สหรัฐฯ กำลัง "ยึด" คริปโตมาเป็นอาวุธใหม่!!



จากเดิมที่รัฐบาลเคยมองว่าคริปโตคือ "เงินนอกคอก" แต่ตอนนี้กลยุทธ์เปลี่ยนไปแล้วครับ ภายใต้ยุคของ Donald Trump และทีมงานอย่าง David Sacks อเมริกาเลิกต่อต้าน แต่หันมา "กลืน" คริปโตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจรัฐ เพื่อเป้าหมายเดียวคือ การรักษาความเป็นเบอร์ 1 ของโลก

เหตุผลสำคัญที่เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร
1. แก้หนี้ประเทศ สหรัฐฯ มีหนี้ท่วมหัวกว่า 38 ล้านล้านดอลลาร์ การดึง Bitcoin และ Stablecoin เข้ามาเป็น "กองทุนสำรอง" คือการสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ค่าเงินดอลลาร์กระดาษด้อยค่าลง
2. เปลี่ยนน้ำมันเป็นดิจิทัล กลุ่มทุนน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง UAE เริ่มเอาเงินมาลงในโปรเจกต์คริปโตของครอบครัวทรัมป์ (World Liberty Financial) นี่คือสัญญาณว่าโลกกำลังย้ายจากยุค "Petrodollar" (คุมโลกด้วยน้ำมัน) เข้าสู่ยุค "Digital Dollar"
3. กฎหมาย CLARITY Act ร่างกฎหมายที่จะผ่านในเดือนเมษายน 2026 นี้ เปรียบเสมือน "รัฐธรรมนูญการเงินใหม่" ที่ทำให้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่กล้าเอาเงินมหาศาลลงมาเล่นในตลาดนี้อย่างเต็มตัว

ระบบปฏิบัติการทางการเงินใหม่ (Financial OS)
โลกเก่าเราโอนเงินข้ามประเทศทีรอเป็นวัน แต่โลกใหม่ภายใต้กฎหมายนี้ สินค้าทุกอย่างตั้งแต่ พันธบัตรยันที่ดิน จะถูกเปลี่ยนเป็น "Token" (Tokenization)
1. โอนไวเหมือนส่งข้อความ ใช้ระบบ Blockchain ทำงานร่วมกับ AI ทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
2. AI คือผู้เล่นหลัก ในอนาคต AI จะเป็นคนเทรดและทำธุรกรรมแทนมนุษย์ ซึ่ง AI ต้องการ "เงินที่เขียนโปรแกรมได้" (Programmable Money) ไม่ใช่การเดินไปหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารแบบเดิม

บทสรุป ใครคุมกฎ คนนั้นชนะ
ชัยชนะของอเมริกาในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคา Bitcoin พุ่งสูง แต่คือการสร้าง "สนามแข่งขันใหม่" ที่ตัวเองเป็นเจ้าของกฎ
คริปโตกำลังจะเปลี่ยนจาก "ของเล่นคนรวย/เครื่องมือเก็งกำไร" กลายเป็น "ท่อน้ำเลี้ยงหลัก" ของเศรษฐกิจโลก ใครที่เข้าคุมโครงสร้างพื้นฐานนี้ได้ก่อนในเดือนเมษายน 2026 จะกลายเป็นผู้กุมอำนาจการเงินโลกไปอีกเป็นร้อยปี
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่