JJNY : เทวฤทธิ์เบรกสว.แต่งตั้งกกต.│หมอเปรมแฉพิรุธบัตรเขย่ง│ทนายอั๋นแฉฮั้วประมูลกรมการข้าว│แฉบัญชีลูกหนี้หน่วยงานรัฐสูญ

กระทู้ข่าว
เทวฤทธิ์ เบรก สว.แต่งตั้งกกต.อีก 2 คน ด้าน นันทนา เผย สว.เริ่มติดต่อ ยื่นศาลรธน.ชี้ขาดเลือกตั้งโมฆะ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5601102
.

.
เทวฤทธิ์ เบรก สว.แต่งตั้งกกต.อีก 2 คน ด้าน นันทนา เผย สว.เริ่มติดต่อ ยื่นศาลรธน.ชี้ขาดเลือกตั้งโมฆะ
.
เมื่อวันที่18 ก.พ. 2569 ที่รัฐสภา นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. แถลงการยื่นญัตติขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) อีก 2 คน เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ว่า ในเรื่องด่วนที่ 3 ว่าจะมีการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่ง กกต. 2 คน ประกอบด้วย นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ที่จะเป็นการเลือกแทนนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว
.
หากย้อนกลับไปในวุฒิสภาสมัยที่แล้ว ช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2566 แม้จะยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังสามารถพิจารณาเพื่อเปิดประชุมวิสามัญได้และมีการพิจารณา เลื่อนหรือขยายเวลาของกรรมาธิการสอบประวัติในขณะนั้นได้ แปลว่าในแง่กระบวนการสามารถดำเนินการได้ และการที่มีสว.จำนวนมาก กำลังถูกไต่สวนและสอบสวนโดยองค์กรที่เรากำลังจะแต่งตั้ง ดูเป็นการขัดกันทางผลประโยชน์ เหมือนเราไปตั้งกรรมการในการมาตัดสิน หรือสอบสวนคดีที่เราถูกกล่าวหา และ สว.ที่ถูกดำเนินคดีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งเท่ากับมติ ของการให้ความเห็นชอบกับบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
.
นายเทวฤทธิ์ ยังกล่าวว่า ห้วงเวลานี้มีวิกฤตความศรัทธา ในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. สว.ชุดนี้ให้ความเห็นชอบ กกต. ไปแล้ว 3 คน หากให้ความเห็นชอบเพิ่มอีก 2 คน จะกลายเป็น 5 คน จาก 7 คน ที่มาจากการให้ความเห็นชอบจาก สว. ชุดนี้ และถ้าตนเป็นคณะกรรมการสอบประวัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อก็คงจะถามถึงประเด็นมุมมองที่มีต่อคดีกันได้มาซึ่ง สว. โดยมองว่ามี 2 แนวทางที่แคนดิเดตเหล่านั้นจะตอบ คือ ตอบตามหลักการที่เห็นว่ามีปัญหาหรือไม่ แต่หากตอบเอาใจ สว.ชุดนี้ ก็อาจจะได้ผ่านเข้าไปเป็น กกต. ระบบและกระบวนการที่เป็นอยู่มีการขัดกันทางผลประโยชน์
.
การได้มาซึ่งตะกร้าที่เราจะมากรอง เครื่องกรองเหล่านี้มันมีปัญหาผมคิดว่าเมื่อมันมีปัญหาเครื่องกรองก็ควรจะหยุดก่อน ที่จะส่งผ่านปัญหาเหล่านั้นซึ่งจะส่งผ่านวิกฤตศรัทธาไปยังองค์กรอิสระนั่นคือ กกต. ที่มีปัญหาอยู่ แล้วจะส่งผ่านวิกฤตศรัทธานั้นไปอีก 7 ปี การชะลอไปก่อนไม่ได้ทำให้อำนาจที่หลายคนกังวลว่าจะไปตัดอำนาจ สว. หรือเปล่า การชะลอไว้ไม่ได้ตัดอำนาจ วันที่มีคำตัดสินหรือคำวินิจฉัยแล้วว่าสว. เหล่านั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีความผิด วันนั้นยังมีอำนาจเต็มในการให้ความเห็นชอบ จึงเสนอญัตติให้ชะลอการให้ความเห็นชอบ 2 กกต. ไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนของ กกต. ชุดปัจจุบัน การวินิจฉัยคดีการได้มาซึ่งสว. ” นายเทวฤทธิ์กล่าว
.
