สวัสดีครับผม ผมเป็นเด็กอายุ 14 คนหนึ่งที่มีปัญหาทางจิตหลายเช่น ยํ้าคิดยํ้าทํา(ocd), เสียงในหัวที่ไม่ดี, วิตกกังวลทางสังคม(Social Anxiety Disorder) ผมเป็นคนที่คิดมากเรื่องอะไรเก็บไปคิดได้หมด แถมผมยังเสียงในหัวที่ด่าคนอื่นไม่พัก แถมผมเป็นคนที่แคร์สายตาคนอื่นมากผมกลัวเขารู้ว่าเราด่าเขาแต่ผมไม่ได้ตั้งใจน่ะบางทีมันก็หลุดออกมาเองจริง ผมเคยลองคิดหาสาตุเหตุหลายครั้งหรือถาม (chatGPT) บ้าง พยายามบําบัดด้วยตัวเองมาตลอดหายบ้างแต่ก็กลับมาเป็นอีก คือเรื่องมันงี้ครับพี่แจ็คเห้ย!ไม่ใช่สิคือเรื่องผมงี้ครับผมเป็นโรคยํ้าคิดยํ้าทําocdมาแต่เด็กอาการมันก็แบบ... พี่ๆเคยเป็นกันไหมครับแบบรู้สึกอยากอยากสําผัสของที่ไม่มีอยู่ เช่น เหมือนนิ้วที่ 11 อ่ะ คนเรามี 10 นิ้วใช่ไหมครับแต่ผมรู้สึกคันอยากเกานิ้วที่ 11 ตอนจะเกามันยังไม่รู้ตัวน่ะ แต่พอหานิ้วไม่เจอเลยลองมองดูดีๆ อ่าวมันไม่มีนิ้ว 11 สสักหน่อยแล้วเราคันได้ยังไงกันนั้นแหละแบบนั้นเลย แต่หานิ้วไม่เจอมันไม่เท่าไหร่น่ะสิมันติดที่มันยังคันอยู่ แต่มันเกาไม่ได้ เกาไม่ได้แล้วทําไมล่ะ? ก็หงุดหงิดสิครับเป็นแบบนี้ทีไรอารมณ์เสียทุกที ไม่ได้มีแค่อาการนี้อาการเดียวน่ะครับ มันยังมีอีกหลายๆอย่าง แบบก้าวเท้าออกจากบ้านจู่ก็มีความรู้สึกแปลกๆหรือความคิดแปลกทําให้ผมต้องเข้าบ้านใหม่แล้วเดินออกมาจนกว่าจะรู้สึกว่าทําถูกแล้วมันไม่ได้เป็นแค่หนึ่งหรือสองครั้งน่ะครับอย่างตํ่านี้ 10 รอบขึ้นถ้าไม่มีอะไรมาห้าม จริงมีอาการใหม่ได้เรื่อยๆแหละ ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจกับอารมณ์และเหตุผล ทุกคนน่าจะเข้าใจอาการแล้วเนอะงั้นก็ต้องย้อนไปในวันนั้น วันแห่งจุดเริ่มต้น.. ย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อนตอนอายุสิบขวบตอนนั้นผมน่าจะอยู่ ป.4 ตอนนั้นยังยุคโควิด19 อยู่เลย วันหนึ่งในปีนั้นนั้นแหละผมฝันว่าคนในครอบครัวจากไป(จริงมันแค่คนเดียวในครอบครัวแต่ผมไม่กล้าพูดทุกวันนี้ให้ยอมรับยังยากเลยผมขอใช้คําว่าครอบครัวอ้อมๆล่ะกัน) ตื่นเช้ามามันช่างน่าแปลกครอบครัวผมตื่นสายกันทั้งบ้านจนผมกับพี่ไม่ต้องไม่โรงเรียนกัน เพราะรถรับส่งไปแล้ว ผมตื่นมาจากอาการฝันร้ายใหม่ๆมันน่ากลัวมาก ผมรีบตามหาคนในบ้านแต่ก็เจอเขาอยู่กันครบมันก็โล่งน่ะแต่มันยังหลอนอยู่กลายเป็นว่ามันคําหนึ่งที่ทําให้ผมกลายเป็นบ้ากับการยอมรับไม่ได้คือคําว่า "ครอบผมไม่ตายหรอก" มันดังวนซํ้าไปมาในหัวของผมเหมือนเครื่องเสียงที่เปิดซํ้าไว้ มันจะหายตอนผมดีขึ้นหรือไม่ก็ลืมมันไปซักพัก ผมเข้าใจน่ะว่าเหมือนพวกขี้แพ้หรือไม่ก็ไม่ยอมรับความจริง ถ้าให้พูดตรงๆผมรู้ดีผมเป็นคนที่เชื่อตามหลักเหตุผลถ้ามีหลักฐานหรือความเป็นไปได้จนกว่ามันจะถูกพิสูจณ์ว่าผิด ถ้ามันผิดจริงๆผมก็ยอมรับ ผมรู้ดีทุกสิ่งมีจุดจบหรือการเปลี่ยนแปลงเป็นธาตุอื่นหรืออย่างอื่นผมรู้ดีแต่สําหรับผมการพูดมันน่ากลัวมาก ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ผมถึงไม่สามารถยอมรับมันได้แต่ผมก็พยามที่สุดแล้ว นั้นคืออาการเริ่มต้นครับหลังจากนั้นมันก็พัฒนาเป็นอาการหลายอย่างเลยครับ มาถึงจุดคนอ่านเริ่มเบื่อกันนิดหน่อยแล้วมาฟังเด็กอายุ 14 คนหนึ่งบ่นเรื่องไม่เป็นเรื่องเอาเป็นว่าเดี๋ยวผมมาต่อครับ ขอบคุณที่ฟังผมบ่นน่ะครับ

ทุกคนเคยรู้สึกเหมือนเราเผลอพูดความคิดในหัวคนอื่นได้ยินแต่ไม่บอกอะไร ไหมครับ