*Phasa Thai [ดูความหมาย ที่คอมเมนต์]
“การจับคู่คำ และการหาความหมาย ย่อมไม่มีทางเหมือนกัน ถ้าจะมองหาความแยบคาย
ทำความต่าง หรือทำความยักเยื้องเอง เพื่อการเป็นอยู่โดยชอบ หรือกำหนดแต่ความพ้น-
ไปโดยชอบ เพราะว่า ความหมาย ของการการันตี เพื่อการรับประกัน กันทางวิชาการ ให้มี
บริบท ไปอีกต่างหาก อย่างหนึ่ง ซึ่งต่างจากการศึกษาไปตามอัธยาศัย หรือการปรับปรุง ดัดแปลง
หรือ อะไพล แนวนึกแนวคิด นั้น ๆ ไปสู่การใช้งานเอง คือเพื่อต้องการที่จะได้ ผลลัพธ์ทางการ
พิเคราะห์ อันเพื่อจะให้ได้สุขุมารมณ์ จากความพอเหมาะพอดี หรือความแยบคายดังนั้นเอง ซึ่ง
อาจถูกเรื่อง ถูกโอกาส และถูกภาวะ ต่อการขวนขวายที่จะบริกรรมภาวนา หรือโน้มน้อมอารมณ์
ซึ่งแต่ละผู้ละคน มี พื้นเพ ความเป็นมา และปัจจัยในทางสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน, และยังมีเรื่องของ
การเสนอ หรือแสดงภาพ หรือสมมติดังกล่าวที่ต่างกันอีกด้วย และเพราะทุกคนเสนอ แสดง
หรือเอื้อนเอ่ย ถึงความจริง และสถานการณ์แห่งภพภูมิต่าง ๆ กัน อันตนเองอิงอาศัย หรือเพ่งเล็งสิ่งนั้น
ดังนั้น ในแต่ละวันที่ดันโพสต์ หรือระบายข้อมูล เพื่อการใช้ประโยชน์เว็บไซต์ ใช้บริการ และการ
กำหนดตนเองถึงการมีส่วนร่วม จึงเป็นเรื่องที่น่าจะต้องปวดเศียรเวียนหัว หรือกระอักกระอ่วนไปเสียแทบ
จะทุกโพสต์ ทุกบทความ ถ้าหากว่า ผู้ใช้งานปรารถนาหรือต้องการประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่เล่น ๆ อย่าง
การตีขลุม แล้วใช้วาทะแบบหว่านแห เล่น ๆ เรื่อย ๆ ไป ในการที่ต่างก็ขันอาสา ที่จะเสียสละตน เพื่อ
เป็นปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่มีความต่าง ๆ, คืออาจจะกล่าวอย่างต่างมุมมอง แต่มีหัวข้อหรือประเด็น
เดียวกันในการที่จะดัดแปลง หรืออะไพล สิ่งต่างเหล่านั้น ที่ไปสู่การใช้งานเอง หรือแนวนึกแนวคิด
ที่พึงเป็นประโยชน์ได้อย่างถาวรกับตนเอง, เช่นว่าแท็กพระไตรปิฎก เรื่องพระไตรปิฎก ย่อมที่จะกล่าว
แสดง ปริภูมิ หรือท่ามกลาง อย่างนี้ และเล็งแลทิศทางของพระไตรปิฎกไปอย่างนี้ โดยปริยาย หรือ
ฉากทัศน์ดังนี้ เพราะว่า งานพระไตรปิฎก ย่อมถือขณิกปัญญา อันฐานคือขณิกภาวนาเป็นหลักใหญ่
อันมิได้มีภาระหรือธุระอะไร?ที่จะต้องกล่าวไปถึง การใช้อุปจารภาวนา หรืออุปจารปัญญาเป็นหลักใหญ่
แล้วยิ่งมิต้องกล่าวถึงการเพลิดเพลินในความชำนาญหรือเล่นความสุขเกี่ยวแก่อัปนาอารมณ์ หรือซ้องเสพ
นิพพานอย่างนั้น อย่างนี้ เพราะหลักของเรื่อง หรือมนุษย์พิภพยุคปัจจุบัน ต้องการประโยชน์แต่จาก
ธรรมขณิกภาวนา หรือสุกขวิปัสสกปัญญาเท่านั้นก่อน มาเป็นที่ ๑ เพราะมิใช่ที่ ที่จะมาปาร์ตี้ หรืออวดผล
อารมณ์ว่า ตอนนี้ ฉันสามารถเมาฝิ่นได้ ตอนนี้ฉันสามารถเมายาไอซ์เองได้ ตอนนี้ ฉันสามารถเมากัญชาเองได้
