JJNY : 5in1 พบจนท.ใช้มือปิดบาร์โค้ด│ทนายห่วงกกต.│กรมการปกครองแจงLaser ID│อบจ.ลำพูน แจงอีก│ตร.บุกจับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

เปิดผลคะแนนนับใหม่ ปทุมธานี เขต7 ปชน.นำโด่ง พบเจ้าหน้าที่ใช้มือปิดบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5603350
.

.
เปิดผลคะแนนนับใหม่ ปทุมธานี เขต7 ปชน.นำโด่ง พบเจ้าหน้าที่ใช้มือปิดบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 
.
เวลา 15.50 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โดมข้างที่ว่าการอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ภายหลังจากการเสร็จสิ้นการนับคะแนนเลือกตั้งนับคะแนนใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 7 จ.ปทุมธานี ที่เป็นบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคลองหกที่มีปัญหาเสร็จสิ้นการนับคะแนน
.
ซึ่งผลคะแนนปรากฏว่า
.
• นางสาวธันยนันท์ ไพบูลย์สุข ผู้สมัคร ส.ส.  พรรคประชาชน เขต 7 จังหวัดปทุมธานี ได้ 2,208 คะแนน
• นายพิษณุ พลธี ผู้สมัคร เบอร์ 4 เขต7 พรรคภูมิใจไทย ได้ 476 คะแนน
.
• ส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชน ได้ 1,787 คะแนนพรรคภูมิใจไทย ได้ 363 คะแนน
.
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ กปน.ได้ทำการเก็บบัตรเลือกตั้งทั้งของส.ส.เขต และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เก็บลงในหีบพร้อมกับใช้สายรัดเคเบิลไทร์รัดอย่างหนาแน่นและจะนำไปเก็บไว้ที่ห้องประชุมชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอหนองเสือและจะมีการนำส่งต่อให้ กกต.จังหวัดปทุมธานี ในวันพรุ่งนี้ (20กพ.)และจะมีการประกาศผลคะแนนโดยรวมทั้งหมดของเขต 7 จังหวัดปทุมธานี ก่อนเที่ยง
.
ท่ามกลางประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาสังเกตการณ์ในการนับคะแนนใหม่ครั้งนี้
.
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่นับคะแนนนั้นพบว่าเจ้าหน้าที่ใช้มือปิดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งด้วย
.
ด้านนางสาวสง่า ทาทอง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าการประกาศผลคะแนนวันนี้จะประกาศแยกตามชุดการนับคะแนนทั้ง 4 ชุด โดยจะแสดงคะแนนของผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อในแต่ละชุด จากนั้นคะแนนทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อจัดทำร่างประกาศผลการนับคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 7 และหลังจากรวบรวมแล้วจะต้องส่งให้คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งที่มีนายอำเภอเป็นประธานตรวจสอบและลงนามรับรองอย่างเป็นทางการ ก่อนจะส่งผลคะแนนภาพรวมของเขต 7 ให้กับ กกต. ปทุมธานี ภายในก่อนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ (20 กุมภาพันธ์ 69)และหลังจากนั้นจะส่งต่อให้ กกต. กลาง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการรับรองผลการเลือกตั้งต่อไป
.
ในขณะที่ทางด้านนางสาว ธันยนันท์ ไพบูลย์สุข อดีตผู้สมัคร ส.ส. ในนาม พรรคประชาชน เขต 7 จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าการนับคะแนนครั้งนี้ไม่ได้เกินความคาดหมาย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการนับคะแนนโดยภาคประชาชนมาแล้วหนึ่งครั้ง การนับครั้งนี้เป็นเพียงการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ส่งผลให้คะแนนเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการนับคะแนน
.
ส่วนการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะนั้นได้ดำเนินการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างชัดเจน พร้อมแสดงหลักฐานประกอบ โดยย้ำว่าการนับคะแนนครั้งนี้เป็นเฉพาะคะแนนเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ไม่ใช่การนับคะแนนรวมทั้งหมดของเขตเลือกตั้งที่ 7 และเป็นการนับเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของ กกต.
.
