เรามาอัพเดตความสัมพันธ์หลังจากที่ปรึกษาเพื่อนไปๆ บทเรียนราคาแพงสำหรับเรา

กระทู้คำถาม
จากที่เราเคยถามเพื่อนๆไป ว่าเราจะเอายังไงต่อกับความสัมพันธ์ คำตอบในใจ ณ วันนั้น วันที่เรายังไม่รู้ว่ารักตัวเองจริงๆมันคืออะไร เราเลือกที่จะไปต่อกับความสัมพันธ์ จาก 1 ปีในวันนั้น กลายเป็นบทเรียนราคาแพงนี้ใช้เวลาเรียนรู้ถึง 5 ปี มุมมองของเราต่อความสัมพันธ์ครั้งนี้คือ คนเรามันสามารถปรับจูนกันได้ แต่เราดันลืมคิดไปอีกอย่าง ว่ามันต้องปรับทั้งสองฝ่าย

ตลอดเวลาที่ผ่านมาบทเรียนหลายเรื่องราว มันสกิดใจเราตลอดเวลา แต่เราดันรักตัวเองไม่มากพอ เราอยากแชร์เหตุการณ์ต่างๆที่เราได้พบเจอมา ให้เป็นวิทยาธาน หรืออ่านสนุกๆก็ได้นะคะ เราแค่อยากระบายออกเป็นตัวหนังสือ เพราะตอนนี้มันฟุ่งอยู่ในหัว คิดวนๆซ้ำๆ เผื่อการที่เราเขียนออกมามันจะช่วยให้เราดีขึ้นบ้าง

บทเรียนที่ 1 ให้เชื่อการกระทำมากกว่าคำพูด  
วันนั้นเราไปเที่ยวหาเขาที่บ้าน และขอให้เขาไปส่งบ้าน เพราะกลับค่อนข้างดึก ระหว่างเดินทางกลับตอนนั้นเราดันปวดท้องแบบ ไม่ทราบสาเหตุ ถ้าคุณเห็นแฟนคุณเป็นแบบนี้คุณจะทำยังไง วันนั้นสิ่งที่เขาทำคือ จอดรถ เพื่อให้เราลงไปซื้อยากินเอง เออเว้ย มันเลิศยุนะ พอมองกลับไปตอนนี้รู้สึกสังเวชตัวเองยุนะ และอีกเหตุการณ์คือ ตอนที่เราติดโควิด ตอนนั้นคือช่วงที่เขาให้กักตัวอยู่ที่พัก 14 วัน เอาละตอนนั้นเริ่มคิดจะอยู่ยังไง กินยังไง มันเลยเป็นความคาดหวังของเราเล็กๆว่าเขาจะเสนอตัวส่งข้าว ส่งน้ำ ความคิดนั้นผิดถนัด ส่งข้าว ส่งน้ำตัวเองล้วนๆจร้าา ฉันมันคนเก๋ยุนะ และอีกเรื่องที่สำหรับเรามองว่ามันพีคมากๆคือ ตอนแผ่นดินไหว ตอนนั้นเที่ยงกว่าๆ นั่งเล่นยุที่ทำงานนึกว่าตัวเองจะเป็นลม สรุปแผ่นดินไหวจร้า เอาละ วิ่งสิคะ รออะไร ตอนนั้นในหัวสับสนวุ่นวาย พ่อ แม่ พี่น้องเป็นไง ไล่โทรหาให้ทั่ว รวมถึงแม่แฟน ณ ตอนนั้นด้วย และกะไม่ลืมที่จะโทรหาแฟน ในตอนนั้นจำได้ว่าเราถามเขาว่าเป็นยังไง เขาตอบเรามาว่า ไม่เป็นไรปกติดี เขากลับถึงบ้านเขาแล้ว เราแอบคิดในใจว่าแบบ มีสักแว็บไหมที่คิดจะโทรหาเรา ถามว่าเรากลับยังไง หรือสถานการณ์ตอนนั้นเป็นไง สรุปเราแพ้เสียงในหัวและถามออกไป คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ “ไม่ ” 55555 ตอนนั้นเขาเลือที่จะโทรหาเพื่อนเขาที่ชลบุรีก่อน คาดหวังเท่ากับผิดหวัง น้ำไหลออกมาไม่รู้ตัวเลยตอนนั้น แค่ถามไถ่เอง แค่ถามไถ่จริงๆ ทำไม ณ ทำไม

