‘อีก 5 นาทีถึง!’ ที่ไม่มีอยู่จริง ชวนหาคำตอบว่า ทำไมบางคน ถึงมัก ‘ไปสาย’ และไม่เคยตรงเวลา!
.
“อีก 5 นาทีถึง” ประโยคสุดคลาสสิกที่หลายคนพูดตั้งแต่ ‘ยังอาบน้ำ’ อยู่ ประโยคสั้นๆ แต่อาจสร้างความหงุดหงิดให้ผู้ที่รอ และยังชวนให้เกิดคำถามว่า ในขณะที่บางคนยึดถือความตรงต่อเวลา ทำไมคนอีกกลุ่มถึง ‘มาสาย’ อยู่เสมอ?
.
ในอดีตงานวิจัยอาจจะยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า การมาสายบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของนิสัย (เสีย) หรือความไม่เกรงใจ แต่มันคือการทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อนของจิตวิทยา ที่ผลักดันให้คนเรามี ‘จังหวะเวลา’ ที่ไม่เท่ากันโดยไม่รู้ตัว
นักจิตวิทยาอย่าง แดเนียล คาห์เนแมน (Daniel Kahneman) และ อามอส ทเวอร์สกี (Amos Tversky) ค้นพบสิ่งที่เรียกว่า ‘The Planning Fallacy’ หรือความผิดพลาดในการวางแผน ซึ่งคือแนวโน้มที่คนเรามักจะประเมินเวลาในการทำภารกิจต่ำกว่าความเป็นจริง แม้จะเป็นงานที่เคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม
.
สิ่งที่เกิดจากความเชื่อที่ว่าแผนการของเราจะดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ได้เผื่อใจให้กับอุปสรรคต่างๆ นานา นอกจากนี้ คนกลุ่มนี้ยังมักคิดเอาเองว่าตนเองมีความสามารถในการ ‘เร่งความเร็ว’ ในแต่ละขั้นตอนได้ตามใจชอบ ผลที่ตามมาคือพวกเขาเหลือช่องว่างสำหรับความล่าช้าน้อยเกินไป
.
นอกจากเรื่องการวางแผน บุคลิกภาพเฉพาะตัวก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะลักษณะนิสัยที่เรียกว่า ‘ความละเอียดรอบคอบต่ำ’ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการขาดระเบียบวินัย และการตรวจสอบเวลาที่ด้อยประสิทธิภาพ ทำให้คนกลุ่มนี้ยากที่จะทำตามกำหนดการที่วางไว้ได้สำเร็จ
.
อีกกลุ่มที่น่าสนใจ คือพวกที่ชอบทำหลายอย่างพร้อมกัน เพราะเขามักให้คุณค่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามากกว่า และงานวิจัยยังระบุว่าคนที่มีสไตล์แบบนี้ มีแนวโน้มจะไปสายกว่าเวลานัดเฉลี่ยถึง 15 นาที เมื่อเทียบกับคนที่โฟกัสการทำงานทีละอย่าง
.
หรือสำหรับบางคน การมาสายอาจฝังลึกอยู่ในระดับชีววิทยา โดยมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ความผิดเพี้ยนของนาฬิกาชีวภาพ’ อุปสรรคของเหล่ามนุษย์นกฮูก (Night Owls) ที่มีวงจรการหลับและการตื่นช้ากว่าคนทั่วไป ในช่วงเวลาเช้าฮอร์โมนความตื่นตัวของกลุ่มคนเหล่านี้จะยังหลั่งออกมาไม่เต็มที่ ทำให้สมองต้องใช้เวลา ‘บูสต์เครื่อง’ นานกว่าปกติ ความรีบเร่งในภาวะเฉื่อยชาจึงมักจบลงด้วยการมาสายเสมอ
.
นอกจากประเด็นนาฬิกาชีวิตแล้ว ยังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘อาการตาบอดทางเวลา’ พบบ่อยในกลุ่ม ADHD ทำให้คนเราสูญเสียความสามารถในการวัดระยะเวลาที่ผ่านไป หรืออาจจมดิ่งลงไปในกิจกรรมหนึ่ง จนเวลาที่เหลือหายไปทั้งหมด
.
สำหรับใครที่อยากจะปรับพฤติกรรม ‘มาสายเรื้อรัง’ เหล่านี้ เราสามารถทำได้โดยใช้วิธีการที่จริงจัง มากกว่าแค่การสัญญากับตัวเองว่าจะไม่สายอีก ไม่ว่าจะเป็น
.
1 - ลองใช้กฎการคูณสอง ถ้าหากประเมินแล้วว่าเราจะใช้เวลาเดินทาง 10 นาที ให้ลงตารางไว้ 20 นาที เพื่อเป็นช่องวางไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
.
2 - ลองสวมนาฬิกาข้อมือ หรือใช้นาฬิกาแบบเข็มวางไว้รอบตัว จะช่วยให้สมองรับรู้การเคลื่อนที่ของเวลาได้ดีกว่าตัวเลขดิจิทัล
.
3 - เตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อลดภาระในตอนเช้า เช่น การเตรียมเสื้อผ้า กระเป๋า หรือสิ่งของจำเป็นอื่นๆ
.
4 - และถ้าหากเรารู้ตัวว่าเป็นคนประเภทนกฮูก ลองหางานที่มีตารางเวลายืดหยุ่นหรือเข้ากับจังหวะชีวิตตัวเอง อาจเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า
.
ที่มา : BrandThink
‘อีก 5 นาทีถึง!’ ที่ไม่มีอยู่จริง ทำไมบางคน ถึงมัก ‘ไปสาย’ และไม่เคยตรงเวลา!