ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ แจ๊ะกับจ๋อ เชิดสิงโต จับนายโจโจ้

ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ แจ๊ะกับจ๋อ เชิดสิงโต จับนายโจโจ้

คลิกดูคลิปได้ที่นี่

เชิดสิงโตงับหัวขโมย ! “โจโจ้โจรย่องเบา” จนมุมรับสารภาพนำเงินไปเสพยานรก ฉลองตรุษจีนในคุก


เหตุเกิดวันที่ 18 ก.พ.69
ตำรวจได้จับกุม นายอดิศักดิ์ หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี (บุคคลไม่มีทะเบียนราษฎร์) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.963/2569 ลงวันที่ 18 ก.พ.69
โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเคหสถาน และบุกรุกเคหสถาน” จับกุมได้ที่ วัดคลองตาคล้าย ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
ตรวจสอบประวัติของนายโจโจ้ พบก่อเหตุจำนวน 9 คดี
1. วันที่ 23 เม.ย.62 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
2.วันที่ 10 มิ.ย.62 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.สายไหม
3.วันที่ 13 ก.ค.64 ก่อเหตุ “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานฯ” พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ภ.จว.นนทบุรี
4.วันที่ 9 พ.ค.64 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
5.วันที่ 7 มิ.ย64 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
6.วันที่ 1 ม.ค. 68 ก่อเหตุ “ร่วมกันบุกรุกในเคหะสถาน” พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี
7.วันที่ 4 ก.พ.69 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเคหสถานฯ” บุกเข้าบ้านนายตำรวจระดับ ผกก. พื้นที่ สน.ประชาชื่น
8.วันที่ 5 ก.พ.69 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.ท่านเดิมอีกครั้ง พื้นที่ สน.ประชาชื่น
9.วันที่ 7 ก.พ.69 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.ท่านเดิม เป็นครั้งที่ 3 พื้นที่ สน.ประชาชื่น


ส่วนการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก วันที่ 4 ก.พ. 69 เวลา 22.00 น. นายตำรวจระดับ ผกก. สังกัด บช.น. เป็นผู้เสียหาย ได้กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านหายไปหลายรายการ เช่น พระเครื่องจำนวนมาก , พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ และอีกหลายรายการ พบร่องรอยการถูกงัดแงะจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น ยังไม่ทันจะแจ้งความเสร็จ คนร้ายได้กลับมาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่า คนร้ายจะต้องกลับมาก่อเหตุอีก จึงวางแผนที่จะจับกุมคนร้ายด้วยตัวเอง
โดยในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ. 69 คนร้ายได้กลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง ทว่าคนร้ายเห็นฝ่ายผู้เสียหายกำลังซุ่มจึงไหวตัววิ่งหลบหนี ระหว่างวิ่งหลบหนี “ปั่นประสาท” ด้วยการยิ้มท้าทายให้กล้องวงจรปิด เยาะเย้ยผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีเข้าไป ในชุมชนบ่อฝรั่ง ถ.ประชาชื่น แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ รวมการก่อเหตุทั้ง 3 ครั้ง ได้ทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

หลังเกิดเหตุ.สน.ประชาชื่น ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามคนร้ายในพื้นที่ชุมชนบ่อฝรั่ง แต่คนร้ายไหวตัวทัน หอบผ้าวิ่งหลบหนีออกจากชุมชน หนีการจับกุมไปได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง ในการสืบสวนติดตามยากลำบาก เพราะคนร้ายเป็นอยู่ในแก๊งหัวจ่ายยาเสพติด สถานะไร้ตัวตน ทีมสืบสวนแกะรอยเปลี่ยนจากหาคนเป็นหาของกลางนานเกือบสัปดาห์
กระทั่งได้พบพระเครื่อง จนทราบผู้ขายฉายา “โจโจ้” ชอบไปตามวัดย่านบางบัวทอง นนทบุรี กระทั่งทีมสืบสวนได้พบกับคนร้ายที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านบางบัวทอง แต่คนร้ายระวังตัวตลอดเวลา เมื่อได้สบตากับทีมสืบสวนเห็นท่าทางคล้ายทรงสืบ คนร้ายจึงได้วิ่งหลบหนีไป คลาดกับทีมสืบสวนไปได้ กว่า 3 ครั้ง

“ต้องไม่มีครั้งที่ 4”
พล.ต.ต.ธีรเดชฯ สั่งการวางแผนการจับกุมด้วยแผนการพลางตัวสุดแยบยลเพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายโดยไม่ให้รู้ตัว
กระทั่งวันที่ 18 ก.พ. 69 ชุดสืบสวนสืบทราบว่า คนร้ายนัดหมายกับกลุ่มเพื่อนเพื่อจะไปมั่วสุมยาเสพติดตามวัด จึงวางแผนกระจายตามวัด โดยทีมสืบสวนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตอยู่ในงานประจำปี ณ วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อสังเกตการณ์ตามล่าคนร้าย
จนกระทั่งช่วงค่ำ ทีมสืบสวนได้ไล่สแกนหน้าบุคคลภายในวัดพบกับชายต้องสงสัยใบหน้าคล้ายคนร้ายมาปรากฏตัวภายในวัด

ทีมสืบสวนในบทบาทคณะสิงโตจึงค่อยๆ เชิดสิงโตเข้าไปใกล้ๆ กับคนร้าย จนประชิดตัวร้าย ก่อนล้อมรวบจับคนร้ายได้ในที่สุด
นายอดิศักดิ์ฯ เป็นบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์เนื่องจากครอบครัว ไม่ได้ไปแจ้งเกิด และใช้ชีวิตพเนจรมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี อาศัยการลักเล็กขโมยน้อยเพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดเสพ หลังจับกุมตัวได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและทำการขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่