เงินฌาปนกิจ ไม่ใช่เงินออม เลิกกิจการไปก็ไม่ได้คืน

กระทู้สนทนา
     ทำความเข้าใจใหม่ เงินฌาปนกิจ ไม่ใช่เงินออม เลิกกิจการไปก็ไม่ได้คืน
ช่วงนี้มีข่าวสมาคมฌาปนกิจบางแห่ง “ยกเลิกกิจการ” สมาชิกหลายคนถึงกับช็อก เพราะจ่ายเงินมาหลายปี แล้วจู่ ๆ ก็มีคำถามเดียวในหัว…“แล้วเงินที่ฉันจ่ายไปทุกเดือนล่ะ หายไปไหน ?”

ซึ่งเรื่องนี้เนี่ยนะ หลายคน เข้าใจผิดกันมาโดยตลอด เดี๋ยวพี่ทุยจะไขข้อข้องใจกับเรื่องนี้ในหลาย ๆ ประเด็นกันครับ

“เงินฌาปนกิจ” คืออะไรกันแน่ ?
ก่อนอื่นเลย พี่ทุยอยากให้ลบภาพคำว่า “เงินออม” “การสะสมเงินไว้ใช้ตอนแก่” หรือแม้แต่ “ประกันชีวิตราคาถูก” ออกจากหัวไปก่อนเลยครับ
เพราะจริง ๆ แล้ว ฌาปนกิจคือ “ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน” แต่เราก็แค่ตั้งสมาคม เพื่อไว้ดูแลเพื่อนในยามที่เสียชีวิตไปแล้ว พูดง่าย ๆ คือ ถ้าใครในกลุ่มเสียชีวิต คนที่เหลือจะช่วยกันจ่ายเงินคนละนิดคนละหน่อย เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเอาไปจัดงานศพ ซึ่งมันก็คือ “การลงขัน” ไม่ใช่ “การสะสมเงิน”

แล้วระบบนี้มันทำงานยังไง ?
สมมติสมาคม “หมู่บ้านพี่ทุย” มีสมาชิก 1,000 คน กติกาคือ ถ้ามีสมาชิกเสียชีวิต 1 คน สมาชิกที่เหลือทุกคนต้องจ่ายคนละ 100 บาท
เดือนนี้ลุงใจดีเสียชีวิต สมาคมก็เก็บเงินจากสมาชิก 999 คน คนละ 100 บาท ได้เงินประมาณ 99,900 บาทแล้วก็ส่งต่อให้ครอบครัวลุงใจดี ซึ่งมันจะทำแบบนี้ไปเรื่อยเมื่อมีคนเสียชีวิต
จุดสำคัญมาก ๆ คือ เงินที่พวกเราจ่ายไป ไม่ได้ถูกเก็บสะสมเป็นเงินของเราฮะ แต่มันจะถูกส่งต่อไปให้ครอบครัวของ “คนที่เสียชีวิตก่อนหน้าเรา” ต่างหาก

  แล้วทำไมบางสมาคมถึงเลิก ?
พี่ทุยสรุปให้ฟังแบบง่าย ๆ มี 3 เหตุผลหลัก
1. เรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย สมาชิกส่วนใหญ่มีอายุเยอะ คนเสียชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีสมาชิกใหม่เข้ามาเติมน้อยลง หรือเท่าเดิม ทำให้เงินที่เก็บได้เริ่มไม่พอจ่าย ระบบก็เริ่มรวน
2. สมาชิกเริ่มจ่ายไม่ไหว พอคนเสียชีวิตถี่ ยอดเรียกเก็บก็ถี่ตาม บางคนเริ่มรู้สึกว่า “ทำไมเดือนนี้เรียกเก็บบ่อยจัง” พอมีคนหยุดจ่าย เงินก็ยิ่งไม่พอ ระบบก็พังง่ายขึ้นไปอีก
3. บริหารจัดการผิดพลาด บางแห่งบริหารไม่ดี บางที่มีปัญหาทุจริต หรือบางแห่งไม่มีเงินสำรองพอ สุดท้ายเงินหมุนไม่ทัน ต้องประกาศเลิกกิจการ

  เลิกกิจการแบบนี้ได้เงินคืนไหม ?
     คำตอบที่เจ็บปวดแต่พี่ทุยต้องบอกตรง ๆ แบบไม่เกรงใจคือ "แทบจะไม่ได้คืนเลยครับ"
เพราะตามหลักของฌาปนกิจสงเคราะห์ เงินที่เราส่งไปทุกเดือนมันคือ "เงินทำบุญ" ที่ถูกส่งต่อไปให้ครอบครัวสมาชิกที่เสียชีวิตก่อนหน้าเราไปหมดแล้ว เงินมันไม่ได้วางแช่อยู่ที่สมาคมเหมือนสมุดบัญชีเงินออมของเรานะ
     ถ้าสมาคมเลิกกิจการ สิ่งที่พอจะนำมาแบ่งกันได้อาจจะมีแค่ "เงินที่เคยเรียกเก็บไว้ล่วงหน้า" ที่สมาคมเก็บกันไว้เป็นเงินสำรองเพื่อรอจ่ายให้สมาชิกคนต่อไปที่เสียชีวิต ซึ่งพอเอาเงินกองนี้มาหารแบ่งกันจริง ๆ พี่ทุยบอกเลยว่า "เหลือน้อยมากจนน่าตกใจ" เพราะมันเป็นแค่เงินสำรองก้อนเล็ก ๆ เท่านั้นเอง
ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ของสมาคม ตรงนี้กฎหมายระบุไว้ชัดครับว่า ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของสมาคม (เช่น ที่ดิน อาคาร หรือเงินส่วนกลางอื่นๆ) จะเอามาแบ่งให้สมาชิกตามใจชอบไม่ได้นะ ! แต่จะต้องโอนไปให้สมาคมฌาปนกิจที่อื่น หรือนิติบุคคลเพื่อการกุศลตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับ ถ้าไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับ ทรัพย์สินทั้งหมดนั้นจะต้อง "ตกเป็นของแผ่นดิน" ทันทีครับ
     สรุปสั้น ๆ คือ เงินที่จ่ายไปแล้วหายวับไปกับความตายของเพื่อนสมาชิกคนก่อน ๆ ส่วนทรัพย์สินที่เหลือก็มีเจ้าของตามกฎหมายรออยู่แล้ว สมาชิกอย่างเรา ๆ เลยมีโอกาสได้เงินคืนน้อยมากนั่นเองครับ

     สุดท้ายนี้พี่ทุยไม่ได้บอกว่า ฌาปนกิจไม่ดีนะครับ มันคือระบบที่เกิดจากน้ำใจ เป็นวัฒนธรรมช่วยเหลือกันที่ดีมากแต่ต้องเข้าใจให้ถูกว่า มันคือ “การช่วยคนอื่น” ไม่ใช่ “การเก็บเงินไว้ให้ตัวเอง” ถ้าใครกำลังจ่ายอยู่ ลองเช็กดูว่า
- สมาชิกมีแนวโน้มเพิ่มหรือลด
- อายุเฉลี่ยสูงแค่ไหน
- มีเงินสำรองเท่าไร
- บริหารโปร่งใสไหม

และที่สำคัญ อย่าฝากความมั่นคงชีวิตไว้กับระบบเดียว เพราะเรื่องแบบนี้ พอระบบล้ม มันไม่ได้แค่เสียเงินแต่มันเสียความรู้สึกของคนที่ส่งมาตลอดหลายปีด้วยครับ

ที่มา - พระราชบัญญัติ การ ฌาปนกิจ สงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อมูลจากเพจ MoneyBuffalo
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่