ตอนนี้ ชีวิตของผมเข้าสู่ midlife crisis ครับ ทุกคนช่วยผมคิดที ชีวิตที่ผ่านมาของผมถือว่าล้มเหลวมั้ย

ชีวิตผมเคย หลุดจากระบบการศึกษาตอนอายุ 16 ปี ต้องเรียนกศน. แล้วแถมพ่อแม่ล้มละลาย หนีไปอยู่ต่างจังหวัด

ผมเอง ต้องไปทำงานกับญาติ ที่โรงอาหารในวิทยาลัยอาชีวะ ในกรุงเทพ ตอนอายุ 16-17-18

(ช่วงตอนนี้คืออาศัยเรียน กศน.ไปพลางๆก่อน)

แต่...รู้อะไรมั้ยครับ การเป็นเด็ก ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา มาเรียนนอกระบบ มันโครตโหดร้ายเลย สังคมไทย หรือผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รู้จักเราดี จะตัดสินเราอย่างมาก จนทำให้ผมต่อมา ตอนโต ผมป่วยเป็นซึมเศร้า PTSD เผชิญเหตุการณ์รุนแรง ฉับพลันเลย

เหตุผลที่ ผมไปทำงานเป็นเด็กล้างจาน ในรั้วโรงเรียน อาชีวะเนี่ยละครับ

มีแต่คนมองผม เกเร ต้อยต่ำ ไม่ยอมเรียนหนังสือ (บางครั้งก็มองว่าเป็นขอทานก็ยังมี)
ที่สำคัญ เวลาพักเบรกจากช่วยงาน คนอื่นในโรงอาหาร พวกเขาชอบเห็นผมอ่านหนังสือเรียน(เตรียมตัวไล่ตามเพื่อนๆให้ทัน) พวกป้า ลุง น้าอา คือชอบหัวเราะเยาะกัน ถามผมว่า “อ่านหนังสือออกด้วยเหรอ?”

“น้องๆ ทำไมไม่เรียนหนังสือ” และอื่นๆ อีกมากมาย

ทุกอย่างนี้คือคำพูดที่กัดเทาะ ความเป็นคนของผมมาก พวกเขาคิดว่าผม ไม่มีเงินเรียน ทั้งๆ ที่ผมเองเรียนในรั้วโรงเรียนในระบบมาตลอด ทั้งภาคบังคับมาตั้งแต่ อนุบาล ยันม.3 ที่หลุดจากระบบ (ส่วนอา อธิบายให้คนอื่นฟังแล้ว พวกเขาก็ยังจะล้ออยู่)

จนผมเครียด ระเบิดออกมา ตอนอายุ 19 ผมป่วยเป็นฮิคิโคโมริ ไม่กล้าทำงาน หาเงิน ไม่กล้าออกไปพบเจอใคร

ผมเองอายุ 19 20-21 -22 ก็ไม่ได้เข้ามหาลัย เพราะผมรู้สึกว่าผมไม่มีหน้า ไปมองเพื่อนรุ่นเดียวกันในมหาวิทยาลัยได้เพราะผมรู้สึกว่าถูกดูถูกเหยียดหยาม


แล้วอายุ 23 24 25 26 27 28 ผมถึงได้มารักษาเอาจริงๆจังๆ พ่อแม่กลับมาแล้วลากผมไปอยู่ด้วย

ผมมาเริ่มเรียนหนังสือตอนอายุ  29 หมายถึงว่าเรียนปริญญาตรีนะครับ

แล้วก็จบวุฒิครูตอนอายุ 32 ปี

สอบบรรจุ แล้วได้ขึ้นบัญชีเป็นครูตอนอายุ 35 ปี

แล้วก็ทำงานมาเรื่อยๆ

ในระหว่างนั้น ผมรู้สึกว่าผมเรียนช้ากว่าคนอื่นแล้วก็เริ่มเช้ากับคนอื่นในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันก็ตั้งตัวกันได้แล้วก็มีเงินเก็บกันทั้งนั้นแล้ว

ลูกของอาหรือว่าญาติๆเขาก็จะเอาผมไปเปรียบเทียบกับลูกของเขาว่าได้ไปข้าราชการเงินเดือนเยอะกว่าผม

