TikTok ทุ่ม 2.7 แสนลบ. ปักหมุดไทย ศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซอาเซียน
.
ต้นปี 2026 วงการอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สะเทือนอีกครั้ง เมื่อ TikTok ยืนยันแผนลงทุนระยะยาวในประเทศไทย มูลค่ากว่า 2.7 แสนล้านบาท นับเป็นหนึ่งในดีลการลงทุนดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
.
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย ในระหว่างการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) สิ่งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของ TikTok ต่อศักยภาพของตลาดไทย และเป็นการส่งสัญญาณชัดว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านคอนเทนต์และโซเชียลคอมเมิร์ซของ TikTok ในอาเซียน
.
■ แผนการลงทุนของ TikTok ในไทย
.
แผนลงทุน 2.7 แสนล้านบาท ของ TikTok ครั้งนี้ ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นตลาดระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับ SME และสินค้า OTOP สู่ระบบออนไลน์ การสร้างระบบคอนเทนต์ระดับภูมิภาค และการเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย
.
การเจรจาเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2026 ระหว่างผู้บริหารฝ่ายนโยบายสาธารณะของ TikTok ประเทศไทย กับรัฐบาลไทยและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในทิศทางการลงทุนหลัก
.
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ TikTok เลือกลงทุนในไทย เมื่อปี 2021 TikTok ได้ตั้งสำนักงานปฏิบัติการระดับภูมิภาคในไทย และปี 2025 ได้รับอนุญาตดำเนินธุรกิจด้านการจัดเก็บข้อมูลและลงทุนไปแล้วกว่า 1.27 แสนล้านบาท
.
การลงทุนรอบล่าสุดจึงเป็นการเร่งเครื่องครั้งสำคัญ โดย TikTok ระบุชัดว่าจะพัฒนาไทยให้เป็นฐานคอนเทนต์และโครงสร้างดิจิทัลของอาเซียน พร้อมสร้างศูนย์ข้อมูล ระบบบริการในประเทศ และฐานคอนเทนต์ระดับภูมิภาค
.
■ เจาะลึกสมรภูมิอีคอมเมิร์ซไทย 2026
.
ประเทศไทยก้าวสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซระยะมั่นคง ด้วยมูลค่ารวมราว 1.15 ล้านล้านบาท โดย TikTok Shop ขยับส่วนแบ่งตลาดจาก 27% ในปี 2024 เป็น 33% ในปี 2025 ครองอันดับ 2 อย่างแข็งแกร่ง
.
ในฝั่งผู้บริโภค เศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังโตแรง คาดปี 2026 ขยายตัว 4.2% สูงกว่าเศรษฐกิจโดยรวมกว่าเท่าตัว ขณะที่เจน Z ซึ่งคิดเป็นเกือบ 30% ของประชากร กลายเป็นกำลังซื้อหลัก โดยกลุ่มนี้ไม่ได้มองแค่ราคาถูก แต่ให้ความสำคัญกับ ดีไซน์ การสร้างคอนเทนต์ และประสบการณ์ที่เข้ากับบริบทท้องถิ่น
.
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การปรับภาษีอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในเดือนมกราคม 2026 ที่มีการยกเลิกการยกเว้นภาษีสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาท ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อเฉลี่ยบน TikTok Shop เพิ่มจาก 320 บาท เป็น 580 บาท สะท้อนชัดว่า ผู้บริโภคไทยกำลังขยับจาก “ซื้อเพราะจำเป็น” ไปสู่ “เลือกเพราะคุณภาพและประสบการณ์” เปิดโอกาสให้สินค้ามูลค่าเพิ่มสูงและแบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจนเติบโตได้มากขึ้น
.
การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะไทย แต่เร่งให้โซเชียลคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ 3 ประการ
.
1️⃣ เมื่อทรัพยากรหลักของ TikTok เริ่มโฟกัสที่ประเทศไทย
.
TikTok เตรียมเปิดตัวเครื่องมือ นโยบาย และการสนับสนุนด้านการเข้าถึงผู้ใช้ที่สอดคล้องกับตลาดไทยมากขึ้น ผู้ขายจะได้สภาพแวดล้อมที่เสถียรและเป็นระบบกว่าเดิม
.
