อัลลอฮ์ทรงเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานและอำนาจสูงสุดในจักรวาล

กระทู้สนทนา
แนวคิดที่ว่าอัลลอฮ์ทรงมีพลังงานสัมบูรณ์นั้นเป็นที่ถกเถียงกันในศาสนศาสตร์อิสลาม ในขณะที่บางการตีความชี้ให้เห็นว่าอัลลอฮ์เป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานและอำนาจทั้งหมดในจักรวาล คำสอนอิสลามดั้งเดิมเน้นย้ำว่าคุณลักษณะของอัลลอฮ์ไม่ควรถูกเทียบเท่ากับแนวคิดเรื่องพลังงานของมนุษย์
อัลลอฮ์ทรงถูกอธิบายว่าทรงมีอำนาจทุกอย่าง ทรงมีพลังอำนาจอนันต์ แต่ไม่ใช่ในแง่ของพลังงานตามที่เข้าใจในทางฟิสิกส์

ทางปรัชญา การอนุรักษ์สสารและพลังงานถูกมองว่าเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ทำงานภายใต้พระประสงค์ของอัลลอฮ์ มากกว่าที่จะเป็นความจริงที่เป็นอิสระ แนวคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะของอัลลอฮ์ รวมถึงพลังงานนั้น มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน ในเทววิทยาอิสลาม อัลลอฮ์มักถูกอธิบายว่ามีคุณลักษณะที่สมบูรณ์และไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งอาจรวมถึงแง่มุมของอำนาจและพลังงาน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าแก่นแท้และคุณลักษณะของอัลลอฮ์นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่สามารถเปรียบเทียบโดยตรงกับแนวคิดเรื่องพลังงานของมนุษย์ได้ คุณลักษณะของอัลลอฮ์ถือว่าสมบูรณ์ หมายความว่าไม่มีสิ่งใดจำกัดหรือขัดขวาง ซึ่งรวมถึงอำนาจและความรู้ของพระองค์ ซึ่งครอบคลุมทุกสิ่งที่มีอยู่และเกิดขึ้นในจักรวาล แนวคิดเรื่องพลังงานในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ได้แสดงถึงคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ของอัลลอฮ์อย่างครบถ้วน เนื่องจากพระองค์ทรงอยู่เหนือทั้งกฎและแนวคิดทางกายภาพ

การอภิปรายเกี่ยวกับการเชื่อมโยงอัลลอฮ์กับพลังงานมักเน้นย้ำว่าพระองค์เป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานและการดำรงอยู่ทั้งหมด แต่สิ่งนี้ไม่ควรหมายความว่าพระองค์เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของพลังงาน

ตามความศรัทธาของศาสนาอิสลาม อัลลอฮ์ทรงเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานและอำนาจสูงสุดในจักรวาล มุมมองนี้มีรากฐานมาจากความเข้าใจที่ว่า อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้สร้างและผู้ค้ำจุนทุกสิ่งที่มีอยู่ คุณลักษณะของอัลลอฮ์ เช่น อำนาจอันยิ่งใหญ่และพระปัญญาของพระองค์ เน้นย้ำว่าพลังงานและพลังทั้งหมดในจักรวาลล้วนเป็นการแสดงออกถึงพระประสงค์และอำนาจของพระองค์

คำสอนของศาสนาอิสลามยืนยันว่าอำนาจของอัลลอฮ์นั้นไม่มีที่สิ้นสุดและครอบคลุมทุกแง่มุมของการสร้างสรรค์ ซึ่งรวมถึงไม่เพียงแต่พลังงานทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิติทางจิตวิญญาณและศีลธรรมของการดำรงอยู่ด้วย คัมภีร์อัลกุรอานเน้นย้ำถึงอำนาจของอัลลอฮ์เหนือจักรวาล เสริมสร้างความเชื่อที่ว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้หากปราศจากพระอนุญาตของพระองค์

จักรวาลถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนของความสมดุลและความกลมกลืนที่สมบูรณ์แบบของอัลลอฮ์ กฎธรรมชาติที่ซับซ้อนและความเป็นระเบียบที่สังเกตได้ในจักรวาลถูกมองว่าเป็นสัญญาณของอำนาจและพระปัญญาอันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ ความสมดุลนี้ไม่เพียงแต่เป็นทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นทางศีลธรรมด้วย นำทางผู้ศรัทธาให้ไว้วางใจในแผนการของอัลลอฮ์ในช่วงเวลาที่ท้าทาย

