เกมเศรษฐี คือเกมที่เราต้องเล่นเพื่อทำอย่างไรก็ได้ ให้
คนอื่นล้มละลาย จนเราชนะไป
https://www.facebook.com/share/p/1DcQaLAQvd/?mibextid=wwXIfr
การทำแบบนั้นได้ เราต้องซื้อที่ดิน สร้างบ้านหรือโรงแรม เพื่อเก็บค่าเช่าจากเพื่อนที่เดินตกลงในช่องนั้น (ที่ดินของเรา) พร้อมกับการที่เราต้องบริหารเงินสดที่ตัวเองมีอยู่ให้ดี ๆ ด้วย
ซึ่งจริง ๆ แล้ว นี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของทุกคน
ที่เรากำลังเดินตกลงในช่องต่าง ๆ แล้วต้องควักเงินจ่ายออกมาในแต่ละครั้ง
เราจ่ายเงินให้ Netflix เมื่อตกช่องธุรกิจสตรีมมิง
เราจ่ายเงินให้ YouTube (Google) เมื่อตกช่องธุรกิจบันเทิง
เราจ่ายเงินให้ Spotify เมื่อตกช่องธุรกิจฟังเพลง
เราจ่ายเงินให้ Facebook (Meta) เมื่อตกช่องธุรกิจโฆษณา
และเราอาจจ่ายเงินให้ Gemini (Google) เมื่อตกในช่องธุรกิจแช็ตบอต AI
ดังนั้น เราเลยอาจพูดได้ว่า กำลังเล่นเกมเศรษฐี แต่เป็นเวอร์ชันกระดานระดับโลก และเป็นเกมที่คนทั่วโลกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเข้ามาเล่นในเกมกระดานอันใหญ่นี้
คำถามคือ แล้วเราควรเล่นเกมเศรษฐีโลกในชีวิตจริงอย่างไรดี ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
การเล่นเกมเศรษฐีโลกในชีวิตจริง ก็ไม่ต่างอะไรกับการเล่นเกมเศรษฐีเวลาเล่นกับเพื่อน ที่ต้องซื้อที่ดิน สร้างบ้านหรือโรงแรม แล้วเก็บค่าเช่าจากคนที่เดินตกลงในช่องนั้น
แต่ต่างกันแค่ในชีวิตจริง เราเปลี่ยนจากการซื้อที่ดิน สร้างบ้านหรือโรงแรมในช่องต่าง ๆ ให้กลายเป็นการลงทุนซื้อหุ้นเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ส่วนหนึ่งแทน
แม้พูดจะดูง่าย แต่การทำจริงแบบนี้ไม่ง่ายเลย เพราะแปลว่า เราก็ต้องเลือกว่าจะซื้อหุ้นบริษัทไหน เพื่อให้ตัวเองยังสามารถเล่นเกมเศรษฐีโลกนี้ได้ต่อเนื่อง
ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร ที่เราต้องเลือกลงทุนในบริษัทดี ๆ แล้วหวังว่าเราจะได้ส่วนแบ่งอย่างเงินปันผลหรือส่วนต่างราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป
และเราก็ไม่มีทางรู้อนาคตได้แน่นอนเลยว่า เจ้าของช่องเกมเศรษฐีโลกที่เราลงทุน จะอยู่ไปตลอดหรือไม่ หรือในอนาคตจะยังจ่ายผลตอบแทนให้เราดีเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะบริษัทในโลกนี้เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
พอเป็นแบบนี้ แล้วมันมีวิธีที่ง่ายกว่านี้ไหม ในการเล่นเกมเศรษฐีโลก ?
คำตอบคือ มี เพราะแทนที่เราจะเลือกลงทุนในช่องใดช่องหนึ่งของเกมนี้ เราก็ลงทุนให้กระจายไปหลาย ๆ ตัว ให้ครอบคลุม หรือเป็นเจ้าของทั้งกระดานเกมนี้ไปเลย..
