[CR] Sea walk วัดหงษ์ทอง อุโบสถกลางน้ำ วิวทะเลอ่าวไทย เที่ยววัดยังไงเหมือนเที่ยวชายทะเล


ช่วงเช้าเมื่อวาน ญาติโทรหาแม่เปป ชวนให้เป็นเพื่อนไปวัดด้วยกันหน่อย เอ๊า นึกยังไงชวนไปวัด หน้าตาแม่เปปยังไม่ได้เหมาะจะไปปลงสังขารใดๆนะ 55 แต่ด้วยความเป็นคนไม่ขัดใจ แม่เปปก็ตอบตกลง เส้นทางก็ไม่รู้มากเท่าไหร่ รู้แต่ว่าอยู่ฉะเชิงเทรา แต่ไม่เป็นไร เราคนไทยทางอยู่ที่ปาก ขับรถไปแวะถามคนใจดีข้างทางเอาละกัน กว่าจะออกจากบ้านกันได้ ก็ 11.00 ไปแล้วค่ะ แม่เปปจะไปขึ้นทางด่วนเริ่มต้นทริปที่เมืองทอง แต่ผ่านร้านข้าวมันไก่ ดูเวลา 11.30 ก็เลยรีบจอดโดยไม่ถามเพื่อนร่วมทริปเลย ตั้งใจว่ากินให้เสร็จ เช้า+เที่ยง แล้วขับไปต่อให้หลงทางหรือใช้เวลานานก็มีอะไรตุนในพุงกันเรียบร้อย ไม่ต้องกังวล

ร้านนี้เลยค่ะ แม่เปปเคยมากินแล้ว 2 ครั้ง อร่อยใช้ได้เลย อาจแพ้ไก่เบตงต้นตำรับที่แม่เปปเคยไปกินไปเที่ยวเมื่อปีก่อนก็เล็กน้อย (พูดแล้วอยากกลับไปเบตงกินไก่สับอีก 55) วันนี้รีบกิน รีบเดินทาง ไม่โอ้เอ้ เลยไม่ได้ถ่ายภาพมากมาย ไว้ครั้งหน้ามากินอีก จะตั้งใจเก็บภาพสวยๆกว่านี้มารีวิวให้เพื่อนๆละกัน

ร้านนี้ขอเนื้อได้เนื้อ ขอหนังได้หนัง ขอน่องได้น่อง ขออะไรได้แบบที่ขอนะคะ ไก่สับชิ้นหนาๆ ไม่มีการสับแล้วตบให้บางแบบร้านอื่นๆ ใส่ปากแล้วความอร่อยมาเต็มๆเลยค่ะ

อย่างที่เคยกล่าวในทริปเบตง ว่าแม่เปปจะไม่ค่อยกินไก่สับ ข้าวมันไก่ สักเท่าไหร่ เพราะกินแล้วได้กลิ่นคาวก็จะผะอืดผะอม คืออาจต่อมรับรสผิดปกติกว่าคนอื่นกระมัง ใครอื่นๆกินเขาก็ไม่คาว มีแม่เปปแหละคาวง่าย พอไปเบตงกินที่ 2 ร้านดัง ติดใจมากเพราะไม่มีคาวใดๆเลย แล้วร้านนี้ครั้งแรกที่มาลองก็กล้าๆกลัวๆ แต่มากับครอบครัวหลายคน ก็ฝืนกินไปหลายคำ พอครั้ง 2 มาอีก ก็ลองอีกโดยรู้สึกดีว่าไม่คาว กินได้ ครั้งนี้ก็เป็นครั้ง 3 กินได้ไม่ต้องฝืน

ตอนแม่เปปจอดรถ บอกให้คนร่วมทริปเดินเข้าร้านมาสั่งก่อนค่ะ เพราะช้าอาจอดกิน ร้านนี้คนเยอะ ถ้ามาเที่ยงนี่คนเต็มรอคิว แล้วถ้าโชคดี เอ๊ย โชคร้าย อาจหมดอดกิน ไม่ต้องรอให้ถึงเวลาปิด คือ 13.00 เขาหมดก่อนทุกวัน

แม่เปปมาถีง เจอข้าวมันไก่สับธรรมดา 2 จาน วางบนโต๊ะ มันจะพอที่ไหน เลยสั่งไก่สับเพิ่มทันที 1 จาน แม่เปปออกเที่ยวแล้วกินดุ ต้องกินให้อิ่ม 55

ราคาจานธรรมดา จานละ 50/พิเศษ 60  ส่วนไก่สับ 100 บาท  

กินเสร็จ ออกจากร้านโดยเร็วพลัน ไม่อยากรถติดบนทางด่วน ขับยาวๆ มาออกด่านบางปะกง แล้วก็พึ่ง GPS พาขับต่อมาจนถึงวัด เส้นทางก่อนจะถึงวัด คือเส้นทางหลวงหมายเลข 3 เก่าเลยละค่ะ ขับไปก็หวาดเสียว รถสิบล้อแทบทั้งนั้น เส้นนี้แม่เปปไม่ค่อยได้มาหรอกเพราะพี่ๆสิบล้อ เขาขับกันแบบดุดันไม่เกรงใจใครเลย เราต้องพยายามมองซ้าย ขวา หน้า หลัง ให้ดีๆ หลบได้รีบหลบ แล้วก็ถึงวัดค่ะ เลี้ยวซ้ายเข้าฝั่งที่เรามานั่นแหละ (แต่ขากลับออกจากวัด เลยได้รู้ว่า วัดอยู่เขต ฉะเชิงเทรา แต่ห่างจากเขตบางบ่อ สมุทรปราการ แค่ 500 เมตรโดยประมาณ มิน่า พี่สิบล้อถึงเยอะมากกก)