ขณะเดียวกันผู้ที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่มีจุดยืนเรื่องความโปร่งใส เนื่องจากการนับครั้งแรกไม่สามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ ทำให้เกิดข้อกังวล ก่อนจะมีการนับรอบที่ 2 ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลหน้างาน แต่ยังไม่เป็นไปตามระเบียบ สำหรับการนับคะแนนครั้งนี้ มองว่าเป็นการดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบ จึงเชื่อว่าผู้ที่เคยตั้งข้อสงสัยจะคลายความกังวลเรื่องความโปร่งใสลง
.
ส่วนทางด้านนายเอกศักดิ์ หอมชื่น ว่าที่ สส.เขต 3 ปทุมธานี กล่าวว่าทีมงานจาก พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อข้อสงสัยเกี่ยวกับความผิดปกติของจำนวนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัด ปทุมธานี โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในเขตดังกล่าวประมาณ 1,198 คน ขณะที่ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งรายงานว่ามีบัตรเลือกตั้งส่งมาถึงเพียง 1 ใบ คิดเป็นประมาณ 0.08% ของจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ซึ่งทีมงานพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขดังกล่าวมีความผิดปกติ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากในโซเชียลมีเดียยืนยันว่าได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและส่งบัตรกลับมาแล้ว
.
ในขณะที่เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงว่าได้รับบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผ่านทางไปรษณีย์ และมีเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบ 3 คน โดยยืนยันว่ามีบัตรมาถึงเพียง 1 ใบจริง ซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรประมาณ 1,198 คน บัตรที่ปรากฏ ณ จุดนับคะแนน 1 ใบ วันที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้รับบัตรคือ 8 กุมภาพันธ์ และช่องทางการส่งคือไปรษณีย์
.
ในส่วนแนวทางดำเนินการต่อไป พรรคประชาชน มีแผนรายงานข้อมูลให้ส่วนกลางเพื่อดำเนินการตรวจสอบในระดับประเทศ พร้อมทั้งขยายการตรวจสอบไปยังเขตเลือกตั้งอื่น เช่น เขต 3 เพื่อตรวจสอบว่ามีปัญหาในลักษณะเดียวกันหรือไม่ และเรียกร้องให้มีการชี้แจงอย่างโปร่งใสว่าบัตรเลือกตั้งส่วนที่เหลือสูญหายในขั้นตอนใดของกระบวนการขนส่งหรือการจัดสรรไม่ว่าจำนวนจะน้อยแค่ไหน ก็ไม่ควรเหลือเพียงใบเดียว เพราะจากข้อมูลของผู้ที่อยู่ต่างประเทศ หลายคนยืนยันว่าใช้สิทธิ์และส่งบัตรกลับมาแล้ว
.

.
ทนายห่วง กกต.ต้องตามเคลียร์คดีฉ่ำ! ‘ตัดสิทธิผู้สมัครชาติพันธุ์’ ไม่ต่าง ฟื้นชีพประกาศคณะปฏิวัติ?.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5603390
.
ทนายฯ หวั่น กกต.ไฟลามทุ่ง ต้องตามเคลียร์คดีฉ่ำๆ ยกปม ‘ศึกตีความ ม.7 ทวิวรรคสอง’ ถามนักกฎหมาย มธ. – ชี้ ’ตัดสิทธิชาติพันธุ์ลงสมัคร‘ ไม่ต่างตัดสิทธิคนทั้งดอย? สิทธิชุมชนถูกทำให้หายไป
.
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 12.30 น. ที่ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “เกิดในไทย มีสัญชาติไทย ก็ไม่มีสิทธิ ?: ปัญหาใหม่ในการตีความสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของคนไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง
.
โดยวิทยากรได้แก่ อาจารย์ ดร.ศิวนุช สร้อยทอง ทนายความคลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา ผู้รับผิดชอบคดีคนสัญชาติไทยที่ถูกตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้ง ร่วมด้วยคณาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ได้แก่ ผศ.ดร.ปูนเทพ ศิรินุพงศ์, รศ.ดร.อานนท์ มาเม้า อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายมหาชน และ อาจารย์ ดร.พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์ข้อกฎหมาย และตั้งคำถามต่อแนวทางการตีความสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งในบริบทปัจจุบัน
.
