นักกฎหมายสมองเสื่อม!!

ช่วงนี้มีนักวิชาการและนักกฎหมายรุ่นแรกแย้ม(ฝาโลง)    บางคนออกมาให้ความเห็นกรณีบัตรเลือกตั้ง
กับกรณีนักกฎหมายที่เหล่านักการเมืองเขี้ยวลาก เสือสิงห์ กระทิงแรด  ชอบให้ท่านผู้เฒ่าคนนี้มาเป็นเนติบริการ

ผมอ่านความเห็นท่านแล้ว  เน้นว่าการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะ  เพราะการลงคะแนนไม่เป็นการลับจากกรณีคิวอาร์โค้ด
ฟังแล้วอยากนิมนต์พระมาบังสุกุลให้ท่านจริงๆ

แค่นักเรียนกฎหมายยังรู้เลยว่า  ถ้าเป็นเรื่องกฎหมายมหาชน  กฎหมายอาญา พรบ หรือพรป
ต่างใช้กระบวนการกล่าวโทษเป็นสำคัญ  หมายความว่า...จะต้องมีการกระทำเกิดขึ้น  แล้วจึงนำการกระทำนั้นมากล่าวโทษว่าผิดหรือไม่ผิด

ย้อนกลับมาดูกรณีคิวอาร์โค้ด   ที่กกตมีไว้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง
แต่ดันมากล่าวหาว่า  มันเป็นการลงคะแนนไม่ลับขัดรัฐธรรมนูญ  เพียงแค่เห็นว่าบัตรมีคิวอาร์โค้ด

การจะกล่าวโทษนำคดีขึ้นต่อศาลเด็กเรียนกฎหมายยังรู้เลยว่า  จะต้องมีการกระทำเกิดขึ้นแล้วนำการกระทำนั้น
ไปฟ้องร้องต่อศาล    ยกตัวอย่าง ว่าบัตรมีคิวอาร์โค้ดแล้วทำให้ไม่ลับ  กรณีนี้จะต้องมีการกระทำเกิดขึ้นเช่นมีคนไป
แอบถ่ายคิวอาร์โค้ด  จนสามารถล่วงรู้ว่าบัตรลงคะแนนเป็นของใคร...ย้ำอีกที่ต้องมีการกระทำผิดเกิดขึ้นก่อน

จึงสามารถนำเอาเหตุการณ์นั้นๆมาฟ้องร้องต่อศาลให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ  โดยยึดเอาการกระทำอันมิชอบนั้นมาเป็นหลักฐาน
ก็คือสามารถพิสูจน์แล้วว่า   ได้มีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว แล้วเอาการกระทำนันมาเป็นหลักฐานว่า  การมีคิวอาร์โค้ด
ไม่เป็นการลับอย่างไร

ซึ่งศาลท่านจะเอามาพิจารณาว่า  การกระทำอันมิชอบนั้นเกี่ยวกับการลงคะแนนลับหรือไม่อย่างไร
แต่ต้องไม่ลืมว่า  การกระทำนั้นเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต  ไม่ใช่การกระทำอันชอบทำ  
การไปแอบเพื่อล่วงรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยมิชอบ  ก็เพราะเขาไม่ต้องการให้คนทั่วไปหรือคนที่ไม่เกี่ยวข้องล่วงรู้

การกระทำเพื่อให้ได้รู้ถึงข้อมูลด้วยวิธีการอันมิชอบ  เห็นชัดด้วยตรรกแล้วว่า   เพราะข้อมูลนั้นเป็นความลับ
จึงเกิดการทุจริตเพื่อให้รู้    ไม่ใช่การรู้โดยปกติทั่วไป
การรู้โดยปกติของคนทั่วไป   ไม่ใช่ความลับหรืออย่างลับ
การใช้วิธีอันผิดกฎหมายเพื่อล่วงรู้ข้อมูล...แบบนี้แหละคือความลับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่