จากถนนหลัก เลี้ยวเข้าไปอีก 800 เมตร ระหว่างทางก็คือชายน้ำทั้งนั้นเลยค่ะ วิวดีผิดกับทางหลวงหมายเลข 3 ที่พี่สิบล้อวิ่งกันแบบคนละโลกเลย

ที่จอดเยอะมากค่ะ แล้วก็เจอรถจอดเยอะอีกเช่นกัน แรกคิดว่ามีแค่เราที่ดั้นด้นมา

มาถึงเกือบ บ่าย 2 แล้วค่ะ แดดกำลังเปรี้ยง แต่เตรียมตัวมาดี หมวกและร่ม แต่เดินจากที่จอดรถไม่ไกลค่ะ ก็เข้าเขตวัดซึ่งนับจากนี้ก็ร่มเย็นเป็นสุข เอ๊ย ไม่มีความร้อนแดดใดๆเลย มีแต่ลมเย็นจากทะเลพัดเข้ามาเย็นเหลือเชื่อจริงๆ

เข้ามาก็เจอแผนผังสถานทีภายในวัดตั้งไว้ต้อนรับเลย แถม จนท.วัดยังชี้บอกว่าให้เดินทางนี้ไป(ด้านซ้าย) ตลอดทางจะไม่ร้อนแดด

รูปปั้น พระครูปรีชาประภากร ผู้สืบทอดก่อสร้างวัดหงษ์ทองรุ่นล่าสุด

ตลอดทางเดิน มีหลังคา และสะพานปูน สะพานไม้

อาคารที่พักที่เป็นเรือนยาว คือสำหรับผู้มาปฎิบัติธรรมค่ะ ส่วนตึกสูงทรงยาวมีสีธงชาติไทย คือ สำนักงานมูลนิธิ และมีลิฟท์ขึ้นไปดูวิวได้ค่ะ


พอเห็นป้ายนี้ แม่เปปก็ถามคนชวนว่า จะมาบวชที่นี่หราถึงได้ชวนแม่เปปมา ญาติหัวเราะค่ะ บอกไม่ได้จะมาบวช อยากมาเที่ยวอุโบสถเฉยๆ



อ่านประวัติวัดหงษ์ทอง ดูแผนที่วัด เดินตามทางที่มีแต่น้ำ และสิ่งปลูกสร้างก็อยู่ในน้ำแทบทั้งนั้นมาเรื่อยๆ แม่เปปก็รู้สึกเริ่มน่าสนใจวัดนี้ขึ้นมาละค่ะ  

แล้วก็เดินมาถึง พระอุโบสถและสถานที่บูชาพระธาตุ ที่ตั้งอยู่กลางน้ำละค่ะ

เดินตามทางสะพานปูนที่ตั้งอยู่ในน้ำ มีลายปั้นพญานาคราชไปเลยค่ะ

ที่แม่เปปเดินอยู่ คือ บริเวณอ่าวไทยจริงๆด้วยค่ะ มองไปเห็นทะเลสุดตากว้างไกลมากๆ

มีแนวเขื่อนกั้นน้ำเป็นระยะๆ ตลอดทางเดินก็เป็นที่นั่งไม้ยาวๆ รับลมทะเลที่ร่มรื่นมากๆ


มาถึงอุโบสถกลางน้ำแล้วค่ะ เป็นรูปหงษ์ทองที่แบกพระอุโบสถไว้บนหลัง


เขื่อนที่ทางวัดและประชาชนร่วมสร้างขึ้น มีพบเห็นตลอดผืนดินที่จมน้ำของวัดเลยค่ะ

ระหว่างทางเดิน ก็มีคนนั่งเป็นระยะ คือเขาร่มรื่นมากๆ พอลมจากทะเลพัดมาปะทะกระดิ่งช่อฟ้าที่ห้อยตลอดทาง ก็จะมีเสียงกรุ๋งกริ๋งฟังแล้วสงบมากๆเลย


อ่านประวัติวัดแล้ว แม่เปปเริ่มสนใจละค่ะ จากเนื้อที่วัด 21 ไร่กว่า ปัจจุบัน เหลือเพียง 8 ไร่


เริ่มสนใจวัดนี้แล้วค่ะ Sea Walk ของวัดคือส่วนที่เป็นสถานสีน้ำเงินยาวๆ เด๋วเราจะเดินชมทั่วๆ แต่จัดลำดับคือ เราเข้าไปชมอาคารที่เป็นเจดีย์บรรจุพระธาตุก่อนเป็นที่แรก แล้วไปเดิน Sea Walk เพื่อไปชมพระอุโบสถที่ตั้งอยู่กลางน้ำกันต่อ

ทริปนี้ภาพเยอะมาก ตอนแรกมาเป็นเพื่อนญาติโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอสิ่งสวยงามใดๆ คิดว่าคือวัดแบบทั่วๆไป พอมาถึงกลายเป็นประทับใจมากๆ ขอรีวิวไป ย่อภาพไปด้วยละกันค่ะ อาจช้าหน่อย แต่เป็นวัดที่น่าสนใจจริงๆ เหมือนมาเที่ยวชายทะเล
ชื่อสินค้า:   วัดหงษ์ทอง โบสถ์กลางทะเล ฉะเชิงเทรา
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่