2️⃣ ซัพพลายเชนกำลังถูกจัดระเบียบใหม่
.
SME และสินค้า OTOP จะได้โอกาสเข้าถึงตลาดดิจิทัลมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ค้าข้ามพรมแดนสามารถใช้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ เชื่อมต่อสู่มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย
.
3️⃣ โซเชียลคอมเมิร์ซเข้าสู่ยุค “ลึกและจริง”
.
แพลตฟอร์มจะไม่เล่นเกมการทำตลาดที่เน้นปริมาณคนดูระยะสั้นอีกต่อไป แต่เน้นคอนเทนต์คุณภาพ การไลฟ์คอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และการฝึกอบรมเชิงลึก ผู้ที่ชนะในระยะยาวคือคนที่เข้าใจท้องถิ่นและสร้างคุณค่าได้จริง
.
■ โอกาสใหม่ในตลาดไทย ใครปรับตัวทันคือผู้ได้เปรียบ
.
ท่ามกลางการลงทุนครั้งใหญ่ของ TikTok และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดไทย ทั้งผู้ค้าข้ามพรมแดนจากต่างชาติและผู้ประกอบการท้องถิ่นในไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว เพื่อคว้าโอกาสจากรอบการเติบโตใหม่นี้
.
1️⃣ บ.ต่างชาติต้องสร้างคอนเทนต์แบบ "เข้าถึงใจคนไทย"
.
สื่อจีนระบุว่าคอนเทนต์คือหัวใจของ TikTok Shop ผู้ขายควรใช้ทีมงานคนไทยหรือร่วมมือกับครีเอเตอร์คนไทยเพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของผู้บริโภค การเข้าร่วมแคมเปญคอนเทนต์ของแพลตฟอร์มจะช่วยเพิ่มการมองเห็น และทำให้คอนเทนต์เชื่อมสินค้าเข้ากับผู้ใช้ได้จริง
.
2️⃣ ยกระดับการดำเนินงานให้ “ถูกต้องตามกฎหมาย”
.
การดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมายจะกลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐาน ผู้ขายควรจัดข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน ใช้ภาษาไทยชัดเจน ภาพและคำอธิบายตรงกับตลาด พร้อมดูแลคะแนนร้าน รีวิว และมีทีมบริการลูกค้าภาษาไทย รวมถึงติดตามแนวทางจาก TikTok และหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือระยะยาว
.
3️⃣ ใช้ทรัพยากรจากแพลตฟอร์มให้เต็มที่
.
ผู้ขายควรเข้าร่วมอบรมและโปรแกรมสนับสนุนของ TikTok เพื่อเรียนรู้เครื่องมือการตลาด ฟีเจอร์ใหม่ และระบบวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมอาศัยการมองเห็นที่แพลตฟอร์มสนับสนุนในการลองตลาดสินค้าใหม่และสร้างตัวขายดี หากเชื่อมต่อบริการโลจิสติกส์ในประเทศได้ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างชัดเจน
.
การที่ TikTok เข้ามาลงทุนด้านอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย โดยเฉพาะ TikTok Shop และ Live Commerce ทำให้บทบาทของคอนเทนต์และความสามารถในการดึงดูดความสนใจ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ
.
ในบริบทนี้ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกของแพลตฟอร์มอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การสร้างคอนเทนต์ การใช้ Live Commerce การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ ไปจนถึงการใช้ข้อมูลและสถิติจากแพลตฟอร์มมาปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของ TikTok ให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคแน่นอนว่า ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันจากธุรกิจจีนที่รุกตลาดผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเช่นกัน จุดแข็งของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ความเข้าใจผู้บริโภค การสร้างแบรนด์และตลาดเฉพาะกลุ่ม ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านประสบการณ์และบริการที่เหนือกว่า ขณะที่ความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ ก็จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน
.
วันนี้ โจทย์สำคัญไม่ใช่การหยุดคู่แข่ง แต่คือการวางจุดยืนทางธุรกิจและกลุ่มลูกค้าของขิงเราให้ชัดเจนและใช้จุดแข็งของตนเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#Tiktok #อีคอมเมิร์ซ #ตลาดอาเซียน
https://www.facebook.com/share/p/1H3PAVxpmu/
💰📦 TikTok ทุ่ม 2.7 แสนลบ. ปักหมุดไทย ศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซอาเซียน
.
