ผมชอบดื่มชาเครื่องเทศอินเดีย ทุกครั้งที่ไปเที่ยวอินเดีย หรือกินอาหารอินเดียต้องสั่งชาเครื่องเทศมาดื่มตบท้ายเสมอ มันช่วยไล่ลม ย่อยอาหาร ดับกลิ่นปาก เครื่องเทศพวกนี้เป็นสมุนไพรดีต่อสุขภาพที่สำคัญทำให้อิ่มแน่นขึ้น เพราะเป็นชานม ผมผูกพันกับชาอินเดียมากว่า 40 ปีตั้งแต่ครั้งที่ผมตัดสินใจเลือกเรียนต่อวิชาปรัชญาที่นั่น มันเป็นเพื่อนผมยามดึกดื่นสองสามยามคร่ำเคร่งกับหนังสือกองโต ทั้งนี้ก็เพื่อออกมาค้นหาอ่านใจตัวเอง เข้าใจใจของผู้อื่น ผมดื่มใจทุกเช้า สาย บ่าย เย็น รอบดึก หลังอาหาร ถกปัญหากับเพื่อนเราก็สั่งใจมาดื่มกันเพื่อแน่ใจว่าผมทำทุกอย่างเพื่อเข้าใจใจของมนุษย์จริงๆ ดื่มให้มันเข้าไปอยู่ในสายเลือด หล่อเลี้ยงทั่วกาย แต่ก็ยังไม่เข้าใจใจตัวเองอยู่ดี อยู่กับตัวเองแท้แท้ แต่ไม่เข้าใจ
ชาอินเดียหรือ masala chai หรือเรียกสั้นๆว่า ใจ(jai, chai) มีกลิ่นและรสชาติซับซ้อนเสมือนใจของคน ยืนยันได้จากคนเดินขายชาตามสถานีรถไฟในอินเดียทั่วไป ร้องขายเสียงสูง "ใจเลย" รัวๆๆๆๆๆ เดินเร็วจนบางครั้งผมก็เรียกใจกลับคืนมาดื่มไม่ทัน ใจคนเรามักไปเร็ว เลยไปจนสติเราจับไม่ทัน คิดฟุ้งซ่าน โมหะ โลภะ ราคะ ผมมาคิดได้ตอนหลังนี้เองว่าคนขายชาสอนปรัชญาดีกว่านั่งเรียนในห้อง อ่านหนังสือถึงดึกดื่นตั้งเยอะ กว่าจะเข้าใจชีวิตก็มาซะล่าเลยใจ(masala chai) เอาเข้าจริงๆ ผมคิดว่าผมเริ่มเข้าใจชีวิตที่ผ่านมาก็ตอนที่อยู่สันโดษยามปัจฉิมวัยนี้เองนั่งคุย นอนคุยกับใจตนเอง ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ให้เวลากับใจได้เปิดใจคุยกับเราบ้าง ที่ผ่านมาไม่เคยว่างให้กับใจตัวเองเลย เสาะแสวงหาจากภายนอกล้วนๆ จนใจเราเองถูกบดบังหม่นหมอง
มาชง masala chai กันดีกว่า ตาแก่ขี้บ่น
ส่วนประกอบหลักมีแค่สามส่วนคือ
ชาดำ 1.5 ช้อนชา
น้ำดื่ม 1.5 ถ้วย
นมสด 1 ถ้วย
ผงเครื่องเทศที่เตรียมไว้ 1/4 ช้อนชา
ส่วนผสมเครื่องเทศแห้ง (กะๆ เอาก็ได้ ดื่มใจก็เหมือนอ่านใจเอาแน่นอนไม่ได้ คาดเดาเยอะ)
ขิงแห้งผง 30กรัม
พริกไทดำ 20 กรัม
กระวานเทศเขียว 40 กรัม
กานพลู 20 กรัม
โป๊ยกั๊ก 20 กรัม
ลูกจันทร์เทศ 0.5 ลูก
เทียนข้าวเปลือก 10 กรัม
ใบตะไคร้แห้ง 10 กรัม
เม็ดกระเพรา แห้ง10 ช่อ
กระวานดำ 3 ลูก
ใบมินทร์ 30 ใบ
ดอกกุหลาบป่าแห้ง 5-6 ดอก