บทเรียนที่ 2 คำโกหก
เนื่องด้วยเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่จะเป็นเราที่จะนัดขอเจอเขาทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ และทุกครั้งเราจะให้เขาขับรถมารับที่สถานีรถไฟฟ้าใกล้บ้านเขา วันนั้นเราถึงโทรหาเขาเกือบ 10 นาที เขาไม่รับสายเลย ตอนนั้นเราเลยตัดสินใจนั่งวินมอไซค์เข้าบ้านเขาแทน พอไปถึงเขาบอกกับเราว่า เล่นเกมส์โทรศัพท์เลยไม่แจ้งเตือน เราเอะใจและหนึ่งว่า ใช่หรอ ไม่เตือนจริงดิ๊ เราแพ้เสียงในหัวอีกแล้ว เราโทรเข้าเลย ณ ตอนนั้น ขณะที่เขากำลังเล่นเกมส์ และแน่นอนมันแจ้งเตือน กุจะบร้าาา เรื่องแค่นี้คุณก็โกหก อิฉันงงมาก และอีกเหตุการณ์ ตอนนั้นเขาไปงาน s2O กับเพื่อนเขา และเขาไม่ชวนเรา ไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ ก็ไม่เคยชวน เหมือนตอนสงกานต์ปีแรกที่เราเคยแชร์ไปก่อนหน้านั้น และครั้งนี้เราก็ขอไปด้วยเหมือนเคย และแน่นอนเขาปฎิเสธ ตอนนั้นเรากะเลยกลับบ้านที่ต่างจังหวัด วินาทีนั้นตัดสินใจที่จะเลิกครั้งที่ 2 ตลอดช่วงสงกานต์เราไม่ติดต่อเขาไปเลย และแน่นอน เขาก็ไม่ติดต่อเราเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเขาเพราะตลอดเวลาที่คบกัน ถ้าเขาไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ เขาจะไม่เป็นติดต่อมาก่อนเลย โทรมาพูดคุยเล่นๆ อยู่ไหน ทำไร กินข้าวยัง ฝันไปเถอะ ไม่มีทางจะติดต่อมาเพราะถามแค่เรื่องแค่นี้ กลับมาๆ เราไม่ได้ติดต่อเขาตลอด 5 วันแต่ใช้แอคหลุมดูสตอรี่ไอจีแทน พอเรากลับมาจากต่างจังหวัดเลยตัดสินใจโทรไปหาเขา และบ่นต่างๆนานๆ และอีกเช่นเคย อิฉันทำไม่ได้อย่างใจคิดเลย ไปกันต่อ ใจอ่อนทุกที เพราะช่วงเทศกาลไม่เคยใช้เวลาด้วยกันเลย เราเลยลองชวนเขาไปงานไหลที่พัทยา เช่นเคยคะท่านผู้ชม เขาปฎิเสธ โอเคไม่เป็นไร เราตัดสินใจไปเอง ระหว่างเราอยู่ในงาน เขาไลน์มาทิ้งบอกเราไว้ว่าจะไปหาเพื่อนนะ เรากะเลยตัดสินใจโทรกลับไป สรุป ไปนอนห้องเพื่อนผู้หญิงที่สมุทรปราการคร้าาา โอ๊ยยยยยกุปวดดวงใจ กุไม่ไหวจุดนี้ กุแตกสลาย เรากลับมาจากพัทยาเพื่อไปเคลีย์เรื่องนี้ และนางบอกฉันว่ากลับมาตอนเที่ยงคืนไปนอนบ้านเพื่อนผู้ชาย