“ถ้ามีใครบอกผมว่า ‘ไปวิ่งในที่ที่อากาศเป็นพิษที่สุดในโลกสิ แล้วคุณจะรักเมืองนั้น’ ผมคงไม่มีทางเชื่อเขา และคงด่าในใจกลับไปแล้ว...”
ผมไม่ประทับใจ “ฮานอย” เลยในช่วง 2 วันแรกที่มาเที่ยวเมืองนี้ ทั้งความวุ่นวายของนักท่องเที่ยว บ้านเมืองและท้องถนนที่ดูไม่ค่อยสะอาด เสียงแตรและการจราจรที่ไร้ระเบียบ คนท้องถิ่นขายของเกินราคา แม้แต่การเรียกรถผ่าน Grab ที่ถูกยกเลิกบ่อยครั้ง
จริงๆ เมืองฮานอยก็มีเสน่ห์ในรูปแบบเฉพาะตัว แต่มันอาจไม่ตรงใจผมในตอนแรก...
แต่ทำไมการตัดสินใจลุกขึ้นมาวิ่ง 10k ในเช้าที่ "อากาศแย่ที่สุด" กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ "สวยงามที่สุด" ของทริปนี้? นี่ไม่ใช่แค่บันทึกการวิ่ง แต่มันคือนาทีที่ผมได้เปลี่ยนมุมมองต่อฮานอย และเลิกตัดสินทุกอย่างแค่จากมุมมองของนักท่องเที่ยวเพียงด้านเดียว
กำแพงสีม่วง
อาจเพราะยังไม่คุ้นเคยกับที่นอนของ Airbnb เช้านี้ผมรู้สึกตัวตั้งแต่ตี 4 กว่าๆ นั่งไถโทรศัพท์อัปเดตข่าวที่เมืองไทยสักพัก แล้วเติมคาเฟอีนไปสองแก้ว พอเปิดหน้าจอแอปฯ วัดอากาศวันนี้ดู... ผมถึงกับอึ้ง มันเป็นสีม่วงเข้ม AQI PM 2.5 ตัวเลขทะลุ 200 กว่า!
คำถามแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวคือ "ทำไมเราต้องพาตัวเองมาอยู่ในที่ที่อากาศ Toxic ขนาดนี้?"
ความสับสนระหว่างความปลอดภัยของปอดกับความอยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ ตีกันในหัว มันคือการตัดสินใจที่ยากเมื่อต้องแลกระหว่างประสบการณ์กับสุขภาพ แต่สุดท้ายผมตัดสินใจเปลี่ยนชุดวิ่ง ใส่รองเท้าผ้าใบ และพาตัวเองออกจากบ้านทันที
[CR] 🏃♂️💜🌫️ วิ่งฝ่า PM2.5 สองร้อยกว่าๆ กับมุมมองที่เปลี่ยนไปต่อ ‘ฮานอย’
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้