หญ้าฝรั่น 4-5 เส้น (อย่าใส่เลยเเพงเกิน เก็บเงินไว้ซื้อทองดีกว่า)
เอาส่วนผสมทั้งหมด(ยกเว้นหญ้าฝรั่น กุหลาบป่าแห้ง)ไปรวนในกระทะพอร้อนเปิดทวารน้ำมันหอมระเหยจากเครื่องเทศออกมาให้เป็นอิสระ เอาส่วนผสมทั้งหมดปั่นให้ละเอียดเป็นผงเก็บไว้ใช้ได้หลายครา
วิธีการชง
ต้มน้ำดื่มหนึ่งถ้วย ตามด้วยชาดำผง ใช้ไฟกลางอ่อนจนน้ำเดือดสกัดสีของชาเป็นสีน้ำตาลเข็ม
เติมผงเครื่องเทศแห้ง
เติมนมตามลงไปติดๆ
ใช้ไม้พายกวนตลอดไม่ให้เครื่องเทศไหม้ตะกอนนอนก้นหม้อ กวนไปฮัมเพลงอินตระเดียไปสัก 5นาทีจะได้กลิ่นชาเครื่องเทศจรุงนาสิก แค่นี้เอง ใจก็พร้อม อย่าลืมปิดแก๊ส
ตักใจเทผ่านช้อนกรองลงถ้วย ใจเราเองก็ต้องกลั่นกรอง พร้อมเสริฟร่วมกับขนมกรุ้บกรอบประคองลิ้นชุ่มฉ่ำใจ
สูตรนี้เป็นหัวเชื้อสารตั้งต้นเอาไปปรับแต่งได้อีกหลายอย่างเช่น ชาเย็น เค็กชา สังขยา ผสมโยเกร์ตปั่นเป็นลัสซี่ฉ่ำคอ
Masala chai มีกลิ่นและรสชาติซับซ้อนกว่าชานมทั่วไป อยากได้รสเผ็ดจากขิงก็เพิ่มเติมเอา เห็นลูกสาวสั่งชานมมาดื่มถ้วยละ 150 บาท จะเป็นลมเอา พ่อเขาคงรวย แต่พ่อผมจนเลยต้องทำเองตกถ้วยหนึ่งไม่ถึง 20 บาท

น้ำดื่ม นม ชาดำ ขิงผงเพิ่มเติม
ต้มจนมีสีชาเข้ม เติมกุหลาบป่าแห้งสัก 5-6ดอก ถ้ามี
เติมผงมเครื่องเทศสัก1/4ช้อนชาก็พอ ต้มต่อสกัดกลิ่นเครื่องเทศออกมา
เติมนมแล้วต้มต่อจนเดือดพล่านต่อสัก 2-3 นาทีอย่าเหม่อนมจะล้น
ตักเทผ่านช้อนกรอง
บรรจงใส่หญ้าฝรั่นสัก4-5 เส้น อย่าใส่เยอะของแพงปานทอง
แค่นี้เสร็จพร้อมเสริฟในวันตรุษจีนด้วยชาอินเดีย คอนทรัสกันดี โอ๋ใจนะใจ อย่ามาซะล่านะใจ
ใจเลย... ใจเลย มาซะล่าใจ(masala jai)
ชาอินเดียหรือ masala chai หรือเรียกสั้นๆว่า ใจ(jai, chai) มีกลิ่นและรสชาติซับซ้อนเสมือนใจของคน ยืนยันได้จากคนเดินขายชาตามสถานีรถไฟในอินเดียทั่วไป ร้องขายเสียงสูง "ใจเลย" รัวๆๆๆๆๆ เดินเร็วจนบางครั้งผมก็เรียกใจกลับคืนมาดื่มไม่ทัน ใจคนเรามักไปเร็ว เลยไปจนสติเราจับไม่ทัน คิดฟุ้งซ่าน โมหะ โลภะ ราคะ ผมมาคิดได้ตอนหลังนี้เองว่าคนขายชาสอนปรัชญาดีกว่านั่งเรียนในห้อง อ่านหนังสือถึงดึกดื่นตั้งเยอะ กว่าจะเข้าใจชีวิตก็มาซะล่าเลยใจ(masala chai) เอาเข้าจริงๆ ผมคิดว่าผมเริ่มเข้าใจชีวิตที่ผ่านมาก็ตอนที่อยู่สันโดษยามปัจฉิมวัยนี้เองนั่งคุย นอนคุยกับใจตนเอง ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ให้เวลากับใจได้เปิดใจคุยกับเราบ้าง ที่ผ่านมาไม่เคยว่างให้กับใจตัวเองเลย เสาะแสวงหาจากภายนอกล้วนๆ จนใจเราเองถูกบดบังหม่นหมอง
