ประกาศชื่อบุคคลในนี้เป็นชื่อสมมุติทั้งหมด อาจจะมีคำรุนแรงบ้างนะครับ เนื้อส่วนใหญ่(99%)อ้างอิงมาจากบันทึกของผมที่เขียนตอนป่วยเป็นซึมเศร้าที่เริ่มเขียนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว
“หนาวจังเลยนะ เหงาด้วย ทั้งที่ผมมีคนอยู่รอบกายตั้งมากมายแต่กลับรู้สึกทั้งเหงาและหดหู่” ผมพูดกับตัวเองในใจระหว่างที่นอนแบกความเศร้าอยู่บนเตียงที่เพิ่งซักมาในตอนกลางวัน
ผมพยายามมองย้อนกลับไปในวันที่ผมยังมีความสุข ถึงในวัยเด็กผมจะรู้สึกอึดอัดเพราะว่าในสายตาผมมนุษย์ทุกคนมันก็เป็นสื่งมีชีวิตไร้ค่าที่คอยสวมหน้ากากเข้าหากัน ถึงจะเป็นแบบนั้นผมก็ยังเชื่อใจในตัวของคนในครอบครัวของผม ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ น้า ตา ยาย ป้า จนกระทั่งมีเหตุการณ์ ที่สำหรับผมนั้นเรียกได้ว่าเป็น โศกนาฏกรรมในครอบครัวเลยล่ะ
ผมเป็นเด็กที่ขาดความสามารถ ผมไม่มีความสามารถในการที่จะต่อต้านความรู้สึกสงสัยและตั้งคำถามในสิ่งที่มันไม่ยุติธรรมต่อตนเองได้ ถึงแม้ในหลายครั้งผมต้องจำใจขอโทษในสิ่งที่ผมรู้ว่าผมนั้นไม่ผิดก็ตามที(ซึ่งเรื่องนี้แม่รับทราบทำให้ตอนโตไม่โดนบังคับให้ขอโทษถ้าไม่ผิด แต่ที่ตอนเด็กโดนเพราะว่ามันเป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดในการแก้ปัญหาภายในบ้าน) เหตุการณ์เหล่านั้นได้สอนให้ผมหยุดไว้ใจคนในครอบครัๆอย่างช้าๆ ถึงแม้ผมจะได้รับการสนับสนุนจากพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่ เงิน หรือการกอด(สำหรับผมมันก็รู้สึกดีปนระแวง) แต่นั้นมันก็ไม่สามารถลบการกระทำที่เขาใช้ผมเป็นเครื่องมือในการสร้างความสงบสุขภายในบ้านได้
พอคิดถึงเรื่องนี้แล้วมันทำให้ผมรู้สึกอยากหายไปจากโลกนี้มากๆ ผมอยากจะฆ่ามัน(ตา) ไอแก่นั้นสำหรับผมเป็นเพียงขยะไร้คุณค่า เวลาที่ผมว่างผมมักจะใช้เวลากับการคิดวิธีการฆ่าไอแก่นั้น มีอยู่วันนึงที่ผมนั้นได้ลงมาเพื่อหาอะไรกินทันใดนั้นเองผมเห็นไอแก่นั้นนอนสลบอยู่ที่พื้น แต่ที่น่าตกใจคือสายตาที่เรียกร้องการช่วยเหลือจากตัวผม ไม่ทันที่ผมจะได้ไตรตรองสายตาอันน่าเวทนาจากแม่ของผม ปากของเขาก็ขยับ “จินช่วยพยุงตาไปที่รถพยาบาลทีนะ“ ความรู้สึกโมโหโพยพุ่งขึ้นมาหลังจากได้ยินคำพูดนั้นและแล้วปากของผมก็ได้ทำหน้าที่ของมัน
“อาาา ไม่ว่างนะจะรีบไปเล่นเกมต่อ”
”ช่วยเรียงลำดับความสำคัญทีสิ ตากำลังอยู่ในอันตรายนะ“
”ผมทำอยู่นะ“
ผ่านจากวันนั้นมา 5 ปี ตอนนี้ผมรู้สึกต่างไปจากเดิม เพราะสายตาของผมนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความทุกข์อันยากจะจิตนาการจากสายตาของบิดาของแม่ผม พูดตามตรงคือตอนนี้ผมไม่ได้อยากให้เขาตายอีกแล้ว ไม่ได้สงสาร ไม่ได้อยากลงมือสังหาร เพียงแต่การที่ได้เห็นเขาใช้ชีวิตด้วยความทุกข์แบบนี้ นั้นมันทำให้ผมมีความสุขเหลือเกิน ดังนั้นในตอนนี้ผมก็หวังว่าเขาจะอายุยืนนะ