ด้านนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า มี สว. ถึง 138 คนที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาแล้วจะมาให้ความเห็นชอบ กกต. อีก 2 คนซึ่งตนมองว่าน่าจะไม่ชอบ และเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อยากให้ สว. เสียงข้างมากทั้งหลายมีจิตสำนึกในการหยุดทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมถึงการให้ความเห็นชอบ กกต. ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน เพราะเป็นการเลือกคนเข้าไปทำคดีของตัวเอง
.
นี่คือปัญหาที่สืบเนื่องมาจากกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ สว. มาจากการเลือกกันเองไม่ยึดโยงกับประชาชน เลือกคนมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ แทนที่จะให้ สว. ที่มาจากประชาชนทำหน้าที่นี้ วงจรนี้ทำให้เกิดข้อกังขามากมาย เพราะการตัดสินคดีความต่างๆ ทางการเมือง ก็วนกลับมาที่องค์กรอิสระ และหากในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ถ้า สว. ให้ความเห็นชอบ กกต. อีก 2 คน ก็จะกลายเป็นว่า สว. ให้ความเห็นชอบไปแล้ว 5 คนจะ 7 คน จึงมีคำถามถึงเรื่องการดำเนินคดีฮั้ว สว. ผ่านไปแล้ว 7 เดือนยังไม่มีการส่งฟ้อง หากวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เพิ่มไปอีก 2 คน เราคงจินตนาการออกว่าคดีฮั้ว สว. จะจบอย่างไร
.
จึงอยากถามถึงความสง่างามและความชอบธรรมที่ สว. 138 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและมาทำหน้าที่ เลือกกกต.แล้วไปทำหน้าที่ตัดสินคดีของตัวเอง รวมถึงคดีที่มาจากการเลือกตั้งในขณะนี้ ขอให้สังคมจับตา เพราะว่าวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ สว. เสียงข้างมากจะคงยืนยันให้ความเห็นชอบกกตอีก 2 คนหรือไม่ และญัตติของสว. เทวฤทธิ์จะได้รับการบรรจุหรือไม่ กระบวนการต่อจากนี้จะเดินหน้าสุดซอยอย่างไร ” นางสาวนันทนากล่าว
.
ส่วนความคืบหน้าการล่ารายชื่อ 20 สว. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดเลือกตั้งโมฆะนั้น นางสาวนันทนา กล่าวว่า วันนี้ร่างคำร้องเรียบร้อยแล้ว และเชื่อเป็นนิมิตหมายอันดี เพราะตอนนี้ สว.เสียงข้างน้อย และสว.อิสระ ได้มีการโทรมาสอบถาม จึงเชื่อว่าครั้งนี้จะรวบรวมได้เร็ว และจะรีบยื่นทางประธานวุฒิสภาให้เร็วที่สุด แต่กระบวนการนี้ต้องเรียนว่าประธานวุฒิสภา หากได้รับเรื่องแล้ว ก็อยากจะให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน กับที่รับเรื่องจาก สว.เสียงข้างมากที่รับแล้ว รีบยื่นกระบวนการจะได้ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้เร็ว และเราพยายามจะทำให้อยู่ในสัปดาห์หน้า.
.

.
หมอเปรมแฉพิรุธบัตรเขย่ง โยงมาตรา 84-226 ส่อขัดรัฐธรรมนูญ เสนอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5601009
.
หมอเปรมแฉพิรุธบัตรเขย่ง โยงมาตรา 84-226 ส่อขัดรัฐธรรมนูญ เสนอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
.
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. กล่าวถึงข้อสงสัยของสังคมกรณีบัตรเขย่งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงข้อครหาทางการเมืองแต่เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ และการรวบรวมข้อมูลจากผู้สังเกตการณ์ พบความคลาดเคลื่อนของจำนวนบัตรเลือกตั้งในบางหน่วย ซึ่งมีลักษณะเกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ หรือมีตัวเลขไม่สอดคล้องกับรายงานการนับคะแนนเบื้องต้น ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการ
.
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หากมีบัตรเขย่งจริง ย่อมกระทบความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเฉพาะมาตรา 84 ที่บัญญัติให้รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมาตรา 226 ที่กำหนดให้องค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นอิสระ เป็นกลาง และซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้นเมื่อมีข้อสงสัยเกิดขึ้น องค์กรที่มีหน้าที่โดยตรงต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเปิดเผย โปร่งใส และให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หากปล่อยให้ข้อครหาค้างคาใจ จะยิ่งบั่นทอนศรัทธาต่อระบบรัฐสภาและกระบวนการเลือกตั้งโดยรวม
.
