รู้หรือไม่การที่ไม่ได้ Public IP หรือติด NAT ทำค่า Ping เพิ่มขึ้น 4-8ms

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าการได้ Public IP สามารถเอาไปทำ Port Forwarding ได้พวก ทำ Server เกมส์เล็กๆในบ้าน ทำระบบNASดึงไฟล์ ทำระบบVPN และถ้าใครเอาเรื่อง Public IP ไปถามAIก็คงได้คำตอบแบบที่ผมกล่าวมาข้างต้นนั้นแหละ แต่สิ่งที่AIไม่รู้ และหลายๆคนไม่รู้คือ ค่าPing ที่เพิ่มขึ้น และจำนวน HOP ก็เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับคนที่ต้องเล่นเกมส์แล้วต่องการไห้มีค่า Ping (Latency) น้อยๆ หรือสายจองบัตรคอนเสิร์ตที่ต้องเน้นความเร็ว สายประมูลของที่ต้องเน้นความเร็ว

เนื่องจากก่อนหน้านี้ผมใช้เน็ต 3BB อยู่ แต่เมื่อ2-3วันที่ผ่านมาคาดว่าน่าจะมีการปรับปรุงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับNetworkของทาง 3BB ทำไห้ Public IP ที่ผมเคยได้มา2-3ปี ต้องกลายมาเป็น Private IP เลยทำไห้เกิดเป็นการทดลองเล็กๆในวันนี้

ช่วงที่ติด NAT หรือได้ Private IP
เริ่มจากผมใช้คำสั่ง tracert ซึ่งเป็นคำสั่งพื้นฐานในการเช็คเส้นทางของ แพ็คเก็ต ที่เราส่งไป ว่าเราต้องเจอเร้าเตอร์กี่ตัว ในแต่ละเร้าเตอร์มีค่าPingเท่าไหร่ ซึ่งมันจะPingไห้3ครั้งและแสดงผลออกมา
สิ่งที่ได้เมื่อผมใช้คำสั่งนี้ ไปที่ 8.8.8.8 ซึ่งเป็นที่อยุ่ของ DNS ของ Google ผลที่ได้คือต้องผ่าน เร้าเตอร์12ตัว และมีค่า Ping ที่ปลายทาง 17ms



ทดลองใช้คำสั่งเดียวกันมาที่เว็บ pantip.com มีจำนวนเร้าเตอร์ที่ต้องวิ่งผ่าน 11ตัว มีค่าPing 14ms


ช่วงที่ได้ Public IP หรือที่เรียกว่า IP จริง
ด้วยความที่โปรอินเตอร์เน็ตที่ผมใช้อยู่ สามารถขอ Public IP ได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียเงิน 200บาทเพิ่ม (หากใช้ราคาต่ำๆจะต้องจ่ายเพิ่ม200บาทเพื่อขอPublic IP) ก็เลยโทรเข้าไป CC ซึ่งทาง CC เองก็ตรวจสอบแป๊บนึงและทำการเปลี่ยนจาก Private IP เป็น Public IP ไห้เลยในขณะรอสาย ผมก็เลยทำการทดสอบแบบเดิมอีกครั้งขณะที่เปลี่ยนเป็น Public IP แล้ว

ใช้คำสั่ง tracert ไปที่ 8.8.8.8 ผลที่ได้คือ มีจำนวนเร้าเตอร์ที่ต้องผ่านลดลง จากก่อนหน้านี้ จำนวน12ตัว ตอนนี้เหลือแค่10ตัว และค่า ping ลดลงจากเดิมเหลือเพียง 9ms เท่านั้น จากเดิมที่สูงถึง 17ms ใครที่เป็นสายเล่นเกมส์Onlineแนว FPS ที่เป็นแนวเกมส์ยิงเกมส์ต่อสู้ ค่าPing ที่ต่างกันถึง 8ms นี่มันถือว่าเยอะเลยนะครับ


ต่อมา tracert ไปที่ Pantip.com จากเดิมที่ต้องผ่านเร้าเตอร์จำนวน11ตัว ตอนนี้ก็เหลือผ่านเพียง 9ตัวเท่านั้น ค่าpingก็ลดลงจากเดิม 14ms เหลือเพียง9ms เท่านั้น ต่างกันถึง 5ms


ทั้ง2แบบ ใช้เวลาเทสห่างกันไม่ถึง30นาที และเทสในช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตเยอะที่สุดคือช่วง 1-2ทุ่ม จะเห็นว่าค่า Ping (Latency) ระหว่าง Public IP และ Private IP นั้นมีความต่างกันอยู่พอสมควร นี่ขนาดว่าเป็น Server ที่อยู่ในประเทศเท่านั้น ยังไม่นับรวมถึงServerที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งผมก็ไม่ได้เทสมา แต่คิดว่าคงเพิ่มขึ้นแน่นอน

ดังนั้นจริงสรุปได้ว่า Public IP ไม่ได้แค่ช่วยทำไห้ Server สามารถเข้าจากภายนอกได้ หรือ Port Forwarding ได้ แต่มันยังช่วยทำไห้ค่า Ping (Latency) ลดลงได้ด้วย แม้จะดูว่านิดหน่อยสำหรับบางคนก็ตาม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่