เราเลยปล่อยเวลาผ่านแต่มันยังติดในใจ เลยแอพเช็คโทรศัพท์เขาในแอพกุเกิ้ลแมพ สรุป เจอจังๆ ยุที่สมุทรปราการตลอดทั้งวัน ทั้งคืน  เราทำตัวไม่ถูกเลย ตอนนั้นเขากะยืนยันว่าเพื่อนจริงๆ และขอโทษ ขอโพยมา และอีกแล้วกุให้อภัยอีกแล้ว และอีกเรื่องคือวันนั้นเราแอบเล่นโทรศัพท์และเจอว่าเขาแชทไปยืมเงินเพื่อนรวมงานมานำนวนหนึ่ง ตอนนั้นเราไม่พูดอะไรในตอนนั้น จนวันหนึ่งเขาโทรมาบอกเราว่าให้เราช่วยเปียแชร์ที่หุ้นกันเล่นได้ไหม จะเอาไปใช้หนี้บริษัท บริษัทให้จ่ายค่าเสียหายอะไรสักอย่างเราจำไม่ได้ แชทวันนั้นเลยแว็บเข้ามาเราเลยปฎิเสธเขาไป เพราะเราตั้งใจจะเปียมือสุดท้าย เพราะเราอยากได้ดอกเบี้ย และอีกอย่าง เรารู้ว่าถ้าเป็นความผิดจากบริษัทจริงๆ มันสามารถหักจากเงินเดือน หรือผ่อนชำระได้ เพราะเรากะทำงานเหมือนกัน แต่รู้ไหมสิ่งที่เขาให้เราช่วยทำหลังจากที่ไม่ได้เงินแชร์จากเราคือ ให้เราช่วยไปคุยกับพ่อแม่เขาให้เพื่อให้ท่านช่วยเรื่องหนี้ โอ๊ยยยกุน้อ

บทเรียนที่ 3 การให้เกีรติ
ช่วงที่คบกันเราเคยแท้กสตอรี่ไอจี ตอนไปกินข้าวด้วยกัน แต่เขาไม่เลือกที่จะแชร์ เราเลยถามเขาบอกว่าไม่ทำอะไรแบบนี้ นอยแดกมากนั้นนน แต่เขาไหเหตุผลว่า ไม่ชอบทำและอีกอย่างแนะนำให้ครอบครัวเขารู้แล้วว่าคบกับใคร คือแบบบ เอาจริงๆมันก็เข้าใจได้ บางคนอาจไม่ชอบทำแบบนั้นจริงๆ  แต่ที่เราเอะใจคือ ตลอดเวลาที่คบกันเราไม่รู้จักเพื่อนเขาสักคน และตอนที่เพื่อเขาโทรมา ถ้าเขาอยู่กับเรา เขาจะเดินหนีไปคุยไกลๆ และเป็นแบบนีเเสมอมา และเวลาเพื่อนถามมากๆคือจะตอบว่า หมกไว้ๆ กุจะบร้า


บทเรียนที่ 4 การใส่ใจ
ตลอดเวลาที่คบกันเราเองรู้สึกตัวเล็กมากๆ รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า รู้สึกว่าเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับความรู้สึกเราเลย ขนาดเรางอล เรายังต้องหายเอง ถามเขายังพูดตบท้ายมาว่า งอลเลยไม่ง้อ จนมันกลายเป็นว่าเราต้องเรียกร้อง แม้เรื่องการใส่ใจ ทั้งที่มันควรจะเป็นเรื่องพื้นฐาน เรื่องธรรมดาที่คนรักควรมีให้กัน พอถึงจุดที่เราเริ่มเรียกร้องความใส่ใจ กลายเป็นการแตกหักของความสัมพันธ์นี้ เราเรียกร้องให้เขาเป็นฝ่ายมาหาบ้าง เพราะตลอดเวลาที่คบกัน นับครั้งได้เลยที่เขามาหา นอกนั้นเป็นเราเองที่เป็นฝ่ายไปมาหาสู่เขาตลอด เราตั้งใจรักมากๆ โฟกัสส่วนใหญ่เลยเป็นเขา เขาอยู่ไหน ทำอะไร กินอะไรหรือยัง วันนี้เหนื่อยไหม สั่งข้าว สั่งน้ำให้ ดูแลพ่อแม่เขา รวมถึงช่วยเขาใช้หนี้ของเขาเอง พาไปหาหมอ ดูแลตอนเจ็บป่วย ซึ่งนั้นเราจึงอยากได้รับกลับคืนบ้างเราเองก็ไม่ใช่แม่พระที่โดยบริสุทธ์ใจ อย่างน้อยๆ แค่ถามไถ่ อยู่ไหน ทำอะไร วันนี้เป็นไง เหนื่อยไหม เราขอแค่นี้เอง มาหากันบ้าง ชวนเราไปเที่ยวบ้าง ดูแลเราตอนเจ็บป่วยบ้าง แค่นี้ เราแอบคิดว่าถ้าปล่อยมือวันไหน มันคงจบจริงๆ เพียงตอนนั้นเราไม่เข้มแข็งมากพอที่จะทำ  มันมีครั้งหนึ่งเราไม่ได้ไปหาเขา แต่เขามาทำงานแถวบ้านเรา เราเลยชวนเขากินข้าวด้วยกัน เขาบอกเราว่า ไม่อะ ไม่มีที่จอดรถ กุจะบร้าาาาาาาาา โอ๊ยกุ มีแค่อึ้งกับอึ้งแต่ละคำพูด คือกุกะทนแสนทนเจอ ยิ้มอะไรก็ไม่รู้

จุดจบของเรื่องนี้ เราเริ่มเรียกร้องจากทั้ง 4 ข้อที่ผ่านและขอให้เขาปรับให้เรา บุญบาป เขาปรับให้เราได้ แต่ทำได้ประมาณอาทิตย์หนึ่งมั้ง และกะกลับมาเป็นเหมือนเดิม จนมาถึงวันที่เรา ขอเขาลองปรับจูกันอีกครั้งคือเมื่อ ธันวาคมปี 68 นับไปอีก 3 เดือนเรามาดูว่าจะไปกันได้ไหม เพราะเรารู้ว่าสิ่งที่เราเจออยู่ สิ่งที่เขาแสดงออกทั้งหมด เขาไม่ได้รักเราเลย แต่บุญบาป ยังไม่ถึงเดือน กุมภา 69 เลย เขาบอกเลิกเรา ตอนเดือนธันวานั้นแหละว่าไม่อยากไปต่อ เบื่อที่เราคอยเรียกร้อง และเขาทำให้เราไม่ได้ เอาละกุวินาทีมาถึงละ ตอนนั้นเคารพการตัดสินใจของเขา และยอมถอยออกมา ช่วงเดือนแรกก็เหมือนจะอยู่ได้แต่จริงๆแต่ไม่เลย มันเคว้งมาก อาจเพราะไปมาหาสู่เจาตลอด 5 ปี ดูแลใส่ใจเขา ครอบครัวเขาตลอด 5 ปี มันเหมือนชีวิตประจำวัน เป็นพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆมาตลอด ตอนออกมามันถึงเคว้งมาก แต่มีอีกเรื่องที่เรายังกังวลเรากลัวว่าเราจะท้อง วันที่เขาบอกเลิกเลยบอกเขาไว้ว่าเราอาจจะติดต่อกลับมาอีกครั้ง และกะเป็นอย่างนั้น ประจำเดือนเราขาด เราเลยไปตรวจ สรุป ขึ้นสองขีด เราเลยไลน์ไปบอกเขา แต่ตอนนั้นขีดที่สองมันจางๆ เราเองก็ไม่มั่นใจ เราเลยบอกเขาว่าเดียวเราตรวจซ้ำแล้วจะบอกเขาอีกที ตอนนั้นเขาบอกเราว่าถ้าท้องก็จะรับผิดชอบ แต่หลังจากนั้น 3 วัน เราตรวจซ้ำสรุปคือ ท้องจริง แต่ความคิดแว็บเข้ามาว่าเราไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับเขาเพราะสิ่งที่เจอมา