ค่าข้ามสะพานไปเกาะสมุยต้องจ่ายไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท คือ 4 ล้อ 1,000 บาท 6-10 ล้อ 2,000 บาท 10 ล้อขึ้นไป 3,000 บาท
หลายคนรู้สึกไม่ชอบกับราคาค่าใช้จ่ายแบบนี้ รู้สึกว่ามันแพงเกิน บางคนก็ไม่อยากให้เก็บค่าผ่านทางเลย บางคนอยากให้ถูกลงครึ่งนึง เหลือแค่ 500 บาท
ถ้าเกิดว่า ไม่เก็บค่าผ่านทางข้ามไปเกาะสมุย ผลก็คือ รถที่ข้ามไปเกาะสมุยจะมีเยอะมาก ตั้งแต่รถ 4 ล้อ 6-8-10 ล้อ พาเหรดกันข้ามไปเที่ยวเกาะสมุย จนไม่รู้ว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่บนเกาะสมุยจะเพียงพอรับนักท่องเที่ยวมั้ย รถจะติดขนาดไหน โรงแรมจะจองยากขึ้นหรือเปล่า
ที่จริงแล้ว การสร้างถนนในประเทศไทยมึหลายเส้นทางที่ไม่เก็บค่าผ่านทาง ก็ช่วยเชื่อมต่อเศรษฐกิจได้ดี ช่วยให้ขนส่งสินค้าและผู้คนจำนวนมากจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอย่างสะดวกรวดเร็ว ทำเกิดการค้าขาย เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ แล้วรัฐก็ไปเก็บภาษีจากรายได้ที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกทีนึง
ถ้าหากว่า ถนนที่สร้างขึ้นหลายเส้นมีการเก็บค่าผ่านทาง ก็จะส่งผลการขนส่งและผู้คนมีจำนวนลดลงไป กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวลง รายได้ที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆก็ลดลง รัฐก็เก็บภาษีได้น้อยลงไป
แต่ในกรณีสะพานข้ามเกาะสมุย การเก็บค่าผ่านทาง 1,000 ขึ้นไป ก็มีเหตุผล เพราะเอกชนลงทุนส่วนหนึ่ง ไม่ใช่รัฐลงทุนทั้งหมด ก็ควรที่จะมีผลประโยชน์ให้เอกชนผู้ลงทุนด้วย
แล้วถ้าไม่เก็บค่าผ่านทาง จะมีรถมาเกาะสมุยเยอะมาก โครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันจะเพียงพอรองรับมั้ย ที่จอดรถเพียงพอมั้ย ถนนหนทางกว้างพอรับรถที่วิ่งเพิ่มอย่างไหลลื่น ไม่ต้องประสบปัญหารถติดมั้ย ที่พักระดับ 5 ดาวจะเพียงพอกับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องจองนานๆมั้ย
ถ้าต้องประสบปัญหามาก ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือ คนก็ไม่ค่อยอยากมาเที่ยวเกาะสมุยอยู่ดี ถ้าเขาเกิดความรู้สึกไม่อยากมาเที่ยวเมื่อไร ก็อีกนานแสนนานกว่าเขาจะได้มาอีก เอาแต่พอดี ดีกว่า ให้คนมาเที่ยวไม่มากจนเกินไป แต่มาเที่ยวได้เรื่อยๆ ระยะยาวน่าจะคุ้มกว่า
การเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาทขึ้นไป ทำให้คนมาเกาะสมุยได้น้อยลง รถส่วนตัวมาได้น้อยลง รถที่จะมาแล้วคุ้มค่าคือ รถสาธารณะที่ข้ามฝั่งจากสุราษฎร์ธานี ผู้โดยสารแชร์กันออกค่าผ่านทางคนละ 100 ก็จ่ายค่าผ่านทางได้สบาย ทีนี้ต้องไปดูระบบขนส่งสาธารณะบนเกาะอีกว่า มีมากพอมั้ย คนมาเที่ยวเยอะขึ้น ระบบขนส่งสาธารณะในเกาะสมุยก็ต้องดีขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น รถบัสมาถี่มั้ย ถ้าทำรถไฟฟ้าบนเกาะได้ยิ่งดี
การทำระบบขนส่งสาธารณะจึงเป็นเรื่องสำคัญ ช่วยให้รถติดได้น้อยลงมาก รถส่วนตัวหาที่จอดรถได้ง่ายขึ้น การเดินทางสะดวกขึ้น
บางทีเราก็ยังคิดว่า น่าปรับราคาขึ้นอีกเล็กน้อย ค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ 1,200 บาท รถ 6-10 ล้อ 2,400 บาท รถ 10 ล้อขึ้นไป 3,800 บาท กันคนใช้รถส่วนตัวข้ามมาเกาะ ให้มีรถส่วนตัวมาเกาะน้อยลง
แต่ถ้าเป็นคนที่มีบ้านอยู่บนเกาะ หรือทำการค้าขายประจำอยู่บนเกาะ จะได้รับค่าผ่านทางที่ถูกเป็นพิเศษหรือฟรี ไม่เก็บค่าผ่านทาง ช่วยให้คนที่ค้าขายอยู่บนเกาะมีความคล่องตัวทางการเงินมากขึ้น ทำมาหากินดีขึ้น
แต่ยังไงก็อีกหลายปีที่สะพานจะสร้างเสร็จ รอดูโดรนบินโดยสารที่จะมาให้บริการเร็วๆนี้ หรืออาจจะปีนี้ พอมีโดรนมาขนส่งขนคนข้ามเกาะ คนจะเยอะขึ้นขนาดไหน เมื่อมีคนมาเกาะเยอะขึ้น ต้องปรับปรุงพัฒนาอะไรบนเกาะบ้าง
เคยพูดถึงเรือไฮโดรฟอยล์และ seaglider ในกระทู้ก่อนๆ ยานพาหนะที่ขนส่งคนมาเกาะได้ไวขึ้นมาก ถ้ามีเรือไฮโดรฟอยล์และ seaglider มาให้บริการ เจ้าของธุรกิจเรือเฟอร์รี่ก็น่าจะเอายานพาหนะพวกนี้มาให้บริการร่วมกับเรือเฟอรี่ด้วย เพราะทุกอย่างมีต้นทุน เรือไฮโดรฟอยล์และ seaglider ก็ต้องอาศัยท่าเรือเป็นจุดเริ่มต้นเดินทาง ก็คงจะเป็นเจ้าของธุรกิจเรือเท่านั้นที่จะมีทุนพอมาต่อยอดธุรกิจเรือไฮโดรฟอยล์และ seaglider ได้
ถ้ามาให้บริการจริง ก็จะทำให้มาเกาะสมุยง่ายขึ้น รวมถึงการเดินทางไปยังเกาะเต่าและเกาะพะงัน ก็จะเร็วขึ้นมากด้วย ทำให้เศรษฐกิจบนเกาะทั้งหมดนี้ดีขึ้นมาก
การสร้างสะพานเชื่อมเกาะ ก็ทำแค่สะพานเดียว เพราะใช้เงินมาก และใช้เวลานานหลายปีมาก กว่าจะเริ่มสร้างก็อีก 3 ปี คือปี 72 แล้วกำหนดการเปิดบริการปี 77 จะได้ปี 77 จริงหรือเปล่าไม่รู้
ดูๆไป โดรนบินโดยสารข้ามเกาะยังมีลุ้นกว่า เพราะมีการทดสอบทดลองในไทยแล้ว กำหนดเปิดให้บริการก็ปลายปีนี้ด้วย
พอมีโดรนมาให้บริการก็จะมีคนเที่ยวเกาะเพิ่มขึ้น ถ้าราคาค่าโดยสารของโดรนบินได้ไม่แพงมาก คนรู้สึกสมเหตุสมผลกับราคาที่ตั้งไว้ เกาะสมุยก็จะมีคนมาเที่ยวเพิ่มขึ้น ก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบนเกาะสมุยได้ดี ไม่ต้องรอนานหลายปี
