนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็มาทำหน้าที่ตรวจสอบร่วมกัน
.
เมื่อถามว่า มองว่าสูตรจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนตัวของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องรอดูการทำหน้าที่ของรัฐบาล และให้ประชาชนช่วยกันตัดสินดีกว่า หากการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ หน้าตารัฐบาลที่ออกมาสามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้จริงหรือไม่ แต่สิ่งที่พรรคประชาชนพยายามนำเสนอมาตลอดคือเชื่อว่า ตราบใดที่เรายังไม่ได้เปลี่ยนการเมืองตั้งแต่โครงสร้างและต้นตอ เราก็จะได้รัฐบาลที่ไม่มีเสียงของประชาชนเป็นตัวตั้งอย่างแท้จริง ซึ่งอาจจะไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอรอดูต่อไปในอนาคต
.
เมื่อถามว่า มีพรรคกล้าธรรมมาเป็นพรรคฝ่ายค้าน จะทำให้พรรคประชาชนทำงานลำบากขึ้นหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร เพราะฝ่ายค้านมีกลไกของวิปทำงานอยู่แล้ว
.
หากมองอีกแง่หนึ่งหากพรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมาก็อาจจะมีข้อมูลวงในที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ บอกได้แค่พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ หรือทุกพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาที่สุด
.
ถามต่อว่า หากพรรคกล้าธรรมหรือพรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลการตรวจสอบมากกว่า จะทำให้บทบาทการทำงานของพรรคประชาชนถูกกลบหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า การทำงานของเราตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนมาเป็นพรรคประชาชน เรามีความโดดเด่นในเรื่องการเตรียมข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการพิจารณามากที่สุด มองว่าคนที่จะเข้ามาร่วมกันตรวจสอบ หากช่วยกันได้ดีก็จะไม่ทำให้ภาพของพรรคประชาชนดร็อปลงแต่อย่างใด ยิ่งดีเสียอีกที่ทำให้ประชาชนมีฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลได้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
.
เมื่อถามว่า การที่แดงกับน้ำเงินจับมือกัน กังวลหรือไม่ว่าคดีเขากระโดงและคดีฮั้ว ส.ว.จะหายไป นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ในบริบทการเมืองปัจจุบันเชื่อว่าการผลักดันคดีต่างๆ เหล่านี้ให้เดินหน้า ก็น่าจะต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการกดดัน เพราะจะไปหวังพึ่งรัฐบาลในการพยายามทำให้คดีเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาคงไม่ได้
.
เมื่อถามว่า จำนวนเสียงที่มี 200 เสียงของฝ่ายค้านเชื่อมั่นว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งได้หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนมองว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอาจจะไม่ได้อยู่ที่เสียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาในระบบรัฐสภา การโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกือบทุกครั้ง น้อยครั้งมากที่ผลโหวตในสภาจะคว่ำรัฐบาลได้จริง แต่ที่จริงแล้วอยู่ที่เรื่องการนำเสนอข้อมูล การอภิปรายในสภา และการแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนมากกว่า ตนเชื่อว่าพรรคประชาชนยังคงรักษามาตรฐาน และจะทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
.
.
‘หัวหน้าเท้ง’เผยถอดบทเรียนเลือกตั้ง ชนะทางความคิด-แพ้พื้นที่ ชูตั้ง ‘อาสาส้ม’ทำเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมป์
https://www.dailynews.co.th/news/5625786/
.
'หัวหน้าเท้ง' เผยถอดบทเรียนเลือกตั้งระบุชนะทางความคิด-แพ้พื้นที่ ชูตั้ง 'อาสาส้ม' ทำเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมภ์ ส่วน 'สส.สอบตก' มีกรรมาธิการ-งานพรรค ให้งานทำต่อ สู้ 'คดี 44 สส.' ยื่น 'ศาลฎีกา' ขอไม่ให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ 'หัวหน้าพรรค' คนต่อไปมีบุคลากรพร้อมแล้ว ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค
.