นำบันทึดที่เขียนตอนเป็นซึมเศร้ามาเขียนนิยาย part 2
“หนาวจังเลยนะ เหงาด้วย ทั้งที่ผมมีคนอยู่รอบกายตั้งมากมายแต่กลับรู้สึกทั้งเหงาและหดหู่” ผมพูดกับตัวเองในใจระหว่างที่นอนแบกความเศร้าอยู่บนเตียงที่เพิ่งซักมาในตอนกลางวัน
ผมพยายามมองย้อนกลับไปในวันที่ผมยังมีความสุข ถึงในวัยเด็กผมจะรู้สึกอึดอัดเพราะว่าในสายตาผมมนุษย์ทุกคนมันก็เป็นสื่งมีชีวิตไร้ค่าที่คอยสวมหน้ากากเข้าหากัน ถึงจะเป็นแบบนั้นผมก็ยังเชื่อใจในตัวของคนในครอบครัวของผม ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ น้า ตา ยาย ป้า จนกระทั่งมีเหตุการณ์ ที่สำหรับผมนั้นเรียกได้ว่าเป็น โศกนาฏกรรมในครอบครัวเลยล่ะ
ผมเป็นเด็กที่ขาดความสามารถ ผมไม่มีความสามารถในการที่จะต่อต้านความรู้สึกสงสัยและตั้งคำถามในสิ่งที่มันไม่ยุติธรรมต่อตนเองได้ ถึงแม้ในหลายครั้งผมต้องจำใจขอโทษในสิ่งที่ผมรู้ว่าผมนั้นไม่ผิดก็ตามที(ซึ่งเรื่องนี้แม่รับทราบทำให้ตอนโตไม่โดนบังคับให้ขอโทษถ้าไม่ผิด แต่ที่ตอนเด็กโดนเพราะว่ามันเป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดในการแก้ปัญหาภายในบ้าน) เหตุการณ์เหล่านั้นได้สอนให้ผมหยุดไว้ใจคนในครอบครัๆอย่างช้าๆ ถึงแม้ผมจะได้รับการสนับสนุนจากพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่ เงิน หรือการกอด(สำหรับผมมันก็รู้สึกดีปนระแวง) แต่นั้นมันก็ไม่สามารถลบการกระทำที่เขาใช้ผมเป็นเครื่องมือในการสร้างความสงบสุขภายในบ้านได้
พอคิดถึงเรื่องนี้แล้วมันทำให้ผมรู้สึกอยากหายไปจากโลกนี้มากๆ ผมอยากจะฆ่ามัน(ตา) ไอแก่นั้นสำหรับผมเป็นเพียงขยะไร้คุณค่า เวลาที่ผมว่างผมมักจะใช้เวลากับการคิดวิธีการฆ่าไอแก่นั้น มีอยู่วันนึงที่ผมนั้นได้ลงมาเพื่อหาอะไรกินทันใดนั้นเองผมเห็นไอแก่นั้นนอนสลบอยู่ที่พื้น แต่ที่น่าตกใจคือสายตาที่เรียกร้องการช่วยเหลือจากตัวผม ไม่ทันที่ผมจะได้ไตรตรองสายตาอันน่าเวทนาจากแม่ของผม ปากของเขาก็ขยับ “จินช่วยพยุงตาไปที่รถพยาบาลทีนะ“ ความรู้สึกโมโหโพยพุ่งขึ้นมาหลังจากได้ยินคำพูดนั้นและแล้วปากของผมก็ได้ทำหน้าที่ของมัน
“อาาา ไม่ว่างนะจะรีบไปเล่นเกมต่อ”
”ช่วยเรียงลำดับความสำคัญทีสิ ตากำลังอยู่ในอันตรายนะ“
”ผมทำอยู่นะ“
ผ่านจากวันนั้นมา 5 ปี ตอนนี้ผมรู้สึกต่างไปจากเดิม เพราะสายตาของผมนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความทุกข์อันยากจะจิตนาการจากสายตาของบิดาของแม่ผม พูดตามตรงคือตอนนี้ผมไม่ได้อยากให้เขาตายอีกแล้ว ไม่ได้สงสาร ไม่ได้อยากลงมือสังหาร เพียงแต่การที่ได้เห็นเขาใช้ชีวิตด้วยความทุกข์แบบนี้ นั้นมันทำให้ผมมีความสุขเหลือเกิน ดังนั้นในตอนนี้ผมก็หวังว่าเขาจะอายุยืนนะ