มาชง masala chai กันดีกว่า ตาแก่ขี้บ่น
ส่วนประกอบหลักมีแค่สามส่วนคือ
ชาดำ 1.5 ช้อนชา
น้ำดื่ม 1.5 ถ้วย
นมสด 1 ถ้วย
ผงเครื่องเทศที่เตรียมไว้ 1/4 ช้อนชา
ส่วนผสมเครื่องเทศแห้ง (กะๆ เอาก็ได้ ดื่มใจก็เหมือนอ่านใจเอาแน่นอนไม่ได้ คาดเดาเยอะ)
ขิงแห้งผง 30กรัม
พริกไทดำ 20 กรัม
กระวานเทศเขียว 40 กรัม
กานพลู 20 กรัม
โป๊ยกั๊ก 20 กรัม
ลูกจันทร์เทศ 0.5 ลูก
เทียนข้าวเปลือก 10 กรัม
ใบตะไคร้แห้ง 10 กรัม
เม็ดกระเพรา แห้ง10 ช่อ
กระวานดำ 3 ลูก
ใบมินทร์ 30 ใบ
ดอกกุหลาบป่าแห้ง 5-6 ดอก
หญ้าฝรั่น 4-5 เส้น (อย่าใส่เลยเเพงเกิน เก็บเงินไว้ซื้อทองดีกว่า)
เอาส่วนผสมทั้งหมด(ยกเว้นหญ้าฝรั่น กุหลาบป่าแห้ง)ไปรวนในกระทะพอร้อนเปิดทวารน้ำมันหอมระเหยจากเครื่องเทศออกมาให้เป็นอิสระ เอาส่วนผสมทั้งหมดปั่นให้ละเอียดเป็นผงเก็บไว้ใช้ได้หลายครา
วิธีการชง
ต้มน้ำดื่มหนึ่งถ้วย ตามด้วยชาดำผง ใช้ไฟกลางอ่อนจนน้ำเดือดสกัดสีของชาเป็นสีน้ำตาลเข็ม
เติมผงเครื่องเทศแห้ง
เติมนมตามลงไปติดๆ
ใช้ไม้พายกวนตลอดไม่ให้เครื่องเทศไหม้ตะกอนนอนก้นหม้อ กวนไปฮัมเพลงอินตระเดียไปสัก 5นาทีจะได้กลิ่นชาเครื่องเทศจรุงนาสิก แค่นี้เอง ใจก็พร้อม อย่าลืมปิดแก๊ส
ตักใจเทผ่านช้อนกรองลงถ้วย ใจเราเองก็ต้องกลั่นกรอง พร้อมเสริฟร่วมกับขนมกรุ้บกรอบประคองลิ้นชุ่มฉ่ำใจ
สูตรนี้เป็นหัวเชื้อสารตั้งต้นเอาไปปรับแต่งได้อีกหลายอย่างเช่น ชาเย็น เค็กชา สังขยา ผสมโยเกร์ตปั่นเป็นลัสซี่ฉ่ำคอ
Masala chai มีกลิ่นและรสชาติซับซ้อนกว่าชานมทั่วไป อยากได้รสเผ็ดจากขิงก็เพิ่มเติมเอา เห็นลูกสาวสั่งชานมมาดื่มถ้วยละ 150 บาท จะเป็นลมเอา พ่อเขาคงรวย แต่พ่อผมจนเลยต้องทำเองตกถ้วยหนึ่งไม่ถึง 20 บาท
น้ำดื่ม นม ชาดำ ขิงผงเพิ่มเติม
ต้มจนมีสีชาเข้ม เติมกุหลาบป่าแห้งสัก 5-6ดอก ถ้ามี
เติมผงมเครื่องเทศสัก1/4ช้อนชาก็พอ ต้มต่อสกัดกลิ่นเครื่องเทศออกมา
เติมนมแล้วต้มต่อจนเดือดพล่านต่อสัก 2-3 นาทีอย่าเหม่อนมจะล้น
ตักเทผ่านช้อนกรอง
บรรจงใส่หญ้าฝรั่นสัก4-5 เส้น อย่าใส่เยอะของแพงปานทอง
แค่นี้เสร็จพร้อมเสริฟในวันตรุษจีนด้วยชาอินเดีย คอนทรัสกันดี โอ๋ใจนะใจ อย่ามาซะล่านะใจ