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสัมมนาใหญ่ พรรคประชาชน ว่า เป็นการมาถอดบทเรียนร่วมกันว่าผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเท่าที่เราจะสามารถลงรายละเอียดได้ เพื่อสะท้อนสิ่งที่ทำให้เรายังไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้ และสิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าเราเห็นตรงกันคือพรรคประชาชน ต้องทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น และเราก็เตรียมความพร้อมที่จะจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัคร หรือ อสส. ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วทั้งประเทศ เพื่อที่เราจะสามารถให้เครือข่าย อสส.เหล่านี้ เป็นหูเป็นตาให้ประชาชน ทั้งในเรื่องของการสะท้อนปัญหาในพื้นที่ให้กับผู้สมัครของพรรค เพื่อให้พรรคสามารถที่จะผลักดันการแก้ปัญหาในพื้นที่ ในเรื่องของการเป็นแหล่งข่าว
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า รวมทั้งการจัดกิจกรรมในพื้นที่ ประเพณีต่างๆ เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคมีความใกล้ชิดกับพื้นที่ รวมถึงการส่งข่าวการทุจริตคอร์รัปชันในพื้นที่ เพราะอย่าลืมว่าในหลายพื้นที่ที่เราได้ยินมาในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ทราบข่าวมาว่าอาจจะมีในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ที่จริงๆ แล้วมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ในครั้งนี้อาจมีข้อสงสัยที่เพิ่มมากขึ้น มีปัญหาที่หนาหูมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะดำเนินการจับกุมได้ไม่ดีเท่าที่ควร เราจึงเตรียมความพร้อมที่จะส่งอาสาสมัครเหล่านี้ไปเป็นหูเป็นตาให้พวกเรา
.
เมื่อถามถึงการวางบทบาทให้กับคนที่สอบไม่ได้ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า แน่นอนที่สุดตอนนี้เราสัมมนาในเรื่องของอาสาสมัคร ซึ่งก็มีผู้สมัครส่วนหนึ่งที่อาจไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทุกคนยังมีกำลังใจเต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานต่อกับพรรค สิ่งที่เราวางแผนร่วมกันตลอด 2 วันที่ผ่านมา คือการที่จะเร่งเคาะผู้สมัครให้เร็วที่สุด เพื่อให้แต่ละคนมีเวลาทำพื้นที่ให้ได้มากที่สุด และการที่เราพอจะมีกลไกหรือตำแหน่งในสภา เราก็จะให้ผู้สมัครของเรามีที่ทางในการทำงานให้กับประชาชน ไม่ว่าเขาจะสอบได้หรือไม่ก็ตาม
.
เมื่อถามถึงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคในการประชุมใหญ่ช่วงเดือน มี.ค. มีการพูดถึงในเวทีสัมมนาหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการหารือกัน แต่ตนอยากยืนยันว่าหลักความบริสุทธิ์ของเราและเพื่อนๆ ที่อยู่ในข่าย 44 สส. ไม่ควรมีใครที่จะถูกดำเนินคดีในเรื่องของการที่เราเสนอแก้ไขกฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้ดำรงตำแหน่ง สส. แต่เพื่อการบริหารความเสี่ยงทั้งหมด เราก็มีการหารือกันว่าหากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเอง ไปทำหน้าที่อย่างอื่น เช่น การสร้างเครือข่ายของพรรคให้เข้มแข็งในพื้นที่เพื่อทำให้เราชนะการเลือกตั้งในครั้งหน้า ขณะที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคซึ่งผูกพันกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภา ก็อยู่ที่ที่ประชุมของพรรคว่าจะเลือกใครขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่และผู้นำฝ่ายค้านคนต่อไป แต่ขออย่าเพิ่งพูดไปถึงตอนนั้นเลย ขอให้จับตาดูที่คดีที่จะออกจาก ป.ป.ช.ไปที่ศาลฎีกาดีกว่าว่าเป็นอย่างไร
.
เมื่อถามต่อว่าเตรียมการต่อสู้เรื่องคดีไว้อย่างไรบ้าง นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่เท่าเดิม เท่าที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไป คือทางทีมกฎหมายของพรรคได้ยื่นคำร้องกับว่าที่ สส.ทั้ง 10 คน คือบัญชีรายชื่อ 8 คน และเขต 2 คน ในการยื่นคำร้องให้กับศาลฎีกาเพื่อให้ศาลไม่มีคำสั่งให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาอีกครั้งว่าจะมีคำสั่งอย่างไร
JJNY : 5in1 ณัฐพงษ์เตรียมร้อง ม.157│เท้งมองภท.ปิดดีล│‘หน.เท้ง’เผยถอดบทเรียน│วิโรจน์ชี้ต้องดำเนินคดี│เผยญาติติดใจปมพบช้อน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5606512
.
.