เราเลยคัดสินใจจะเลี้ยงลูกคนเดียว เราเลยไม่ได้ไปบอกเขาและไม่ติดต่อกลับไปบอกเขาอีกเลยและแน่นอนเขาเองก็ไม่ได้ถามเราว่าจริงๆเราท้องไหม สุดยอดจริงๆ แต่เหมือนฟ้าลงโทษ เราท้องนอกมดลูก  และน้องไม่ได้ไปต่อ ตอนนั้นเราเคว้งมากกก แตกสลาย คิดไม่ออกว่าจะใช้ชีวิตยังไงต่อ เราผ่านเรื่องลูกมาอย่างยากลำบาก จิตใจย้ำแย่ และเราไม่เลือที่จะบอกเขาเก็บทุกอย่างไว้คนเดืยว จนเรื่องราวผ่านมาจนถึงปัจุบัน เราแอบอยากรู้สงสัยว่าเขาเป็นยังไง เราเลยใช้แอคหลุมไปส่อง สรุป เขาไปเที่ยวกับผู้หญิงฉ่ำ ตอนนั้นเราเจ็บปวดในใจ เราอยากให้เขาเจ็บปวดเหมือนที่เราเจอ เราเลยตัดสินใจโทรกลับไปบอกเขาเรื่องลูก สิ่งที่ได้รับกลับมีแค่ความเงียบ วินาทีนั้นเราพูดไม่ออกเลย ไม่คิดว่าเขาจะเป็นได้ขนาดนี้ ก่อนวางสายเราได้แค่บอกเขาว่า ไปทำบุญให้ลูกด้วยนะ เขาตอบเรากลับมาแค่คำว่า ครับ แต่รู้ไหมทุกคน เราว่าเราโง่ดักดานยุนะเราดันไปขอโอกาสอีกครั้งกับเขา และแน่นอนเขาปฏิเสธ แต่ที่เราทำแบบนั้นเพื่อที่จะทำลายความหวังครั้งสุดท้ายของเรา เพราะหมอดูในติ๊กต๊อกไปกะเจอแต่คนรักเก่าจะกลับ เลยทำให้เรามีความหวังลมๆแล้ง เราเลยทำลายความหวังนั้นสะเอง


ท้ายที่สุดของเรื่องนี้ ถ้าเรารู้สึกเอะใจ เราอย่ามองข้ามเด็ดขาด ให้พิจารณาและไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน ไม่ควรปล่อยผ่าน และที่สำคัญควรรักตัวเองบ้างเถอะ อย่ารักคนอื่นมากกว่าตัวเองอีกเด็ดขาด โง่ได้แต่อย่าโง่นานขนาดนี้ อย่าติดอยู่ในคำหวานนาน เพราะมันเป็นแค่ลมปาก วันนี้ฉันตกตะกอนได้ว่า... ความรักที่แท้จริงไม่ใช่เพียงเรื่องบนเตียง ไม่ใช่แค่เสียงหัวเราะในวันที่โลกสดใส หรือคำหวานในยามที่ชีวิตราบรื่น แต่มันคือการ 'ไม่ปล่อยมือกัน' ในวันที่อีกฝ่ายล้มลงคือความมั่นคงที่จะยืนเคียงข้างในวันที่เราทุกข์ใจ หรือเจ็บป่วยที่สุด เพราะความสนุกฉาบฉวยใครก็มอบให้กันได้ แต่มีเพียง 'คนที่รักเราจริง' เท่านั้นที่จะไม่เดินหายไปในวันที่เราต้องการเขามากที่สุด จากนี้ไป... ความจริงข้อนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญ ที่จะช่วยคัดกรองคนจากนี้ต่อไป เราไม่ได้เสียเธอไป แต่เทอต่างหากที่เสียคนที่รักเธอที่สุดไป และหวังให้เทอเจอแบบที่เราเจอนะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่