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยเท่าที่ตนได้รวบรวมมีมากถึง 5 ปมร้อนประกอบด้วย 1.จำนวนบัตรเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิในบางหน่วย 2.ความล่าช้าในการรายงานผลคะแนน 3.เอกสารรายงานผล (ส.ส. 5/18 หรือเอกสารเทียบเท่า) ไม่ตรงกับข้อมูลที่เผยแพร่ 4.การปิดหน่วยก่อนเวลาแต่ยังมีคะแนนเพิ่ม และ 5.การขาดระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
.
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่าแม้บางกรณีอาจเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค หรือการกรอกข้อมูลผิดพลาด แต่เมื่อเกิดขึ้นหลายพื้นที่ย่อมต้องตรวจสอบเชิงระบบ ไม่ใช่อธิบายเป็นรายกรณี ดังนั้นตนขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีตัวแทนจากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายกฎหมาย นักวิชาการ และภาคประชาชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พร้อมเสนอให้เปิดเผยข้อมูลหน่วยเลือกตั้งแบบรายหน่วยอย่างละเอียด
.
ถ้าผลการตรวจสอบชี้ว่า ไม่มีความผิดปกติ ก็จะเป็นการคืนความชอบธรรมให้ทุกฝ่าย แต่ถ้าพบว่ามีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่สังคมอ่อนไหว การสื่อสารที่ล่าช้าหรือคลุมเครือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงผลแพ้ชนะ แต่คือความไว้วางใจของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง หากสังคมคลางแคลงใจแม้ผลเลือกตั้งจะถูกต้องตามตัวเลข ก็อาจถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรม การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าหัวใจเต้นผิดจังหวะ ประเทศก็จะสั่นคลอน” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
.

.
"ทนายอั๋น" อดไม่ไหว พวกหน้าขาวอยู่แต่ห้องแอร์แย่ง ก.เกษตรฯ แฉกระบวนการฮั้วประมูลกรมการข้าว 2 พันล้าน
.
วันที่ 18 ก.พ.69 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" แถลงข่าวกรณีการแบ่งเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนี้ ว่า ทำไมนักการเมืองหน้าขาวๆ เคยอยู่แต่ห้องแอร์แย่งไปดูกระทรวงเกษตรฯ ตนไม่ทราบว่าไปแย่งกันเพื่อผลักดันราคาพืชผลการเกษตรหรือไม่ หรือกระทรวงเกษตรฯมีทรัพยากรมหาศาล ซึ่งเรื่องนี้มีพลเมืองดีส่งข้อมูลมาให้ตน โดยเป็นข้อมูลของกรมการข้าวที่มี ทีโออาร์ 5 ฉบับ มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2567 มีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งมีข้อสงสัยว่ามีการล็อกสเปคแล้วหรือไม่
.
โดยเรื่องนี้เริ่มจากที่เขาได้สินค้าราคาดีมา ก็เลยเสนอให้กับผู้ใหญ่กระทรวงเกษตรฯ และผู้ใหญ่ก็ชอบ นอกจากต้นทุนจึงตั้งไลน์กลุ่มขึ้นมา ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าให้ไปหาสินค้ามาให้ได้ 5 บริษัท แต่เขาไปหามาได้ 3 บริษัท สิ่งที่น่าสนใจคือทั้ง 3 บริษัทนี้ จะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท แต่ 3 บริษัทนั้น มีทุนจดทะเบียนเพียงแค่ 1ล้านบาท จำนวน 2 บริษัท และ 5 ล้านบาท จำนวน 1 บริษัท ซึ่งบริษัทเหล่านั้นทำธุรกิจขายจักรยานยนต์ ขายสังกะสี และเครื่องมือแพทย์ และปกติทีโออาร์จะต้องทำที่หน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ แต่กรณีดังกล่าวไปทำกันที่บริษัท และเมื่อถึงวันประกวดราคาปรากฏว่าไปคีย์ข้อมูลที่โรงพยาบาล เพราะเจ้าของบริษัทป่วยกะทันหัน แสดงว่ากรมการข้าวกินรวบหรือไม่ ข้าราชการกระทรวงเกษตรมีพฤติกรรมแบบนี้เยอะหรือไม่ เห็นมาแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกัน ก็อยากจะนำเรื่องนี้มาเสนอ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีคนไปร้องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อยแล้ว จนนำมาสู่การรีดเอาทรัพย์ที่ทุกคนทราบกันดี
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่