หลายคนไม่เห็นด้วยกับการเก็บค่าข้ามเกาะสมุย 1,000 บาท มาวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของการเก็บค่าผ่านทางแบบแพงๆ
หลายคนรู้สึกไม่ชอบกับราคาค่าใช้จ่ายแบบนี้ รู้สึกว่ามันแพงเกิน บางคนก็ไม่อยากให้เก็บค่าผ่านทางเลย บางคนอยากให้ถูกลงครึ่งนึง เหลือแค่ 500 บาท
ถ้าเกิดว่า ไม่เก็บค่าผ่านทางข้ามไปเกาะสมุย ผลก็คือ รถที่ข้ามไปเกาะสมุยจะมีเยอะมาก ตั้งแต่รถ 4 ล้อ 6-8-10 ล้อ พาเหรดกันข้ามไปเที่ยวเกาะสมุย จนไม่รู้ว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่บนเกาะสมุยจะเพียงพอรับนักท่องเที่ยวมั้ย รถจะติดขนาดไหน โรงแรมจะจองยากขึ้นหรือเปล่า
ที่จริงแล้ว การสร้างถนนในประเทศไทยมึหลายเส้นทางที่ไม่เก็บค่าผ่านทาง ก็ช่วยเชื่อมต่อเศรษฐกิจได้ดี ช่วยให้ขนส่งสินค้าและผู้คนจำนวนมากจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอย่างสะดวกรวดเร็ว ทำเกิดการค้าขาย เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ แล้วรัฐก็ไปเก็บภาษีจากรายได้ที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกทีนึง
ถ้าหากว่า ถนนที่สร้างขึ้นหลายเส้นมีการเก็บค่าผ่านทาง ก็จะส่งผลการขนส่งและผู้คนมีจำนวนลดลงไป กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวลง รายได้ที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆก็ลดลง รัฐก็เก็บภาษีได้น้อยลงไป
แต่ในกรณีสะพานข้ามเกาะสมุย การเก็บค่าผ่านทาง 1,000 ขึ้นไป ก็มีเหตุผล เพราะเอกชนลงทุนส่วนหนึ่ง ไม่ใช่รัฐลงทุนทั้งหมด ก็ควรที่จะมีผลประโยชน์ให้เอกชนผู้ลงทุนด้วย
แล้วถ้าไม่เก็บค่าผ่านทาง จะมีรถมาเกาะสมุยเยอะมาก โครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันจะเพียงพอรองรับมั้ย ที่จอดรถเพียงพอมั้ย ถนนหนทางกว้างพอรับรถที่วิ่งเพิ่มอย่างไหลลื่น ไม่ต้องประสบปัญหารถติดมั้ย ที่พักระดับ 5 ดาวจะเพียงพอกับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องจองนานๆมั้ย
ถ้าต้องประสบปัญหามาก ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือ คนก็ไม่ค่อยอยากมาเที่ยวเกาะสมุยอยู่ดี ถ้าเขาเกิดความรู้สึกไม่อยากมาเที่ยวเมื่อไร ก็อีกนานแสนนานกว่าเขาจะได้มาอีก เอาแต่พอดี ดีกว่า ให้คนมาเที่ยวไม่มากจนเกินไป แต่มาเที่ยวได้เรื่อยๆ ระยะยาวน่าจะคุ้มกว่า
การเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาทขึ้นไป ทำให้คนมาเกาะสมุยได้น้อยลง รถส่วนตัวมาได้น้อยลง รถที่จะมาแล้วคุ้มค่าคือ รถสาธารณะที่ข้ามฝั่งจากสุราษฎร์ธานี ผู้โดยสารแชร์กันออกค่าผ่านทางคนละ 100 ก็จ่ายค่าผ่านทางได้สบาย ทีนี้ต้องไปดูระบบขนส่งสาธารณะบนเกาะอีกว่า มีมากพอมั้ย คนมาเที่ยวเยอะขึ้น ระบบขนส่งสาธารณะในเกาะสมุยก็ต้องดีขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น รถบัสมาถี่มั้ย ถ้าทำรถไฟฟ้าบนเกาะได้ยิ่งดี
การทำระบบขนส่งสาธารณะจึงเป็นเรื่องสำคัญ ช่วยให้รถติดได้น้อยลงมาก รถส่วนตัวหาที่จอดรถได้ง่ายขึ้น การเดินทางสะดวกขึ้น
บางทีเราก็ยังคิดว่า น่าปรับราคาขึ้นอีกเล็กน้อย ค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ 1,200 บาท รถ 6-10 ล้อ 2,400 บาท รถ 10 ล้อขึ้นไป 3,800 บาท กันคนใช้รถส่วนตัวข้ามมาเกาะ ให้มีรถส่วนตัวมาเกาะน้อยลง
แต่ถ้าเป็นคนที่มีบ้านอยู่บนเกาะ หรือทำการค้าขายประจำอยู่บนเกาะ จะได้รับค่าผ่านทางที่ถูกเป็นพิเศษหรือฟรี ไม่เก็บค่าผ่านทาง ช่วยให้คนที่ค้าขายอยู่บนเกาะมีความคล่องตัวทางการเงินมากขึ้น ทำมาหากินดีขึ้น
แต่ยังไงก็อีกหลายปีที่สะพานจะสร้างเสร็จ รอดูโดรนบินโดยสารที่จะมาให้บริการเร็วๆนี้ หรืออาจจะปีนี้ พอมีโดรนมาขนส่งขนคนข้ามเกาะ คนจะเยอะขึ้นขนาดไหน เมื่อมีคนมาเกาะเยอะขึ้น ต้องปรับปรุงพัฒนาอะไรบนเกาะบ้าง
เคยพูดถึงเรือไฮโดรฟอยล์และ seaglider ในกระทู้ก่อนๆ ยานพาหนะที่ขนส่งคนมาเกาะได้ไวขึ้นมาก ถ้ามีเรือไฮโดรฟอยล์และ seaglider มาให้บริการ เจ้าของธุรกิจเรือเฟอร์รี่ก็น่าจะเอายานพาหนะพวกนี้มาให้บริการร่วมกับเรือเฟอรี่ด้วย เพราะทุกอย่างมีต้นทุน เรือไฮโดรฟอยล์และ seaglider ก็ต้องอาศัยท่าเรือเป็นจุดเริ่มต้นเดินทาง ก็คงจะเป็นเจ้าของธุรกิจเรือเท่านั้นที่จะมีทุนพอมาต่อยอดธุรกิจเรือไฮโดรฟอยล์และ seaglider ได้
ถ้ามาให้บริการจริง ก็จะทำให้มาเกาะสมุยง่ายขึ้น รวมถึงการเดินทางไปยังเกาะเต่าและเกาะพะงัน ก็จะเร็วขึ้นมากด้วย ทำให้เศรษฐกิจบนเกาะทั้งหมดนี้ดีขึ้นมาก
การสร้างสะพานเชื่อมเกาะ ก็ทำแค่สะพานเดียว เพราะใช้เงินมาก และใช้เวลานานหลายปีมาก กว่าจะเริ่มสร้างก็อีก 3 ปี คือปี 72 แล้วกำหนดการเปิดบริการปี 77 จะได้ปี 77 จริงหรือเปล่าไม่รู้
ดูๆไป โดรนบินโดยสารข้ามเกาะยังมีลุ้นกว่า เพราะมีการทดสอบทดลองในไทยแล้ว กำหนดเปิดให้บริการก็ปลายปีนี้ด้วย
พอมีโดรนมาให้บริการก็จะมีคนเที่ยวเกาะเพิ่มขึ้น ถ้าราคาค่าโดยสารของโดรนบินได้ไม่แพงมาก คนรู้สึกสมเหตุสมผลกับราคาที่ตั้งไว้ เกาะสมุยก็จะมีคนมาเที่ยวเพิ่มขึ้น ก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบนเกาะสมุยได้ดี ไม่ต้องรอนานหลายปี