การดูดวงฉบับนับเศษนี้ เป็นตำราของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่ขึ้นชื่อว่าทำนายได้แม่นยำมาก ว่ากันว่าหากผู้ใดประสงค์นำบุตรชายมาถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ก็จะต้องนับเลขวัน เดือน ปีก่อน ผู้ที่ตกเศษ 8 จะรับพิจารณาเข้ามาเลี้ยงดูทันที แต่หากตกเศษ 7 ให้เอาตัวกลับไปทันที
หม่อมหลวงเนื่องกล่าวว่า ได้พบเจอคนตกเศษ 7 มาหลายคนแล้ว และไม่ผิดคาดอย่างตำราว่าไว้ อย่างไรก็ตาม การดูดวงฉบับนับเศษนี้มิใช่เพื่อหวังประโยชน์โชคลาภเงินทอง เพียงแต่ดูดวงชะตาพื้นฐานของคนนั้นว่าชีวิตดีหรือไม่ รวยหรือจนไปชั่วชีวิต หรือดูให้รู้ว่าต้องให้ระวังตนอย่าประมาท
วิธีการนับเลขมีดังนี้
นำเลขปี เลขเดือน เลขวัน ตามตารางด้านล่าง มาบวกกัน แล้วลบออกทีละ 10 เหลือเท่าใดก็เป็นเศษเท่านั้น เช่น ปีกุน ได้เลข 12 เดือน พฤศจิกายน ได้เลข 12 วันเสาร์ได้เลข 7
12+12+7 = 31 เมื่อลบออกทีละ 10 ตามท่านว่า จึงเหลือ 21 11 และ 1 ตามลำดับ ดังนั้น ตกเศษ 1
สำหรับคนที่รวมแล้วได้ 10 20 หรือ 30 เช่น คนเกิดปี ชวด (ได้เลข 1) เดือนมกราคม (ได้เลข 2) วันเสาร์ (ได้เลข 7) จึงได้ 1+2+7=10 เมื่อลบออกทีละ 10 ได้ผลลัพธ์คือ 0 จึงตกเศษ 0 แต่ตำราท่านไม่ได้ทำนายคนตกเศษ 0 เพราะทำนายตั้งแต่ 1-10 เมื่อตำราไม่ได้ทำนาย เศษ 0 ไว้ และหม่อมหลวงเนื่องก็ไม่ได้อธิบายเช่นกัน จึงเข้าใจได้ว่า เมื่อคำนวนถึงเลข 10 แล้ว อาจจะยึดเอาเลขนั้นเป็นเลขตกเศษเลยเสียกระมัง และตามตำราท่านทำนายเลขตกเศษของแต่ละคน ดังนี้
ดูดวงฉบับนับเศษ
เศษ 1 เสาเรือนไฟไหม้ ชะตาร้ายทั้งชายหญิง
ไร้เรือนที่พึ่งพิง ที่พึ่งพักสำนักเนา
จะร่อนเร่ระเหระหน เร่งเจียมตนอย่าดูเบา
เพราะว่าชะตาเรา โทษประกอบจึงเกิดกรรม
เศษ 2 จะครองไข้ มีโรคภัยสิงประจำ
หยูกยาจะหาทำ บ่ถูกแท้จนแก่ตาย
เศษ 3 ความสบาย มีข้าควายและเกวียนวัว
พอสมสกุลตัว เท่าที่ทายสถานกลาง
เศษ 4 มีข้าครอก อเนกนอกคนานาง
อุปถัมภ์ล้วนสำอาง บ่ไข้ชุกบ่ทุกข์เป็น
เศษ 5 ชะตากลับ ทุนทรัพย์จะแสนเข็ญ
ภายหลังชะตาเป็น ทุนทรัพย์นับอนันต์
