สารคดีรถถัง Type 90 Main Battle Tank กำแพงเหล็กของกองทัพญี่ปุ่น

กระทู้สนทนา
สารคดีรถถัง Type 90 Main Battle Tank กำแพงเหล็กของกองทัพญี่ปุ่น

1. บริบทและการกำเนิด
รถถังแบบ 90 ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงสงครามเย็น (ทศวรรษ 1970-1980) เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากสหภาพโซเวียต โดยเฉพาะการมาถึงของรถถัง T-64 และ T-72 ในภาคตะวันออกไกล ซึ่งทำให้รถถังรุ่นเก่าของญี่ปุ่นอย่างแบบ 61 และแบบ 74 ล้าสมัยทันที ญี่ปุ่นจึงขับเคลื่อนโครงการ TKX เพื่อสร้าง "อสูรเหล็ก" ที่มีอำนาจป้องปรามสูงสุดในภูมิภาค

2. ปรัชญาการออกแบบและวิศวกรรม
ญี่ปุ่นยึดหลักการพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) ในการผลิตชิ้นส่วนส่วนใหญ่ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม มีจุดเปลี่ยนสำคัญคือการตัดสินใจเปลี่ยนจากการพยายามผลิตปืนใหญ่เอง มาเป็นการซื้อสิทธิบัตรปืนลำกล้องเรียบ Rheinmetall L44 จากเยอรมนี เพื่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพที่ไว้ใจได้ในเชิงยุทธศาสตร์

3. ขุมพลังและความคล่องตัว
คิว-มารุ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 10 สูบ 2 จังหวะ ของมิตซูบิชิ ให้กำลังถึง 1,500 แรงม้า ส่งผลให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักสูงถึง 30 แรงม้าต่อตัน ซึ่งเหนือกว่ารถถังโซเวียตในยุคนั้นมาก ทำความเร็วสูงสุดได้ 70 กม./ชม. และถอยหลังได้เร็วถึง 42 กม./ชม. นอกจากนี้ยังมีระบบช่วงล่างแบบ "ไฮโดรนิวเมติก" ที่ทำให้รถถังสามารถหมอบ คุกเข่า หรือโน้มตัวเพื่อยิงจากหลังเนินดินได้ดีเยี่ยม แม้ระบบนี้จะมีค่าบำรุงรักษาสูงและซับซ้อนก็ตาม

4. อำนาจการยิงและระบบบรรจุอัตโนมัติ
อาวุธหลักคือปืน 120 มม. ที่มาพร้อมระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติ (Autoloader) ที่ติดตั้งไว้ส่วนท้ายป้อมปืน ทำให้ลดพลประจำรถเหลือเพียง 3 นาย ระบบนี้มีความเร็วสูงมาก สามารถยิงได้ต่อเนื่อง 10-15 นัดต่อนาที และมีการออกแบบแผงระบายแรงระเบิด (Blowout Panels) เพื่อความปลอดภัยของพลรถ ซึ่งต่างจากระบบของโซเวียตที่อันตรายกว่าหากถูกยิง

5. ระบบอิเล็กทรอนิกส์และเกราะป้องกัน
ได้สมญาว่า "ไฮเทคแทงก์" เพราะใช้ระบบควบคุมการยิงดิจิทัล (FCS) ที่พัฒนาโดยบริษัทชั้นนำอย่าง นิคอนและฟูจิตสึ มีระบบติดตามเป้าหมายอัตโนมัติที่แม่นยำแม้เป้าหมายจะหลบหลังสิ่งกีดขวาง ส่วนการป้องกันใช้เกราะคอมโพสิตเซรามิกแบบโมดูลาร์ที่เป็นความลับสุดยอด สามารถทนทานต่อกระสุนพลังงานจลน์ขนาด 120 มม. ได้ และมีระบบแจ้งเตือนเลเซอร์เพื่อป้องกันภัยคุกคามล่วงหน้า

6. จิตวิญญาณของพลประจำรถและการฝึกฝน
เนื่องจากใช้พลรถเพียง 3 นาย ทุกคนจึงต้องทำงานสอดประสานกันอย่างหนักภายใต้ฉายา "ท็อปกัน" แห่งกองกำลังทางบก พวกเขาต้องเดินทางไปฝึกยิงกระสุนจริงที่สหรัฐอเมริกาเนื่องจากพื้นที่ในญี่ปุ่นจำกัด การฝึกฝนตั้งอยู่บนพื้นฐานของวินัยและความรักชาติ โดยมุ่งเน้นการป้องปรามเพื่อสันติภาพมากกว่าการกระหายสงคราม

7. ข้อจำกัดและมรดกสู่รุ่นต่อไป
ข้อจำกัดใหญ่ที่สุดของแบบ 90 คือน้ำหนัก 50 ตัน ซึ่งมากเกินกว่าที่สะพานและถนนส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะรับได้ ทำให้เคลื่อนย้ายลำบากและอัปเกรดเกราะเพิ่มได้ยาก รวมถึงมีราคาต่อหน่วยสูงมากจากการผลิตจำนวนน้อย ปัจจุบันหน้าที่หลักจึงเป็นการเฝ้าระวังที่เกาะฮอกไกโด และส่งไม้ต่อให้กับ "แบบ 10" (Type 10) ที่มีน้ำหนักเบาและคล่องตัวกว่าสำหรับการปฏิบัติงานทั่วประเทศ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่