เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แม่เราเล่าให้เราฟัง คือบ้านเราอยู่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนที่แม่เราเรียนอยู่ป.6 ปีนั้นน่าจะประมาณปี28 ตอนนั้นเป็นวันออกพรรษาและเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงพอดี เวลานั้นเป็นเวลาประมาณตี 4 ตี 5 แล้ว แม่เราปั่นจักรยานไปกับเพื่อน ๆแกสมัยนั้น คือเขาก็จะเอาของไปขายที่ตัวอำเภอ ซึ่งถนนเส้นที่ผ่านคือเส้นศีขรภูมิ-สังขะสมัยนั้นยังไม่ถมสูงเหมือนสมัยนี้และยังเป็นดินลูกรังอยู่ แม่เราแกก็ปั่นจักรยานไปกับเพื่อนเพลิน ๆไม่มีไร แต่พอมาถึงบริเวณห้วยซึ่งตรงนั้นมันจะมีต้นโพธิ์อยู่ต้นหนึ่งที่ข้าง ๆจะมีเจดีย์เก่า ๆอยู่ใต้ต้น พอถึงบริเวณนั้นโซ่รถเพื่อนแม่คนหนึ่งก็ตก เลยต้องมาช่วยกันเอาใส่กลับคืน ระหว่างนั้นแม่เราแกก็มองดูอะไรรอบ ๆไปทั่ว จนแกมองไปทางทิศตะวันออก ตอนนั้นแกตั้งใจจะมองไปดูไฟจากหนังกลางแปลงที่มาฉายในหมู่บ้านฝั่งทางตะวันออก และสมัยนั้นก็เห็นชัดมากเพราะชนบทอีสานสมัยนั้นคือโล่งจริง ๆแบบไม่มีเสาไฟไม่มีต้นไม้ตามทุ่งนาเลย ถ้ามีงานเมื่อไหร่คือแสงจะสว่างจ่าเป็นจุดเด่นมาก แม่เราก็มองไปทางที่เขาฉายหนังกลางแปลงสักพัก แกก็ส่ายสายตาแกไปเห็นร่าง ๆนึง คือแกบอกคล้ายโครงกระดูกสีขาว ๆเดินไปทางเจดีย์ใต้ต้นโพธิ์และก็หายตัวไปตรงต้นโพธิ์ และแม่เราดันหยุดรถจักรยานตรงกับเจดีย์นั้นพอดีด้วย พอดีกับตอนนั้นเพื่อนแม่แกก็เอาโซ่กลับเข้าที่แล้ว ก็พากันปั่นจักรยานไปต่อแบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอมาถึงตลาดแม่เราก็ถามเพื่อนว่าตอนที่โซ่ตกมีใครเห็นอะไรไหม คำตอบที่ได้คือทุกในนั้นเห็นแบบเดียวกันตามที่แม่เล่าเลย และปัจจุบันเจดีย์ตรงนั้นก็พังไปตามกาลเวลาแต่ต้นโพธิ์ยังคงอยู่ตรงนั้น
ร่างขาวใต้ต้นโพธิ์วันออกพรรษา