เศษ 6 จะยกญาติ เป็นเชื้อชาติประเสริฐสรรค์
เงินตรายศถาพลัน ทุนทรัพย์ลำดับมี
เศษ 7 นั้นผ้าขาด จะนุ่งห่มก็เต็มที
ภัตราย่อมราคี ระคายคับทั้งทรัพย์สิน
เศษ 8 จะเปรื่องยศ จะปรากฏในแผ่นดิน
ทรัพย์ศฤงคารสถานถิ่น ทั้งอำนาจและวาสนา
เศษ 9 กินข้าวกลางตลาด เสมอชาติสุนัขา
ถึงจะมีวาสนา ต้องประกอบทำงานการ
เปรียบตระกูลวณิพก ถึงต่ำตกก็บ่นาน
ดั่งนักเลงสุราบาน พอขวนขวายใส่ท้องตน
เศษ 10 ดังนกแขกเต้า ทำรวงรังไว้บังฝน
แสวงดีย่อมมีผล อย่าคลุกเคล้ากับเหล่าพาล
เหมือนปักษีอันมีปีก รู้หลบหลีกธนูพราน
ถ้าประมาทจะเสียการ ถึงชอกช้ำระกำกาย
หม่อมหลวงเนื่องอธิบายว่าการ “ดูดวง” เช่นนี้ เป็นเพียงการทำนายพื้นฐานดวง มิใช่การทำนายทุกข์ หาเคราะห์ร้าย เคราะห์ดี หรือหาโชคหาชัย แต่ท่านเองก็ยอมรับว่าการนับเศษเลขนี้แม่นนัก คนรอบข้างท่านก็มีชีวิตไปตามพื้นดวงนั้น ๆ ไม่ผิดตามคำทำนายเลย
เมื่อดูดวงชะตาตนเองเสร็จแล้วก็อย่าได้วิตกหรือลำพองไปนัก ดวงก็เป็นเพียงศาสตร์ทำนายชีวิตแขนงหนึ่ง สิ่งที่จะกำหนดชีวิตของเราอย่างแท้จริงและเห็นเป็นรูปธรรมมิใช่ดวงชะตาหรือเวรกรรมนำพาแต่ชาติปางก่อน แต่คือตัวของเรานั่นเอง
ที่มา
ดูสนุกๆนะ อย่าซีเรียส ดูตัวเองก็ได้ ; ดูดวงชะตาตนเอง ฉบับ “นับเศษ” ของรัชกาลที่ 4 ฮิตมากจนสตรีชาววังนับเป็นกันทุกคน
หม่อมหลวงเนื่องกล่าวว่า ได้พบเจอคนตกเศษ 7 มาหลายคนแล้ว และไม่ผิดคาดอย่างตำราว่าไว้ อย่างไรก็ตาม การดูดวงฉบับนับเศษนี้มิใช่เพื่อหวังประโยชน์โชคลาภเงินทอง เพียงแต่ดูดวงชะตาพื้นฐานของคนนั้นว่าชีวิตดีหรือไม่ รวยหรือจนไปชั่วชีวิต หรือดูให้รู้ว่าต้องให้ระวังตนอย่าประมาท
วิธีการนับเลขมีดังนี้
นำเลขปี เลขเดือน เลขวัน ตามตารางด้านล่าง มาบวกกัน แล้วลบออกทีละ 10 เหลือเท่าใดก็เป็นเศษเท่านั้น เช่น ปีกุน ได้เลข 12 เดือน พฤศจิกายน ได้เลข 12 วันเสาร์ได้เลข 7
12+12+7 = 31 เมื่อลบออกทีละ 10 ตามท่านว่า จึงเหลือ 21 11 และ 1 ตามลำดับ ดังนั้น ตกเศษ 1