ต้นปี 2026 วงการอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สะเทือนอีกครั้ง เมื่อ TikTok ยืนยันแผนลงทุนระยะยาวในประเทศไทย มูลค่ากว่า 2.7 แสนล้านบาท นับเป็นหนึ่งในดีลการลงทุนดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
.
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย ในระหว่างการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) สิ่งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของ TikTok ต่อศักยภาพของตลาดไทย และเป็นการส่งสัญญาณชัดว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านคอนเทนต์และโซเชียลคอมเมิร์ซของ TikTok ในอาเซียน
.
■ แผนการลงทุนของ TikTok ในไทย
.
แผนลงทุน 2.7 แสนล้านบาท ของ TikTok ครั้งนี้ ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นตลาดระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับ SME และสินค้า OTOP สู่ระบบออนไลน์ การสร้างระบบคอนเทนต์ระดับภูมิภาค และการเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย
.
การเจรจาเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2026 ระหว่างผู้บริหารฝ่ายนโยบายสาธารณะของ TikTok ประเทศไทย กับรัฐบาลไทยและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในทิศทางการลงทุนหลัก
.
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ TikTok เลือกลงทุนในไทย เมื่อปี 2021 TikTok ได้ตั้งสำนักงานปฏิบัติการระดับภูมิภาคในไทย และปี 2025 ได้รับอนุญาตดำเนินธุรกิจด้านการจัดเก็บข้อมูลและลงทุนไปแล้วกว่า 1.27 แสนล้านบาท
.
การลงทุนรอบล่าสุดจึงเป็นการเร่งเครื่องครั้งสำคัญ โดย TikTok ระบุชัดว่าจะพัฒนาไทยให้เป็นฐานคอนเทนต์และโครงสร้างดิจิทัลของอาเซียน พร้อมสร้างศูนย์ข้อมูล ระบบบริการในประเทศ และฐานคอนเทนต์ระดับภูมิภาค
.
■ เจาะลึกสมรภูมิอีคอมเมิร์ซไทย 2026
.
ประเทศไทยก้าวสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซระยะมั่นคง ด้วยมูลค่ารวมราว 1.15 ล้านล้านบาท โดย TikTok Shop ขยับส่วนแบ่งตลาดจาก 27% ในปี 2024 เป็น 33% ในปี 2025 ครองอันดับ 2 อย่างแข็งแกร่ง
.
ในฝั่งผู้บริโภค เศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังโตแรง คาดปี 2026 ขยายตัว 4.2% สูงกว่าเศรษฐกิจโดยรวมกว่าเท่าตัว ขณะที่เจน Z ซึ่งคิดเป็นเกือบ 30% ของประชากร กลายเป็นกำลังซื้อหลัก โดยกลุ่มนี้ไม่ได้มองแค่ราคาถูก แต่ให้ความสำคัญกับ ดีไซน์ การสร้างคอนเทนต์ และประสบการณ์ที่เข้ากับบริบทท้องถิ่น
.
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การปรับภาษีอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในเดือนมกราคม 2026 ที่มีการยกเลิกการยกเว้นภาษีสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาท ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อเฉลี่ยบน TikTok Shop เพิ่มจาก 320 บาท เป็น 580 บาท สะท้อนชัดว่า ผู้บริโภคไทยกำลังขยับจาก “ซื้อเพราะจำเป็น” ไปสู่ “เลือกเพราะคุณภาพและประสบการณ์” เปิดโอกาสให้สินค้ามูลค่าเพิ่มสูงและแบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจนเติบโตได้มากขึ้น
.
การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะไทย แต่เร่งให้โซเชียลคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ 3 ประการ
.
1️⃣ เมื่อทรัพยากรหลักของ TikTok เริ่มโฟกัสที่ประเทศไทย
.
TikTok เตรียมเปิดตัวเครื่องมือ นโยบาย และการสนับสนุนด้านการเข้าถึงผู้ใช้ที่สอดคล้องกับตลาดไทยมากขึ้น ผู้ขายจะได้สภาพแวดล้อมที่เสถียรและเป็นระบบกว่าเดิม
.
