"บุ๋ม ปนัดดา" เครียดหนัก! เจอแก๊งมิจฉาชีพแอบอ้างมูลนิธิ จนโดนอายัดบัญชีทุกธนาคาร




"บุ๋ม ปนัดดา" เครียดหนัก! เจอแก๊งมิจฉาชีพแอบอ้างมูลนิธิ จนโดนอายัดบัญชีทุกธนาคาร
.
บุ๋ม ปนัดดา ออกมาระบายความอัดอั้นหลังต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า เนื่องจากถูกแก๊งมิจฉาชีพนำชื่อ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ไปแอบอ้างหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินทำบุญ ก่อนจะล่อลวงเข้ากลุ่มไลน์เพื่อหลอกลงทุนจนผู้เสียหายหมดตัว
,
เมื่อมีการแจ้งความ ตำรวจจึงสั่งอายัดบัญชีธนาคารกสิกรไทยของมูลนิธิฯ แต่เรื่องลามไปถึงการ อายัดบัญชีส่วนตัวของคุณบุ๋มในทุกธนาคาร (อีก 3 แห่ง) แม้จะเป็นบัญชีเงินฝากประจำเก่าแก่ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมานานก็ตาม ทำให้คุณบุ๋มไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้เลย แม้แต่การโอนเงินเพื่อจ่ายค่าก่อสร้างสนามเด็กเล่นที่สกลนคร หรือการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
,
คุณบุ๋มตั้งคำถามถึง มาตรการของธนาคารและตำรวจ ว่าเหตุใดจึงอายัดบัญชีส่วนตัวทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน พร้อมระบุว่ากระบวนการแก้ไขยุ่งยากและต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ทั้งที่ตนเป็นผู้ถูกแอบอ้างและยินดีคืนเงินที่มิจฉาชีพหลอกโอนเข้ามา (ประมาณ 4,800 บาท) อย่างเต็มใจ โดยตอนนี้กำลังเร่งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อปลดอายัด และฝากเป็นอุทาหรณ์ถึงความลำบากของประชาชนทั่วไปที่อาจต้องเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้

#บุ๋มปนัดดา #มิจฉาชีพ #อายัดบัญชี #มูลนิธิองค์กรทำดี #ภัยสังคม #เตือนภัย









โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน กับพิษภัยที่มาพร้อมเทคโนโลยี ล่าสุดพิธีกรสาวแกร่ง บุ๋ม ปนัดดา ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ถึงกับเข่าอ่อน และเครียดจัด หลังจากถูกอายัดบัญชีของมูลนิธิฯ รวมถึงบัญชีส่วนตัวทั้งหมดทุกบัญชี


เนื่องจากถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำเลขบัญชีของมูลนิธิไปแอบอ้างเชิญชวนทำบุญเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกผู้เสียหายหมดตัว ก่อนซัดเดือดถึงขั้นตอนประสานงานกับธนคารที่ยุ่งยากมาก



โดยบุ๋มโพสต์ระบายผ่านเฟซบุ๊กว่า

“บุ๋มโดนมิจฉาชีพเล่นงาน รู้สึกเหนื่อยและเครียดมาก ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง คือบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งบุ๋มเริ่มต้นจด ได้มีมิจฉาชีพเอามูลนิธิไปหลอกคนอื่น อ้างว่าตัวเองไม่ใช่มิจฉาชีพ ไม่เชื่อบริจาคให้องค์กรมูลนิธิองค์กรทำดีได้เลย และเอาเบอร์บัญชีบุ๋มไปใส่ ผู้เสียหายเชื่อใจโอนเข้าบัญชีบุ๋ม จากนั้นก็ชวนเข้ากลุ่มไลน์ เพื่อลงทุนหรือซื้อของ ก่อนโดนสแกมเมอร์หลอกจนหมดตัว

จากนั้นผู้เสียหายก็ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ปรากฎว่าตำรวจได้อายัดเงินทุกบาทของมูลนิธิ และเนื่องจากเจ้าของบัญชีคือบุ๋ม ในฐานะประธานมูลนิธิ เขาดูตามเลขบัตรประชาชน และได้อายัดบัญชีของมูลนิธิ ซึ่งเป็นบัญชีของธนาคารกสิกรไทย ไม่สามารถเบิกถอนได้ทุกบัญชี นอกจากนี้ยังอายัดบัญชีธนาคารอื่นของบุ๋มอีก 3 ธนาคาร ทั้งธนาคารกรุงเทพ ธนาคารออมสิน และธนาคารไทยพาณิชย์

ทั้งนี้ผู้เสียหายได้ไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจแล้ว และบอกว่ามูลนิธิของบุ๋มไม่เกี่ยวข้อง และบุ๋มก็ได้แจ้งกับทางตำรวจแล้วว่ายินดีคืนเงินให้ผู้เสียหาย เพราะเงินที่ได้ไม่ถูกต้อง เราไม่เอาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ลำบากเพราะยังต้องยังโอนค่าใช้ต่าง ๆ อยู่ ทั้งค่าสนามเด็กเล่น ค่าสร้างศาลเจ้า ที่กำลังก่อสร้างของทางมูลนิธิฯ จ่ายค่าบังเกอร์  และเงินส่วนตัวที่ทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่จะซื้อข้าว ตอนนี้ชื่ออยู่ในบัญชีสีเทาเข้ม โดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ

ซึ่งขั้นตอนขอถอนอายัดนั้นซับซ้อนและยุ่งยากมาก ต้องประสานงานทั้งกับธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขนาดบุ๋มเป็นคนมีชื่อเสียงยังลำบากขนาดมาก หากเกิดขึ้นกับตาสี ตาสา ชาวบ้านธรรมตา จะทำยังไง



ก่อนระบายความอัดอั้นตันใจต่อไปอีกว่า

”เจ้าหน้าที่ต้องไปจับผู้ร้าย ไม่ใช่มาจับบุ๋ม หรือมาทำให้ลำบากแบบนี้ หรือจะอายัดก็ควรอายัดแค่บัญชีมูลนิธิ ไม่ใช่ลามมายังบัญชีส่วนตัวธนาคารอื่นแบบนี้

ผู้เสียหายได้มีความไปแจ้งความที่ สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ด้วยยอดเงินในตอนแรกที่โอนเข้าบัญชี ในนามองค์กรทำดี ประมาณสี่พันกว่าบาท โชคดีที่ผู้กำกับที่ สภ. รู้จักการทำงานของบุ๋มอยู่แล้วเลยไม่ได้ต้องไปและให้ข้อมูลมาช่วยได้มาก ๆ แต่ที่เป็นปัญหาคือธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มีความยุ่งยากมาก ๆ ในการประสานงาน

โดยเฉพาะหลักฐานทางการเงินทั้งหมด ซึ่งปีนึงบุ๋มทำงานกี่สิบล้าน ต้องหามาเพื่อเคลียร์เงินที่อายัดสี่พันกว่าบาทตั้งแต่แรกนี่เหรอ แล้วธนาคารไทยพาณิชย์เกี่ยวอะไรก่อนเพราะบัญชีมูลนิธิ อยู่กับธนาคารกสิกรไทย ตอนนี้เดือดร้อนมากจริงๆ“



คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่