นี่คือการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ เบ็คกี้-รีเบคก้า อาร์มสตรอง กับการพาเราท่องไปยังจักรวาลใหม่ของซีรีส์ดัง
Girl from Nowhere: The Reset (เด็กใหม่ The Reset) ในฐานะตัวละคร “แนนโน๊ะ”
ที่ทรงพลังพลังในเรื่องราวสุดพีกทั้ง 6 ตอน ที่ทุกคนห้ามพลาด!
การพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ "เบ็คกี้-รีเบคก้า อาร์มสตรอง" กับการพาเราท่องไปยังจักรวาลใหม่ของซีรีส์ดัง Girl from Nowhere: The Reset (เด็กใหม่ The Reset) เบ็คกี้ตั้งใจชุบชีวิตตัวละครพิเศษอย่าง “แนนโน๊ะ” ให้กลับมามีพลังอีกครั้งในเรื่องราวสุดพีกทั้ง 6 ตอน ที่เธอบอกว่าสนุกและท้าทายมาก
Vogue: ตัดสินใจนานไหมในการรับบทนี้
Becky: เบคชอบมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเองเสมอ เบคเป็นคนที่อยากเก่งขึ้น แล้ววิธีเดียวที่จะทำให้เราเก่งขึ้นได้ทางการแสดงคือการออกไปหาโอกาสและเรียนรู้ไปเรื่อยๆ พอเบครู้ว่ามีแคสติ้งซีรีส์เรื่องนี้เบคก็ลองไปแคสต์เลย คนที่มาแคสติ้งเรื่องนี้มีเยอะ ไม่รู้ว่าเราจะได้ไหม แต่เมื่อโอกาสเข้ามาแล้วเบคบอกตัวเองเสมอว่าเราจะไม่ Say No กับโอกาสที่เราได้รับ ถึงเขาจะไม่เลือกเราก็ไม่เป็นไร แต่เราจะไม่ปฏิเสธโอกาสนั้น
V: ก้าวแรกของการสัมผัสตัวละคร
B: ตอนแคสติ้งก็โหดอยู่ เราเคยดูซีรีส์เรื่องนี้มาแล้ว ตอนไปแคสติ้งก็ทำการบ้าน พยายามถามพี่ๆ เขาว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง แต่เขาไม่บอกค่ะ (หัวเราะ) พอไปถึงหน้างานเขาก็ให้บทมาประมาณ 3 ปึกใหญ่ ก็จำบทตรงนั้นเลยแล้วก็แสดงในสิ่งที่เราคิดว่านี่คือการตีความของเรา หลังจากนั้นก็รอผลนานมาก จนคิดว่าเราไม่ได้แล้ว พอตอนที่รู้ว่าได้ก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ เพราะเป็นโอกาสที่ดีมาก เป็นคาแร็กเตอร์ที่เรายังไม่เคยเล่น แล้วเบคเป็นคนหน้าหวาน พี่ๆ เขาบอกว่าหน้าหนูหวานจริงแต่สายตาของหนูมีความลึกลับ ดูน่ากลัว พอได้เริ่มทำงานเราก็เวิร์กช็อปตัวละครกัน ซึ่งก็โหดมาก เพราะว่าการทำงานในแต่ละตอนไม่เหมือนกัน เรามีผู้กำกับ 6 คน 6 ตอน แต่ละคนก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันไป แต่พี่ๆ เขาเก่งทุกคน
V: ความท้าทายและการพัฒนาต่อ