ณัฐพงษ์ ชี้ กกต.เปลี่ยนแบบบัตรเลือกตั้ง สะท้อนบัตรมีปัญหา เตรียมร้อง ม.157 เรียกร้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบัตรการเลือกตั้งใหม่ ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ไม่มีเลขต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สะท้อนอะไร และจะมีการตรวจสอบ กกต.อย่างไร ว่า กรณีนี้แปลว่า กกต.เปลี่ยนแบบพิมพ์บัตร ทั้งที่บัตรเดิมมีเหลืออยู่ระดับหลายล้านใบ ไม่ได้หยิบออกมาใช้ เป็นการยอมรับโดย กกต.แล้วว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีปัญหา ดังนั้น ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนี้หลายคดีอยู่ในกระบวนการ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเอาหลักฐานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดําเนินการตรงไปตรงมา สําหรับพรรคเอง เรามีการเตรียมยื่นตามมาตรา 157 และในส่วนภาคประชาสังคมเองก็มีการร้องในช่องทางอื่นหมดแล้ว
.
เมื่อถามถึง กรณีที่ตัวเลขต้นขั้วหายไปเป็นการเปลี่ยนเพื่อไม่ให้สามารถถ่ายภาพเจาะจง และย้อนกลับไปดูที่คนเลือกได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเห็นว่ามีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าการถ่ายภาพเลือกตั้งผิดกฎหมาย แต่ในตัวบทกฎหมายจริงๆ คือห้ามไม่ให้ถ่ายบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนแล้ว ฉะนั้นการถ่ายก่อนฉีกออกจากต้นขั้วสามารถทําได้และแม้ไม่มีการถ่ายภาพ แต่ผู้ออกใช้สิทธิ์จําเลขต้นขั้วของตัวเองได้ ก็สามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าคนต่อท้ายเขากาอะไร ตนเชื่อว่า กกต.รู้ช่องโหว่ตรงนี้ดี และการที่ กกต.ออกมาแถลงข่าวว่า การเลือกตั้งโดยกระบวนการมีความลับนั้นไม่จริง จึงออกมาแก้บัตรเลือกตั้ง และตนเองเชื่อว่าไม่ใช่ความผิดพลาด เพราะบัตรเลือกตั้งก็มีเหลืออยู่ หยิบเล่มเก่ามาใช้ได้เลย น่าจะเป็นการสั่งพิมพ์ใหม่เพื่อปิดช่องโหว่ตรงนี้
.
เมื่อถามว่า เป็นการตอกย้ำความผิดพลาดของ กกต.หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่ กกต.พยายามทําอยู่ ต้องให้ความเป็นธรรม และรอฟังสิ่งที่เขาจะแถลงว่าจะออกมาอย่างไร ณ ตอนนี้บัตรทุกใบที่ผ่านการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถูกเก็บไว้อยู่ในหีบแล้ว ดังนั้น หากยืนยันในหลักการว่ากระบวนการเป็นความลับ จึงเปลี่ยนแบบบัตร กระบวนการในวันนี้ ไม่สามารถที่จะไม่เป็นความลับได้ จึงเปลี่ยนแบบ แต่คิดว่าไม่ควรใช้วิธีการตีความกฎหมายแบบนี้ การที่บอกว่าบัตรควรจะเป็นความลับ ก็ควรเป็นความลับถึงที่สุดตลอดไป ไม่ใช่ว่ามีใครคนใดคนหนึ่งอย่างเจ้าหน้าที่ กกต.เปิดหีบ จนสามารถรู้ได้ว่าใครโหวตใคร
.
เมื่อถามถึง กรณีบัตรเขย่งที่มีเยอะขึ้นนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาธารณะอยู่แล้วออกมาให้มีความโปร่งใสมากที่สุด ทั้งแบบใบขีดคะแนน 5/11 และ 5/18 ให้ครบทุกหน่วยเพื่อตรวจสอบให้ตรงกันได้ ระหว่างภาพประชาชนบันทึกไว้ในวันเลือกตั้ง และภาพที่ กกต.เปิดเผยออกมาว่าตรง หรือไม่ตรงกันอย่างไร และเมื่อบวกคะแนนกลับไปแล้ว ตกลงแล้วจะเขย่งหรือไม่เขย่งจริง ตรงกับอีซีทีรีพอร์ตหรือไม่
.
เมื่อถามว่า พรรคมีการเตรียมแผนอย่างไร หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในที่ประชุมสัมมนามีการให้ข้อคิดเห็น เตรียมแผนการไว้ทุกฉากทัศน์ ซึ่งนายธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ชี้แจงภาพใหญ่ให้เห็นว่าหากเป็นโมฆะ ไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร แต่ความเห็นของตนและของพรรคคงพูดแทนศาลไม่ได้ ก็อยู่ที่คำวินิจฉัยของศาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
.