ตอนช่วงอายุ 36 37 38 39 ผมไปลงเรียนนิติศาสตร์ ภาคนอกเวลาราชการ ของจุฬาลงกรณ์

ผมก็มีเป็นปริญญาตรี 2 ใบ

แล้วตอนนี้ผมอายุ 40 ย่าง 41
มีความคิดว่าอยากจะลาหยุดราชการ 2 ปีไปเรียนต่อป.โทที่ต่างประเทศ
แล้วค่อยกลับมาชดใช้เวลางานราชการอีก 2 ปี

แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปเรียนต่อป. เอกที่ต่างประเทศด้วย

แล้วถ้ามีโอกาสอีกผมก็อยากมีความฝันว่าตัวเองจะสามารถเอาความรู้นี้ไปเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศได้ไหมนะในฐานะคนไทยคนหนึ่ง


ผมอยากถามว่าชีวิตผมตอนนี้มันล้มเหลวไหม


ผมพึ่งมามีเงินเดือนตอนอายุ 35 เอง

ตอนที่ผมป่วยเป็นที่ฮิโคโมริ พร้อมอาศัยด้วยการใช้เงินที่เคยทำงานกับญาติ
แล้วตอนหลังเงินหมดผมก็ไปขอพ่อกับแม่ มาตลอดเลยอยู่เกือบๆ 10 ปีเลยล่ะ คือแบมือขอเงินพ่อแม่เพราะผมไม่กล้าที่จะออกไปข้างนอก


ผมอาจจะอธิบายความเจ็บปวดของตัวเองตอนที่เจอตอนอายุ 16 17 18 ไม่ได้ดีนะ

บางคนอาจจะอ่านตอนนี้อาจจะบอกว่าผมอ่อนแอทำไมแค่นี้คิดไม่ได้ มีคนที่เขาเจอหนักกว่าตัวเองตั้งเยอะ

แต่คิดดูนะครับผมในฐานะเด็กเยาวชนสมัยนั้น อยู่ดีๆกระโจนผมให้ไปเจอโลกแห่งความเป็นจริง แล้วมีคนตัดสินผมแล้วมองผมเหมือนว่าเป็นสัตว์ตัวหนึ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ให้เด็กคนหนึ่งเด็กผู้ชายที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและพวกเขาก็มองเหมือนกับขอทาน

ตอนนี้ผมอายุเกือบๆจะ 41 แล้ว

ผมไม่มีรถเพราะว่าอาศัยขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงานแทน

เพราะว่าอยากจะเก็บเงินอันนี้ไปเรียนต่อปโท

บ้านผมไม่มีมีแต่บ้านที่พ่อแม่ผ่อนอยู่แล้วผมผ่อนต่อจากเขาอีกไม่นานก็คงหมด
บ้านเก่าแล้วแต่ว่าก็เป็นบ้านที่ผมเติบโตมาที่พ่อแม่รักษาเอาไว้ไม่ให้โดนธนาคารยึด

ส่วนผมไม่ได้แต่งงานไม่ได้มีลูก

แล้วก็เงินที่ผมเคยขอพ่อแม่ปัจจุบันตั้งแต่ผมได้บรรจุตอนอายุ 35 ผมก็ทยอยคืนพ่อแม่เวลาพ่อแม่เขาต้องการใช้เงินผมก็ให้พวกเขา


ทุกคนคิดว่าถ้าผมได้เจอพวกลุงป้าป้าที่โรงอาหารอีก

พวกเขาคงจะตกใจไหมที่ไม่ได้มองว่าผมเป็นเด็กขอทานหรือเป็นเด็กเกเรแต่เติบโตมาเป็นคนวัยกลางคนที่.....
ชีวิตไม่ได้ดีเท่าไหร่นักหรอกครับ แต่ว่าอย่างน้อยผมก็ไม่ถึงกับว่าไม่เป็นโล้ เป็นพาย
แต่ผมก็ใช้เวลาที่ชีวิตเป๋ไปกว่า 10 ปีเหมือนกันกว่าจะเรียนจบก็อายุ 30 กว่าๆแล้วแถมยังมีงานตอนอายุ 30 กว่าๆอีก


ผมขอถามคำเดียวแบบว่าตอบตามความจริงแบบไม่โลกสวย
คิดว่าชีวิตของผมล้มเหลวไหม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่