B: เริ่มใหม่หมดเลยค่ะ เริ่มจากการทำเวิร์กช็อปว่าเรามองตัวละครเป็นสีอะไร ถอดตัวเบคกี้ออกไปแล้วเริ่มจากศูนย์ ก็ถือว่ายากเลยค่ะ แล้วช่วงนั้นเราเองก็ถ่ายทำอีกเรื่องหนึ่งอยู่ ซึ่งบทสดใสเลยแหละ (หัวเราะ) ดังนั้นจึงยากเพราะในบางครั้งเราก็ติดคาแร็กเตอร์ของตัวละครแนนโน๊ะไปกับเราด้วย บางวันเราก็ไปเจอแฟนคลับ ก็ต้องทำให้เขาจับไม่ได้ว่าเรากำลังจะเล่นเรื่องนี้ ถือว่าเก็บความลับได้ดีอยู่ (หัวเราะ) ช่วงแรกๆ ภาพในหัวเราอาจจะไม่ชัด ก็ค่อยๆ ทำงานกับแอ็กติ้งโค้ช จึงเริ่มเห็นว่าแนนโน๊ะในสไตล์ของเบคน่าจะไปทางคอนเซปต์ Angelic Devil คือดูจากภายนอกอาจจะเหมือนคนดี แต่ก็เป็นคนที่เดายาก ซึ่งบางทีเราใช้สิ่งนี้ในการล่อคนอื่นได้ เบคเริ่มจากไปเจอสีของเขาก่อน เป็นสีส้มกะพริบๆ วิธีหาคาแร็กเตอร์แบบนี้เป็นวิธีที่เบคไม่เคยทำมาก่อน เป็นอะไรที่ใหม่มาก เพราะฉะนั้นช่วงแรกๆ ที่เข้าไปเป็นเขาหนูจะปวดหัวเพราะเราแบกความรู้สึกหลายอย่างมาก บางทีหน้านิ่งนะแต่ข้างในคิดหลายอย่าง เขาก็มีเบื้องหลังของเขา เบคก็รีเซตใหม่หมด คิดว่าเราจะใช้ความจิตของตัวละครในการเล่นกับคนในเรื่อง ดังนั้นการเข้าหาคนในแต่ละตอนเขาก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันไป ต้องดูสถานการณ์ บางตอนก็อาจจะแอ๊บแบ๊วเข้าไป บางตอนก็จะกวนๆ หรือบางตอนก็นิ่งเข้าไปเลย แต่เนื้อเรื่องก็ยังคงซีเรียสเหมือนเดิม
V: ตอนถ่ายทำเครียดไหมที่เราต้องแบกตัวละครไปด้วยทุกที่
B: แรกๆ เครียดเพราะเรายังหาจุดชัดๆ ไม่เจอ แต่พอจูนได้เราก็เริ่มชัดขึ้น ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น
V: ตัวละครแนนโน๊ะในมุมมองของเบคกี้
B: หนูว่ามีความหวังนะ ทุกคนมีดาร์กไซด์ของตัวเอง แม้ว่าบางคนไม่พร้อมจะพูดหรือแสดงออก แต่เราทุกคนมีมุมมืดนั้น อยู่ที่ว่าเราจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ไปถึงขั้นไหน บางคนอาจจะไปถึงจุดที่กำลังจะลงมือทำอะไรบางอย่างแต่เราก็สามารถเปลี่ยนมุมมองความคิดแล้วยอมรับมุมมืดของตัวเองให้ได้ นั่นคือสิ่งที่คนจะได้เห็นในเรื่องนี้ ภาพของการนำเสนอมุมมืดของตัวละครตัวนี้ก็จะแตกต่างไปตามเนื้อเรื่องแต่ละตอนด้วย ตัวอย่างเช่น ที่หนูพูดถึงความเป็น Angelic Devil แต่เวลาแสดงก็จะไม่ได้มีแค่มิติเดียว ทุกคนอาจจะเห็นจากรูปที่ปล่อยออกมาว่าหน้าหนูจะเปลี่ยน ถ้าเรื่องมันโหดเราจะดุเลย แต่บางทีก็จะมีมุมอื่นๆ ด้วย เพราะถ้ามองตามความเป็นจริง หากคนเห็นตัวละครนี้น่ากลัวตั้งแต่แรกใครจะกล้าเข้าหา บางทีเขาก็ต้องทำตัวเฟรนด์ลี่บ้าง ดังนั้นเรื่องนี้เบคจึงทดลองแสดงเป็นแนนโน๊ะให้มีอารมณ์ที่หลากหลาย มีช่วงหนึ่งหนูออกแบบตัวละครกับแอ็กติ้งโค้ชว่าวันนี้เขาจะเป็นแมวส้มกับเสือ แมวส้มบทจะนิ่งก็นิ่ง บทจะขี้เล่นก็ขี้เล่น แต่เสือก็จะโหดเลย
ตัวอย่างซีรีส์
One Day With Becky ตามติดชีวิต 1 วันกับแนนโน๊ะคนใหม่
บทสัมภาษณ์ "เบ็คกี้ - รีเบคก้า" เกี่ยวกับการถ่ายทำ "แนนโน๊ะ" จาก Vogue Thailand
ตัวอย่างซีรีส์