เท้ง มอง ภท. ปิดดีลรัฐบาล ไร้ ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม เป็นไปได้ ไม่กังวลทำงานร่วมพรรคเขียว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5606517
.
‘ณัฐพงษ์’ มอง ‘ภูมิใจไทย’ ปิดดีลรัฐบาล ไร้ ‘ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม’ เป็นไปได้ ไม่กังวล ทำงานร่วมพรรคเขียว ชี้ อาจมีข้อมูลเชิงลึก ช่วยตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้น-ทำงานเชิงรุกในสภา แม้ 200 เสียง คว่ำ รัฐบาลไม่ได้
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยปิดดีลจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียง โดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ ว่า คิดว่ามีความเป็นไปได้ และตนไม่ได้ติดขัดอะไร คนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็มาทำหน้าที่ตรวจสอบร่วมกัน
.
เมื่อถามว่า มองว่าสูตรจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนตัวของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องรอดูการทำหน้าที่ของรัฐบาล และให้ประชาชนช่วยกันตัดสินดีกว่า หากการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ หน้าตารัฐบาลที่ออกมาสามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้จริงหรือไม่ แต่สิ่งที่พรรคประชาชนพยายามนำเสนอมาตลอดคือเชื่อว่า ตราบใดที่เรายังไม่ได้เปลี่ยนการเมืองตั้งแต่โครงสร้างและต้นตอ เราก็จะได้รัฐบาลที่ไม่มีเสียงของประชาชนเป็นตัวตั้งอย่างแท้จริง ซึ่งอาจจะไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอรอดูต่อไปในอนาคต
.
เมื่อถามว่า มีพรรคกล้าธรรมมาเป็นพรรคฝ่ายค้าน จะทำให้พรรคประชาชนทำงานลำบากขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร เพราะฝ่ายค้านมีกลไกของวิปทำงานอยู่แล้ว
.
หากมองอีกแง่หนึ่งหากพรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมาก็อาจจะมีข้อมูลวงในที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ บอกได้แค่พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ หรือทุกพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาที่สุด
.
ถามต่อว่า หากพรรคกล้าธรรมหรือพรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลการตรวจสอบมากกว่า จะทำให้บทบาทการทำงานของพรรคประชาชนถูกกลบหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การทำงานของเราตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนมาเป็นพรรคประชาชน เรามีความโดดเด่นในเรื่องการเตรียมข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการพิจารณามากที่สุด มองว่าคนที่จะเข้ามาร่วมกันตรวจสอบ หากช่วยกันได้ดีก็จะไม่ทำให้ภาพของพรรคประชาชนดร็อปลงแต่อย่างใด ยิ่งดีเสียอีกที่ทำให้ประชาชนมีฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลได้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
.
เมื่อถามว่า การที่แดงกับน้ำเงินจับมือกัน กังวลหรือไม่ว่าคดีเขากระโดงและคดีฮั้ว ส.ว.จะหายไป นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในบริบทการเมืองปัจจุบันเชื่อว่าการผลักดันคดีต่างๆ เหล่านี้ให้เดินหน้า ก็น่าจะต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการกดดัน เพราะจะไปหวังพึ่งรัฐบาลในการพยายามทำให้คดีเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมาคงไม่ได้
.
เมื่อถามว่า จำนวนเสียงที่มี 200 เสียงของฝ่ายค้านเชื่อมั่นว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนมองว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอาจจะไม่ได้อยู่ที่เสียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาในระบบรัฐสภา การโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกือบทุกครั้ง น้อยครั้งมากที่ผลโหวตในสภาจะคว่ำรัฐบาลได้จริง แต่ที่จริงแล้วอยู่ที่เรื่องการนำเสนอข้อมูล การอภิปรายในสภา และการแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนมากกว่า ตนเชื่อว่าพรรคประชาชนยังคงรักษามาตรฐาน และจะทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
.
.
‘หัวหน้าเท้ง’เผยถอดบทเรียนเลือกตั้ง ชนะทางความคิด-แพ้พื้นที่ ชูตั้ง ‘อาสาส้ม’ทำเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมป์
https://www.dailynews.co.th/news/5625786/
.
'หัวหน้าเท้ง' เผยถอดบทเรียนเลือกตั้งระบุชนะทางความคิด-แพ้พื้นที่ ชูตั้ง 'อาสาส้ม' ทำเครือข่ายสู้ระบบอุปถัมภ์ ส่วน 'สส.สอบตก' มีกรรมาธิการ-งานพรรค ให้งานทำต่อ สู้ 'คดี 44 สส.' ยื่น 'ศาลฎีกา' ขอไม่ให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ 'หัวหน้าพรรค' คนต่อไปมีบุคลากรพร้อมแล้ว ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค
.