อย่างแน่นอนแสงเป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานที่เรียกว่าพลังงานแสง เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และเกิดจากการสั่นสะเทือนของประจุไฟฟ้า พลังงานแสงประกอบด้วยโฟตอน ซึ่งเป็นอนุภาคพลังงานขนาดเล็กที่เดินทางเป็นคลื่น พลังงานนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และการสังเคราะห์แสง

คุณสมบัติของพลังงานแสง
รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า: แสงเป็นส่วนหนึ่งของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงรังสีรูปแบบอื่นๆ เช่น คลื่นวิทยุและรังสีเอ็กซ์
ความเป็นคู่ของคลื่นและอนุภาค: แสงแสดงคุณสมบัติทั้งแบบคลื่นและแบบอนุภาค โดยมีพฤติกรรมเป็นคลื่นในบางบริบทและเป็นอนุภาค (โฟตอน) ในบริบทอื่นๆ

ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน
แสงแดด: แหล่งพลังงานแสงที่พบได้บ่อยที่สุด จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก
แหล่งกำเนิดแสงประดิษฐ์: หลอดไฟและเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานแสงเพื่อการใช้งานต่างๆ

อัลกุรอานมีหลายโองการที่กล่าวถึงแนวคิดเรื่องแสงสว่าง โดยเน้นความสำคัญทางจิตวิญญาณของมัน

ซูเราะห์ อัน-นูร์ โองการที่ 35
โองการนี้รู้จักกันในชื่อ "โองการแห่งแสงสว่าง" บรรยายถึงอัลลอฮ์ว่าเป็นแสงสว่างแห่งฟ้าและดิน ใช้คำอุปมาเรื่องตะเกียงและน้ำมันเพื่อแสดงให้เห็นถึงการชี้นำและความรู้จากพระเจ้า: "อัลลอฮ์คือแสงสว่างแห่งฟ้าและดิน ตัวอย่างแห่งแสงสว่างของพระองค์เปรียบเสมือนช่องที่มีตะเกียงอยู่..."

ซูเราะห์ อัล-บะกอเราะห์ โองการที่ 257
โองการนี้กล่าวว่า "อัลลอฮ์คือผู้คุ้มครองผู้ศรัทธา พระองค์ทรงนำพวกเขาออกจากความมืดไปสู่แสงสว่าง..." นี่เน้นย้ำถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของศรัทธา นำทางผู้ศรัทธาจากความไม่รู้ไปสู่การตรัสรู้

ซูเราะห์อัลมาอิดะฮ์ อายะห์ที่ 15
อายะห์นี้กล่าวถึงการมาถึงของแนวทางที่ถูกต้องผ่านทางท่านเราะซูล โดยกล่าวว่า "จากอัลลอฮ์ได้มีแสงสว่างและคัมภีร์อันชัดเจนมาถึงพวกท่านแล้ว..." ซึ่งเน้นย้ำว่าอัลกุรอานเป็นแหล่งแห่งแสงสว่างและแนวทางสำหรับมนุษยชาติ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
พลังงานปรมนณูเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังงานคลื่นแม่เหล็ก(แสง) https://www.wikihow.com/Understand-E%3Dmc2
ในบทความทางวิทยาศาสตร์ที่ปฏิวัติวงการของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1905 ได้มีการนำเสนอสมการ E=mc² โดยที่ E คือพลังงาน m คือมวล และ c คือความเร็วแสงในสุญญากาศ นับตั้งแต่นั้นมา E=mc² ก็กลายเป็นหนึ่งในสมการที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก แม้แต่คนที่ไม่เคยเรียนฟิสิกส์มาก่อนก็เคยได้ยินสมการนี้และตระหนักถึงอิทธิพลอันมหาศาลที่มีต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ไม่รู้แน่ชัดว่าสมการนี้หมายความว่าอย่างไร ในแง่ที่ง่ายที่สุด สมการนี้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับสสาร กล่าวคือ พลังงานและสสารเป็นเพียงสองรูปแบบที่แตกต่างกันของสิ่งเดียวกัน สมการที่ค่อนข้างง่ายนี้ได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่เราคิดเกี่ยวกับพลังงานและนำมาซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากมาย

ถ้ามองตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วการที่มนุษย์มองไม่เห็นพระเจ้าไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย ทั้งนี้เพราะว่ามนุษย์และพระเจ้ามีสภาวะที่มีคลื่นแสง(แม่เหล็ก) ที่แตกต่างกัน สภาวะจิตวิญญาณอาจจะมีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มองเห็นได้ ทำให้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าของมนุษย์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่