อาจารย์ ดร.ศิวนุชกล่าวว่า กรณีชาติพันธุ์ในพื้นที่ จ.เชียงราย ลงสมัคร อบต.มาเกือบ 10-20 ปี แต่ล่าสุดในปลายเดือนธันวาคม ได้รับการแจ้งปฏิเสธว่า ทั้ง 5 คนไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ เพราะไม่ใช่คนสัญชาติไทยโดยการเกิด จึงไปถาม อบต.ได้รับคำตอบว่า เลขประจำตัวไม่ครบ ถือสัญชาติไทย ตาม ‘ม.7 ทวิวรรคสอง’ ของ พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2535 ซึ่งได้รับผลกระทบจาก ประกาศคณะปฏิวัติที่ 337 (ปว.337) [ที่ใช้แยกคนต่างชาติในยุคสงครามเย็น เพื่อป้องกันภัยคอมมิวนิสต์ ]
.
โดยในช่วงที่เรื่องยังอยู่ในชั้น กกต.ภาคประชาสังคมจากหลายมหาวิทยาลัย ได้ทำหนังสือขอให้ กระทรวงมหาดไทย ช่วยไปยับยั้งการตีความของ กกต. ซึ่งทางมหาดไทย ก็ทำเอกสารดังกล่าวเพื่อยืนยันว่า 7 คนนี้ เป็นคนไทยโดยการเกิด ตามคำวินิจฉัยเดิม
.
“แต่ในท้ายที่สุด กกต.ก็ยังมองว่า ต้องอ้างอิงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 23/2567 และคำสั่งการเก่า
.
ณ ปัจจุบัน จึงยังเป็น ‘ศึกการตีความ’ ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการตีความผิดฝาผิดตัวหรือไม่ จึงอยากคุยกับทางคณาจารย์นิติศาสตร์ ว่าเราควรไปอย่างไรต่อ มีเรื่องไหนที่ควรดันเข้าศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความให้ถูกต้อง ไม่ใช่เอาคำวินิจฉัยคดีอื่นมาอ้างอิง และตัดสินประชาชน รวมถึงกลไกระหว่างประเทศ ที่ไทยต้องทำให้กระจ่าง” อาจารย์ ดร.ศิวนุชชี้
.
อาจารย์ ดร.ศิวนุชกล่าวว่า แนวคิดวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในปี 2567 เป็นกลไกปกป้องความมั่นคงของประเทศ เพราะไม่ใช่การถอนสัญชาติ โดยอัตโนมัติ แต่ถอนโดยคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย หรืออัยการส่งเรื่องต่อศาล ส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่า บุคคลที่เข้าข่ายตาม ม.7 ทวิวรรคสอง ก็สามารถถอนสัญชาติได้ ศาลอาจเพียงแค่ยืนยันกลไกกฎหมายเดิม
.
อาจารย์ ดร.ศิวนุช ยังกล่าวถึง กระบวนการทางกฎหมาย เมื่อมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ทำให้ตนรู้สึกว่า สงครามเย็นกลับมาในประเทศไทยอีกครั้งหรือไม่ ? เนื่องจาก ปว.337 ที่ยกเลิกไปแล้ว เหมือนกลับมาอีกครั้ง
.
ดังนั้น เราต้องกลับมาดูในภาพรวม ปรากฏการณ์ชาติพันธุ์ในเชียงราย เป็นเพียงหนึ่งปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็น เพราะเขาคือคนที่ดูแลชุมชนมา 10-20 ปี จนวันนี้ กกต.ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ว่าการที่เขาไม่มีผู้แทนของตัวเอง ประชาธิปไตยในพื้นที่นั้นจะเป็นอย่างไร หรือต้องไปเชิญใครที่สืบสายโลหิต มาเป็นผู้แทนของเขา ?
.
มีคนขอคำแนะนำมาเยอะมาก แม้กระทั่งเด็ก ถามว่ามันสั่นคลอน จะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ วันนึงฉันจะถูกตีความอะไรไหม แล้วจะใช้ชีวิตอย่างไร?