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสัมมนาใหญ่ พรรคประชาชน ว่า เป็นการมาถอดบทเรียนร่วมกันว่าผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเท่าที่เราจะสามารถลงรายละเอียดได้ เพื่อสะท้อนสิ่งที่ทำให้เรายังไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้ และสิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าเราเห็นตรงกันคือพรรคประชาชน ต้องทำงานในพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น และเราก็เตรียมความพร้อมที่จะจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัคร หรือ อสส. ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วทั้งประเทศ เพื่อที่เราจะสามารถให้เครือข่าย อสส.เหล่านี้ เป็นหูเป็นตาให้ประชาชน ทั้งในเรื่องของการสะท้อนปัญหาในพื้นที่ให้กับผู้สมัครของพรรค เพื่อให้พรรคสามารถที่จะผลักดันการแก้ปัญหาในพื้นที่ ในเรื่องของการเป็นแหล่งข่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รวมทั้งการจัดกิจกรรมในพื้นที่ ประเพณีต่างๆ เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคมีความใกล้ชิดกับพื้นที่ รวมถึงการส่งข่าวการทุจริตคอร์รัปชันในพื้นที่ เพราะอย่าลืมว่าในหลายพื้นที่ที่เราได้ยินมาในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ทราบข่าวมาว่าอาจจะมีในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ที่จริงๆ แล้วมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ในครั้งนี้อาจมีข้อสงสัยที่เพิ่มมากขึ้น มีปัญหาที่หนาหูมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะดำเนินการจับกุมได้ไม่ดีเท่าที่ควร เราจึงเตรียมความพร้อมที่จะส่งอาสาสมัครเหล่านี้ไปเป็นหูเป็นตาให้พวกเรา
.
เมื่อถามถึงการวางบทบาทให้กับคนที่สอบไม่ได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แน่นอนที่สุดตอนนี้เราสัมมนาในเรื่องของอาสาสมัคร ซึ่งก็มีผู้สมัครส่วนหนึ่งที่อาจไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทุกคนยังมีกำลังใจเต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานต่อกับพรรค สิ่งที่เราวางแผนร่วมกันตลอด 2 วันที่ผ่านมา คือการที่จะเร่งเคาะผู้สมัครให้เร็วที่สุด เพื่อให้แต่ละคนมีเวลาทำพื้นที่ให้ได้มากที่สุด และการที่เราพอจะมีกลไกหรือตำแหน่งในสภา เราก็จะให้ผู้สมัครของเรามีที่ทางในการทำงานให้กับประชาชน ไม่ว่าเขาจะสอบได้หรือไม่ก็ตาม
.
เมื่อถามถึงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคในการประชุมใหญ่ช่วงเดือน มี.ค. มีการพูดถึงในเวทีสัมมนาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการหารือกัน แต่ตนอยากยืนยันว่าหลักความบริสุทธิ์ของเราและเพื่อนๆ ที่อยู่ในข่าย 44 สส. ไม่ควรมีใครที่จะถูกดำเนินคดีในเรื่องของการที่เราเสนอแก้ไขกฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้ดำรงตำแหน่ง สส. แต่เพื่อการบริหารความเสี่ยงทั้งหมด เราก็มีการหารือกันว่าหากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเอง ไปทำหน้าที่อย่างอื่น เช่น การสร้างเครือข่ายของพรรคให้เข้มแข็งในพื้นที่เพื่อทำให้เราชนะการเลือกตั้งในครั้งหน้า ขณะที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคซึ่งผูกพันกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภา ก็อยู่ที่ที่ประชุมของพรรคว่าจะเลือกใครขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่และผู้นำฝ่ายค้านคนต่อไป แต่ขออย่าเพิ่งพูดไปถึงตอนนั้นเลย ขอให้จับตาดูที่คดีที่จะออกจาก ป.ป.ช.ไปที่ศาลฎีกาดีกว่าว่าเป็นอย่างไร
.
เมื่อถามต่อว่าเตรียมการต่อสู้เรื่องคดีไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่เท่าเดิม เท่าที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไป คือทางทีมกฎหมายของพรรคได้ยื่นคำร้องกับว่าที่ สส.ทั้ง 10 คน คือบัญชีรายชื่อ 8 คน และเขต 2 คน ในการยื่นคำร้องให้กับศาลฎีกาเพื่อให้ศาลไม่มีคำสั่งให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาอีกครั้งว่าจะมีคำสั่งอย่างไร