2️⃣ ซัพพลายเชนกำลังถูกจัดระเบียบใหม่
.
SME และสินค้า OTOP จะได้โอกาสเข้าถึงตลาดดิจิทัลมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ค้าข้ามพรมแดนสามารถใช้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ เชื่อมต่อสู่มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย
.
3️⃣ โซเชียลคอมเมิร์ซเข้าสู่ยุค “ลึกและจริง”
.
แพลตฟอร์มจะไม่เล่นเกมการทำตลาดที่เน้นปริมาณคนดูระยะสั้นอีกต่อไป แต่เน้นคอนเทนต์คุณภาพ การไลฟ์คอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และการฝึกอบรมเชิงลึก ผู้ที่ชนะในระยะยาวคือคนที่เข้าใจท้องถิ่นและสร้างคุณค่าได้จริง
.
■ โอกาสใหม่ในตลาดไทย ใครปรับตัวทันคือผู้ได้เปรียบ
.
ท่ามกลางการลงทุนครั้งใหญ่ของ TikTok และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดไทย ทั้งผู้ค้าข้ามพรมแดนจากต่างชาติและผู้ประกอบการท้องถิ่นในไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว เพื่อคว้าโอกาสจากรอบการเติบโตใหม่นี้
.
1️⃣ บ.ต่างชาติต้องสร้างคอนเทนต์แบบ "เข้าถึงใจคนไทย"
.
สื่อจีนระบุว่าคอนเทนต์คือหัวใจของ TikTok Shop ผู้ขายควรใช้ทีมงานคนไทยหรือร่วมมือกับครีเอเตอร์คนไทยเพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของผู้บริโภค การเข้าร่วมแคมเปญคอนเทนต์ของแพลตฟอร์มจะช่วยเพิ่มการมองเห็น และทำให้คอนเทนต์เชื่อมสินค้าเข้ากับผู้ใช้ได้จริง
.
2️⃣ ยกระดับการดำเนินงานให้ “ถูกต้องตามกฎหมาย”
.
การดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมายจะกลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐาน ผู้ขายควรจัดข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน ใช้ภาษาไทยชัดเจน ภาพและคำอธิบายตรงกับตลาด พร้อมดูแลคะแนนร้าน รีวิว และมีทีมบริการลูกค้าภาษาไทย รวมถึงติดตามแนวทางจาก TikTok และหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือระยะยาว
.
3️⃣ ใช้ทรัพยากรจากแพลตฟอร์มให้เต็มที่
.
ผู้ขายควรเข้าร่วมอบรมและโปรแกรมสนับสนุนของ TikTok เพื่อเรียนรู้เครื่องมือการตลาด ฟีเจอร์ใหม่ และระบบวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมอาศัยการมองเห็นที่แพลตฟอร์มสนับสนุนในการลองตลาดสินค้าใหม่และสร้างตัวขายดี หากเชื่อมต่อบริการโลจิสติกส์ในประเทศได้ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างชัดเจน
.
การที่ TikTok เข้ามาลงทุนด้านอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย โดยเฉพาะ TikTok Shop และ Live Commerce ทำให้บทบาทของคอนเทนต์และความสามารถในการดึงดูดความสนใจ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ
.
ในบริบทนี้ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกของแพลตฟอร์มอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การสร้างคอนเทนต์ การใช้ Live Commerce การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ ไปจนถึงการใช้ข้อมูลและสถิติจากแพลตฟอร์มมาปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของ TikTok ให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคแน่นอนว่า ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันจากธุรกิจจีนที่รุกตลาดผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเช่นกัน จุดแข็งของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ความเข้าใจผู้บริโภค การสร้างแบรนด์และตลาดเฉพาะกลุ่ม ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านประสบการณ์และบริการที่เหนือกว่า ขณะที่ความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ ก็จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน
.
วันนี้ โจทย์สำคัญไม่ใช่การหยุดคู่แข่ง แต่คือการวางจุดยืนทางธุรกิจและกลุ่มลูกค้าของขิงเราให้ชัดเจนและใช้จุดแข็งของตนเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#Tiktok #อีคอมเมิร์ซ #ตลาดอาเซียน
https://www.facebook.com/share/p/1H3PAVxpmu/