เพราะสามารถกำหนดจิตให้สารสื่อประสาททำงาน ที่ระบบอุปจารฌาน และอัปปนาฌาน ซึ่งให้ซึ้งกันไป แต่แค่
การหาญจะอวด หรือโดยฐานจะอวด หรือกระทำอุตริให้มากเท่านั้น ถ้าพูดจริง โดยกล่าวไปไกลเกินขณิกภาวนา
ดังนี้ ก็เลยมีท่านที่เข้ามาแสดง ว่า มันมีปัญหาเพราะไม่มีแท็กว่าพิสูจน์อักษร และประเพณีการพูดยัด หรือพูด-
อัด หรือสาดประเด็นเข้าหา แล้วว่า คือแท็กพระไตรปิฎก มันมีวัฒนธรรมและประเพณีการเล่นมาอย่างนี้ เท่านั้น
จนแปรเปลี่ยนประโยชน์ไปอย่างอื่นไม่ได้แล้ว คือย่อมกำหนดว่า สิ่งที่จารึกในพระไตรปิฎกนั้น ดิ้นไม่ได้ หรือไม่-
มีช่องที่จะเติม, หรือมิเช่นนั้น ก็คว่ำทิ้งมันไปเลย เพราะกล่าวแต่ จิต แต่กรรม แต่ ญาณ แต่ อรูป หรือนามธรรมเท่านั้น
ฉะนั้น ที่มีความสำคัญ, อันที่สุดจรดแต่เป็นเหตุให้ แต่แนวนึกแนวคิด และการประกอบความ ที่อาจจะมีประโยชน์กว่า
ท่าทีแบบนั้น แม้มีอยู่ แต่ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเข้ามาก็ถูกคว่ำทิ้ง หรือปัดทิ้งด้วยอุตริธรรม หรือไม่ก็ห้ามขยับจารึก
หรือทำอะไร?ที่จะทำให้ภาษามันดิ้นแล้วมีชีวิต, เพราะว่ามีแต่ประโยชน์พื้นฐานอย่างการตีขลุมหรือหว่านแห เท่านั้น ก็จึงจะดีกว่า
”
☺ ทดลองแต่งบทความ แบบแสดงวาทะอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบ แล้วลองแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อหาทางทำความเข้าใจความหมายภาษาอังกฤษ
*Phasa Thai [ดูความหมาย ที่คอมเมนต์]
“การจับคู่คำ และการหาความหมาย ย่อมไม่มีทางเหมือนกัน ถ้าจะมองหาความแยบคาย
ทำความต่าง หรือทำความยักเยื้องเอง เพื่อการเป็นอยู่โดยชอบ หรือกำหนดแต่ความพ้น-
ไปโดยชอบ เพราะว่า ความหมาย ของการการันตี เพื่อการรับประกัน กันทางวิชาการ ให้มี
บริบท ไปอีกต่างหาก อย่างหนึ่ง ซึ่งต่างจากการศึกษาไปตามอัธยาศัย หรือการปรับปรุง ดัดแปลง
หรือ อะไพล แนวนึกแนวคิด นั้น ๆ ไปสู่การใช้งานเอง คือเพื่อต้องการที่จะได้ ผลลัพธ์ทางการ
พิเคราะห์ อันเพื่อจะให้ได้สุขุมารมณ์ จากความพอเหมาะพอดี หรือความแยบคายดังนั้นเอง ซึ่ง
อาจถูกเรื่อง ถูกโอกาส และถูกภาวะ ต่อการขวนขวายที่จะบริกรรมภาวนา หรือโน้มน้อมอารมณ์
ซึ่งแต่ละผู้ละคน มี พื้นเพ ความเป็นมา และปัจจัยในทางสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน, และยังมีเรื่องของ
การเสนอ หรือแสดงภาพ หรือสมมติดังกล่าวที่ต่างกันอีกด้วย และเพราะทุกคนเสนอ แสดง
หรือเอื้อนเอ่ย ถึงความจริง และสถานการณ์แห่งภพภูมิต่าง ๆ กัน อันตนเองอิงอาศัย หรือเพ่งเล็งสิ่งนั้น
ดังนั้น ในแต่ละวันที่ดันโพสต์ หรือระบายข้อมูล เพื่อการใช้ประโยชน์เว็บไซต์ ใช้บริการ และการ