สำหรับคนที่รวมแล้วได้ 10 20 หรือ 30 เช่น คนเกิดปี ชวด (ได้เลข 1) เดือนมกราคม (ได้เลข 2) วันเสาร์ (ได้เลข 7) จึงได้ 1+2+7=10 เมื่อลบออกทีละ 10 ได้ผลลัพธ์คือ 0 จึงตกเศษ 0 แต่ตำราท่านไม่ได้ทำนายคนตกเศษ 0 เพราะทำนายตั้งแต่ 1-10 เมื่อตำราไม่ได้ทำนาย เศษ 0 ไว้ และหม่อมหลวงเนื่องก็ไม่ได้อธิบายเช่นกัน จึงเข้าใจได้ว่า เมื่อคำนวนถึงเลข 10 แล้ว อาจจะยึดเอาเลขนั้นเป็นเลขตกเศษเลยเสียกระมัง และตามตำราท่านทำนายเลขตกเศษของแต่ละคน ดังนี้
ดูดวงฉบับนับเศษ
เศษ 1 เสาเรือนไฟไหม้ ชะตาร้ายทั้งชายหญิง
ไร้เรือนที่พึ่งพิง ที่พึ่งพักสำนักเนา
จะร่อนเร่ระเหระหน เร่งเจียมตนอย่าดูเบา
เพราะว่าชะตาเรา โทษประกอบจึงเกิดกรรม
เศษ 2 จะครองไข้ มีโรคภัยสิงประจำ
หยูกยาจะหาทำ บ่ถูกแท้จนแก่ตาย
เศษ 3 ความสบาย มีข้าควายและเกวียนวัว
พอสมสกุลตัว เท่าที่ทายสถานกลาง
เศษ 4 มีข้าครอก อเนกนอกคนานาง
อุปถัมภ์ล้วนสำอาง บ่ไข้ชุกบ่ทุกข์เป็น
เศษ 5 ชะตากลับ ทุนทรัพย์จะแสนเข็ญ
ภายหลังชะตาเป็น ทุนทรัพย์นับอนันต์
เศษ 6 จะยกญาติ เป็นเชื้อชาติประเสริฐสรรค์
เงินตรายศถาพลัน ทุนทรัพย์ลำดับมี
เศษ 7 นั้นผ้าขาด จะนุ่งห่มก็เต็มที
ภัตราย่อมราคี ระคายคับทั้งทรัพย์สิน
เศษ 8 จะเปรื่องยศ จะปรากฏในแผ่นดิน
ทรัพย์ศฤงคารสถานถิ่น ทั้งอำนาจและวาสนา
เศษ 9 กินข้าวกลางตลาด เสมอชาติสุนัขา
ถึงจะมีวาสนา ต้องประกอบทำงานการ
เปรียบตระกูลวณิพก ถึงต่ำตกก็บ่นาน
ดั่งนักเลงสุราบาน พอขวนขวายใส่ท้องตน
เศษ 10 ดังนกแขกเต้า ทำรวงรังไว้บังฝน
แสวงดีย่อมมีผล อย่าคลุกเคล้ากับเหล่าพาล
เหมือนปักษีอันมีปีก รู้หลบหลีกธนูพราน
ถ้าประมาทจะเสียการ ถึงชอกช้ำระกำกาย
หม่อมหลวงเนื่องอธิบายว่าการ “ดูดวง” เช่นนี้ เป็นเพียงการทำนายพื้นฐานดวง มิใช่การทำนายทุกข์ หาเคราะห์ร้าย เคราะห์ดี หรือหาโชคหาชัย แต่ท่านเองก็ยอมรับว่าการนับเศษเลขนี้แม่นนัก คนรอบข้างท่านก็มีชีวิตไปตามพื้นดวงนั้น ๆ ไม่ผิดตามคำทำนายเลย
เมื่อดูดวงชะตาตนเองเสร็จแล้วก็อย่าได้วิตกหรือลำพองไปนัก ดวงก็เป็นเพียงศาสตร์ทำนายชีวิตแขนงหนึ่ง สิ่งที่จะกำหนดชีวิตของเราอย่างแท้จริงและเห็นเป็นรูปธรรมมิใช่ดวงชะตาหรือเวรกรรมนำพาแต่ชาติปางก่อน แต่คือตัวของเรานั่นเอง
ที่มา