.
การตีความโดยไม่มองผลกระทบ ณ วันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว บางชุมชนไม่มีใครมีสิทธิเป็นผู้แทน ทั้งดอย มองหน้ากัน เข้าข่ายเป็น ม.7 ทวิวรรคสองกันทั้งนั้น หรือเขาจะต้องไปบังคับให้ใครมาเป็นผู้แทน แต่เขาไม่อยากทำ มันจะดีต่อประเทศจริงหรือ ? มันสะท้อนการเลือกปฏิบัติ ที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับชาติพันธุ์หรือไม่” อาจารย์ ดร.ศิวนุชกล่าว และว่า
.
ประการที่ 2 คนในพื้นที่ไม่มีสิทธิเลือก ในสิ่งที่เขาอยากเลือก หลักการประชาธิปไตย, การจัดการตนเอง ได้ถูกทำให้หายไปจากการตีความนี้ ถ้าไม่ยับยั้ง มันจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ
.
“ไม่ใช่งานมหาดไทย แต่เป็นงานของ กกต.ด้วยซ้ำ ที่ต้องกลับไปแก้โจทย์”
.
“กกต.งานเราไม่ใช่แต่ประกาศการเลือกตั้ง แต่ยังต้องส่งเสริมประชาธิปไตย ไม่ใช่เลือกให้ใครลงสมัครได้หรือไม่ได้ สิทธิชุมชนที่หายไป โจทย์นี้จะแก้อย่างไร”
.
3. ผู้สมัครที่เขาเคยเป็นผู้แทนมาก่อน แค่ลงสมัครอีกรอบ ถูกขู่ดำเนินคดี
.
“มีเจ้าหน้าที่ กกต.บอกว่า ‘จะดำเนินคดีนะ ขาดคุณสมบัติ จะมาสมัครได้อย่างไร’ ทำให้เกิดความหวาดกลัว อยากฝากกระซิบกัน แนะนำ ด้วยความเป็นห่วง เพราะ กกต.เป็นประเด็นมากพอแล้ว
.
รวมถึงข้อกังวลที่ว่า เมื่อมีการตีความ ‘หลักดินแดน’ มันจะเกิดการตีความที่กว้างมากในหลายกรณี ก็จะต้องเคลียร์คดีกันฉ่ำๆ ความวนเวียนของเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องที่ดีจริงหรือ ไม่อย่างนั้น ไฟลามทุ่ง แล้วปล่อยให้ปวดหัวกันเอง“ อาจารย์ ดร.ศิวนุชกล่าว และว่า
.
ท้ายที่สุด เราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ มันคืนชีพ ปว.337 แต่กลับมาอย่างน่ากลัว ขยายความ น่าอันตราย
.
การกลับมาที่ข้อเท็จจริงว่ามีสิทธิ เรายอมรับให้คนที่เกิดในไทย คงถือสัญชาติไทยทั้งหมดไม่ได้ เช่น แรงงานเข้ามาทำงานในไทย แล้วคลอดที่ไทย เป็นต้น
.
ขณะที่ ผศ.ดร.ปูนเทพ กล่าวว่า ถ้าเรามองจากตัวบทกฎหมาย การมีสัญชาติไทย ไม่เท่ากับการมี ‘สัญชาติไทยโดยการเกิด’ (Natural born) ซึ่งถ้าเราในคำอธิบายหลายประเทศ มีได้หลายลักษณะ อย่างเช่น ฝรั่งเศส แม้พ่อแม่ไม่ได้เป็นคนฝรั่งเศส แต่เกิดและเติบโตในฝรั่งเศส จนอายุ 18 ปี ก็เข้าสู่กระบวนการขอสัญชาติ
.
ในขณะที่ของไทย ต้องพิสูจน์คุณสมบัติอีกเต็มไปหมด ทั้งสัญชาติ ศาสนา ความจงรักภักดี ฯลฯ จึงจะได้สัญชาติไทย ดังนั้น ตนมองว่า ‘ปัญหาเกิดขึ้นจากตัวบท’
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่