กำหนดตนเองถึงการมีส่วนร่วม จึงเป็นเรื่องที่น่าจะต้องปวดเศียรเวียนหัว หรือกระอักกระอ่วนไปเสียแทบ
จะทุกโพสต์ ทุกบทความ ถ้าหากว่า ผู้ใช้งานปรารถนาหรือต้องการประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่เล่น ๆ อย่าง
การตีขลุม แล้วใช้วาทะแบบหว่านแห เล่น ๆ เรื่อย ๆ ไป ในการที่ต่างก็ขันอาสา ที่จะเสียสละตน เพื่อ
เป็นปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่มีความต่าง ๆ, คืออาจจะกล่าวอย่างต่างมุมมอง แต่มีหัวข้อหรือประเด็น
เดียวกันในการที่จะดัดแปลง หรืออะไพล สิ่งต่างเหล่านั้น ที่ไปสู่การใช้งานเอง หรือแนวนึกแนวคิด
ที่พึงเป็นประโยชน์ได้อย่างถาวรกับตนเอง, เช่นว่าแท็กพระไตรปิฎก เรื่องพระไตรปิฎก ย่อมที่จะกล่าว
แสดง ปริภูมิ หรือท่ามกลาง อย่างนี้ และเล็งแลทิศทางของพระไตรปิฎกไปอย่างนี้ โดยปริยาย หรือ
ฉากทัศน์ดังนี้ เพราะว่า งานพระไตรปิฎก ย่อมถือขณิกปัญญา อันฐานคือขณิกภาวนาเป็นหลักใหญ่
อันมิได้มีภาระหรือธุระอะไร?ที่จะต้องกล่าวไปถึง การใช้อุปจารภาวนา หรืออุปจารปัญญาเป็นหลักใหญ่
แล้วยิ่งมิต้องกล่าวถึงการเพลิดเพลินในความชำนาญหรือเล่นความสุขเกี่ยวแก่อัปนาอารมณ์ หรือซ้องเสพ
นิพพานอย่างนั้น อย่างนี้ เพราะหลักของเรื่อง หรือมนุษย์พิภพยุคปัจจุบัน ต้องการประโยชน์แต่จาก
ธรรมขณิกภาวนา หรือสุกขวิปัสสกปัญญาเท่านั้นก่อน มาเป็นที่ ๑ เพราะมิใช่ที่ ที่จะมาปาร์ตี้ หรืออวดผล
อารมณ์ว่า ตอนนี้ ฉันสามารถเมาฝิ่นได้ ตอนนี้ฉันสามารถเมายาไอซ์เองได้ ตอนนี้ ฉันสามารถเมากัญชาเองได้
เพราะสามารถกำหนดจิตให้สารสื่อประสาททำงาน ที่ระบบอุปจารฌาน และอัปปนาฌาน ซึ่งให้ซึ้งกันไป แต่แค่
การหาญจะอวด หรือโดยฐานจะอวด หรือกระทำอุตริให้มากเท่านั้น ถ้าพูดจริง โดยกล่าวไปไกลเกินขณิกภาวนา
ดังนี้ ก็เลยมีท่านที่เข้ามาแสดง ว่า มันมีปัญหาเพราะไม่มีแท็กว่าพิสูจน์อักษร และประเพณีการพูดยัด หรือพูด-
อัด หรือสาดประเด็นเข้าหา แล้วว่า คือแท็กพระไตรปิฎก มันมีวัฒนธรรมและประเพณีการเล่นมาอย่างนี้ เท่านั้น
จนแปรเปลี่ยนประโยชน์ไปอย่างอื่นไม่ได้แล้ว คือย่อมกำหนดว่า สิ่งที่จารึกในพระไตรปิฎกนั้น ดิ้นไม่ได้ หรือไม่-
มีช่องที่จะเติม, หรือมิเช่นนั้น ก็คว่ำทิ้งมันไปเลย เพราะกล่าวแต่ จิต แต่กรรม แต่ ญาณ แต่ อรูป หรือนามธรรมเท่านั้น
ฉะนั้น ที่มีความสำคัญ, อันที่สุดจรดแต่เป็นเหตุให้ แต่แนวนึกแนวคิด และการประกอบความ ที่อาจจะมีประโยชน์กว่า
ท่าทีแบบนั้น แม้มีอยู่ แต่ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเข้ามาก็ถูกคว่ำทิ้ง หรือปัดทิ้งด้วยอุตริธรรม หรือไม่ก็ห้ามขยับจารึก
หรือทำอะไร?ที่จะทำให้ภาษามันดิ้นแล้วมีชีวิต, เพราะว่ามีแต่ประโยชน์พื้นฐานอย่างการตีขลุมหรือหว่านแห เท่านั้น ก็จึงจะดีกว่า”