ในเกมเศรษฐีปกติ มันเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่เราจะกลายเป็นเจ้าของเกือบทุกช่องทั้งกระดาน เพราะแปลว่าเราต้องใช้เงินเยอะมากเพื่อลงทุนในกระดานทุกช่อง
แต่เกมเศรษฐีโลกในชีวิตจริง มันมีเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถเป็นเจ้าของทั้งกระดานทั่วโลกได้.. ด้วยกองทุน Vanguard Total World Stock ETF หรือที่นักลงทุนทั่วโลก รู้จักกันในชื่อ VT
แทนที่เราจะไปเลือกลงทุนซื้อหุ้นในหลาย ๆ ช่องของเกมเศรษฐีโลก แต่ VT ทำให้เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น
เพราะ VT จะไปกวาดซื้อหุ้นทั่วโลกมาไว้ที่เดียวกัน
รวมแล้วกว่า 10,000 ตัว ทั้งจากสหรัฐฯ ยุโรป ตะวันออกกลาง รวมไปถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ต่าง ๆ
ลองนึกภาพตามว่า ถ้าเรามีเงิน 10,000 บาท และถ้าขยันมาก ๆ เราอาจซื้อเศษหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ได้เต็มที่ราว ๆ หลักสิบ หรือหลักร้อยบริษัท
แต่ถ้าเราลงทุนใน VT ด้วยจำนวนเงินเท่ากัน เราจะได้หุ้นทั่วโลกมา 10,000 ตัว ในทีเดียว
และไม่ว่าเราจะลงทุนด้วยเงินจำนวนแค่ไหนผ่าน VT
เงินนี้ก็จะถูกกระจายไปตามสัดส่วนบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก
นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่การกวาดซื้อหุ้นของบริษัทใหญ่ ๆ อย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก แถมยังกระจายไปหลากหลายอุตสาหกรรมด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าช่องไหนของเกมเศรษฐีโลกจะเติบโตขึ้นมา
เราก็สามารถเกาะส่วนแบ่งการเติบโตของบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่เติบโตโดดเด่นในทุกช่วงเวลาได้ต่อเนื่อง
และไม่ว่าใครจะตกช่องเกมเศรษฐีโลก จนต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทนั้น ๆ เราก็ยังสามารถได้ส่วนแบ่งการเติบโตของบริษัทเหล่านี้ไปได้เรื่อย ๆ
ซึ่งในวันนี้ คนไทยก็สามารถใช้เครื่องมือ VT ในเกมเศรษฐีโลกนี้ได้แล้ว ผ่านกองทุน TLWORLD-X จาก บลจ.ทาลิส
โดยเป็นกองทุนรวมกองแรกในไทย ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักคือ Vanguard Total World Stock ETF (VT) เพียงกองทุนเดียว
ความน่าสนใจ ก็คือ TLWORLD-X มีค่าธรรมเนียมการจัดการเพียง 0.1% ต่อปี และซื้อได้แบบไม่จำกัดจำนวน
ในวันที่ทุกคนกำลังเล่นเกมเศรษฐีโลก แล้วต้องจ่ายเงินให้ธุรกิจในช่องต่าง ๆ ที่ตัวเองตกลงไป การเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเกือบทุกช่องบนโลกใบนี้ ก็ทำให้เราอยู่รอดในเกมนี้ได้
ซึ่งจริง ๆ แล้ว เป้าหมายของการเล่นเกมเศรษฐีโลก ก็ไม่ต่างอะไรจากเกมเศรษฐีที่เราเล่นกับเพื่อน เพราะเราต้องสร้างรายได้จากการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ ไปพร้อมกับการบริหารเงินสดของตัวเองให้ดี
เพียงแต่การล้มเหลวในเกมกระดานนั้น มันเป็นแค่เรื่องสมมติ แต่การล้มเหลวในเกมเศรษฐีโลกจริง มันอาจมีบทเรียนที่ราคาแพงกว่ากันเยอะมาก..
เราทุกคน กำลังเล่น เกมเศรษฐีโลก ในชีวิตจริง /โดย ลงทุนแมน
คนอื่นล้มละลาย จนเราชนะไป
https://www.facebook.com/share/p/1DcQaLAQvd/?mibextid=wwXIfr
การทำแบบนั้นได้ เราต้องซื้อที่ดิน สร้างบ้านหรือโรงแรม เพื่อเก็บค่าเช่าจากเพื่อนที่เดินตกลงในช่องนั้น (ที่ดินของเรา) พร้อมกับการที่เราต้องบริหารเงินสดที่ตัวเองมีอยู่ให้ดี ๆ ด้วย
ซึ่งจริง ๆ แล้ว นี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของทุกคน
ที่เรากำลังเดินตกลงในช่องต่าง ๆ แล้วต้องควักเงินจ่ายออกมาในแต่ละครั้ง
เราจ่ายเงินให้ Netflix เมื่อตกช่องธุรกิจสตรีมมิง
เราจ่ายเงินให้ YouTube (Google) เมื่อตกช่องธุรกิจบันเทิง
เราจ่ายเงินให้ Spotify เมื่อตกช่องธุรกิจฟังเพลง
เราจ่ายเงินให้ Facebook (Meta) เมื่อตกช่องธุรกิจโฆษณา
และเราอาจจ่ายเงินให้ Gemini (Google) เมื่อตกในช่องธุรกิจแช็ตบอต AI
ดังนั้น เราเลยอาจพูดได้ว่า กำลังเล่นเกมเศรษฐี แต่เป็นเวอร์ชันกระดานระดับโลก และเป็นเกมที่คนทั่วโลกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเข้ามาเล่นในเกมกระดานอันใหญ่นี้
คำถามคือ แล้วเราควรเล่นเกมเศรษฐีโลกในชีวิตจริงอย่างไรดี ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
การเล่นเกมเศรษฐีโลกในชีวิตจริง ก็ไม่ต่างอะไรกับการเล่นเกมเศรษฐีเวลาเล่นกับเพื่อน ที่ต้องซื้อที่ดิน สร้างบ้านหรือโรงแรม แล้วเก็บค่าเช่าจากคนที่เดินตกลงในช่องนั้น
แต่ต่างกันแค่ในชีวิตจริง เราเปลี่ยนจากการซื้อที่ดิน สร้างบ้านหรือโรงแรมในช่องต่าง ๆ ให้กลายเป็นการลงทุนซื้อหุ้นเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ส่วนหนึ่งแทน
แม้พูดจะดูง่าย แต่การทำจริงแบบนี้ไม่ง่ายเลย เพราะแปลว่า เราก็ต้องเลือกว่าจะซื้อหุ้นบริษัทไหน เพื่อให้ตัวเองยังสามารถเล่นเกมเศรษฐีโลกนี้ได้ต่อเนื่อง
ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร ที่เราต้องเลือกลงทุนในบริษัทดี ๆ แล้วหวังว่าเราจะได้ส่วนแบ่งอย่างเงินปันผลหรือส่วนต่างราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป
และเราก็ไม่มีทางรู้อนาคตได้แน่นอนเลยว่า เจ้าของช่องเกมเศรษฐีโลกที่เราลงทุน จะอยู่ไปตลอดหรือไม่ หรือในอนาคตจะยังจ่ายผลตอบแทนให้เราดีเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะบริษัทในโลกนี้เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
พอเป็นแบบนี้ แล้วมันมีวิธีที่ง่ายกว่านี้ไหม ในการเล่นเกมเศรษฐีโลก ?
คำตอบคือ มี เพราะแทนที่เราจะเลือกลงทุนในช่องใดช่องหนึ่งของเกมนี้ เราก็ลงทุนให้กระจายไปหลาย ๆ ตัว ให้ครอบคลุม หรือเป็นเจ้าของทั้งกระดานเกมนี้ไปเลย..
ในเกมเศรษฐีปกติ มันเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่เราจะกลายเป็นเจ้าของเกือบทุกช่องทั้งกระดาน เพราะแปลว่าเราต้องใช้เงินเยอะมากเพื่อลงทุนในกระดานทุกช่อง
แต่เกมเศรษฐีโลกในชีวิตจริง มันมีเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถเป็นเจ้าของทั้งกระดานทั่วโลกได้.. ด้วยกองทุน Vanguard Total World Stock ETF หรือที่นักลงทุนทั่วโลก รู้จักกันในชื่อ VT
แทนที่เราจะไปเลือกลงทุนซื้อหุ้นในหลาย ๆ ช่องของเกมเศรษฐีโลก แต่ VT ทำให้เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น
เพราะ VT จะไปกวาดซื้อหุ้นทั่วโลกมาไว้ที่เดียวกัน
รวมแล้วกว่า 10,000 ตัว ทั้งจากสหรัฐฯ ยุโรป ตะวันออกกลาง รวมไปถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ต่าง ๆ
ลองนึกภาพตามว่า ถ้าเรามีเงิน 10,000 บาท และถ้าขยันมาก ๆ เราอาจซื้อเศษหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ได้เต็มที่ราว ๆ หลักสิบ หรือหลักร้อยบริษัท
แต่ถ้าเราลงทุนใน VT ด้วยจำนวนเงินเท่ากัน เราจะได้หุ้นทั่วโลกมา 10,000 ตัว ในทีเดียว
และไม่ว่าเราจะลงทุนด้วยเงินจำนวนแค่ไหนผ่าน VT
เงินนี้ก็จะถูกกระจายไปตามสัดส่วนบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก
นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่การกวาดซื้อหุ้นของบริษัทใหญ่ ๆ อย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก แถมยังกระจายไปหลากหลายอุตสาหกรรมด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าช่องไหนของเกมเศรษฐีโลกจะเติบโตขึ้นมา
เราก็สามารถเกาะส่วนแบ่งการเติบโตของบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่เติบโตโดดเด่นในทุกช่วงเวลาได้ต่อเนื่อง
และไม่ว่าใครจะตกช่องเกมเศรษฐีโลก จนต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทนั้น ๆ เราก็ยังสามารถได้ส่วนแบ่งการเติบโตของบริษัทเหล่านี้ไปได้เรื่อย ๆ
ซึ่งในวันนี้ คนไทยก็สามารถใช้เครื่องมือ VT ในเกมเศรษฐีโลกนี้ได้แล้ว ผ่านกองทุน TLWORLD-X จาก บลจ.ทาลิส
โดยเป็นกองทุนรวมกองแรกในไทย ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักคือ Vanguard Total World Stock ETF (VT) เพียงกองทุนเดียว
ความน่าสนใจ ก็คือ TLWORLD-X มีค่าธรรมเนียมการจัดการเพียง 0.1% ต่อปี และซื้อได้แบบไม่จำกัดจำนวน
ในวันที่ทุกคนกำลังเล่นเกมเศรษฐีโลก แล้วต้องจ่ายเงินให้ธุรกิจในช่องต่าง ๆ ที่ตัวเองตกลงไป การเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเกือบทุกช่องบนโลกใบนี้ ก็ทำให้เราอยู่รอดในเกมนี้ได้
ซึ่งจริง ๆ แล้ว เป้าหมายของการเล่นเกมเศรษฐีโลก ก็ไม่ต่างอะไรจากเกมเศรษฐีที่เราเล่นกับเพื่อน เพราะเราต้องสร้างรายได้จากการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ ไปพร้อมกับการบริหารเงินสดของตัวเองให้ดี
เพียงแต่การล้มเหลวในเกมกระดานนั้น มันเป็นแค่เรื่องสมมติ แต่การล้มเหลวในเกมเศรษฐีโลกจริง มันอาจมีบทเรียนที่ราคาแพงกว่ากันเยอะมาก..