สวัสดีค่ะเพื่อนๆสมาชิกพันทิปทุกท่าน กระทู้นี้เป็นกระทู้ท่องเที่ยวส่งท้ายปี 2568 ในวันที่ 4-11 พฤศจิกายน 2568 จากที่เคยไปเมืองจีนไปเที่ยวเฉิงตู
จิ่วไจ้โกวเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นยุคบุกเบิกจิ่วไจ้โกวเลยก็ว่าได้ นั่งเครื่องบินจากสนามบินเฉิงตูบินไปลงจิ่วไจ้โกว ขากลับนั่งรถบัสลัดเลาะเลียบไหล่เขา ข้างๆเป็นเหวลึกในบางช่วง กว่าจะถึงเฉิงตูใช้เวลาร่วม 13 ชั่วโมง ใครจะมาเที่ยวเมืองจีนเองนั้นยากมาก แต่ปัจจุบันนี้ ใครๆก็เที่ยวได้ง่ายมาก เพราะเมืองจีนพัฒนาได้ทันสมัยไม่แพ้ที่ใดในโลก ดังนั้นเมื่อเก็บข้อมูลได้พอสมควร ทริปนี้จึงเริ่มต้นด้วยการวางแผนเที่ยว เฉิงตู ตูเจียงเยี่ยน หวงหลง จิ่วไจ้โกว ย้อนกลับมาเฉิงตู ใช้เวลา 7 วัน 7 คืน กับเพื่อนรัก 3 สหายแกงค์สามป้า
สมัยก่อนจะไปเที่ยวที่ไหนต้องวางแผนกันใช้เวลาเก็บข้อมูลมาร้อยเรียงกันใช้เวลานานมาก เช่นไปเที่ยวญี่ปุ่น 10 วันต้องใช้ Hyperdia แต่ยุคนี้มี Gemini
มี ChatGPT ช่วยให้การวางแผนเที่ยวง่ายขึ้นหรือแม้แต่หน้างานเราก็ถามเอาหน้างานได้เลย จากเที่ยวเกาหลี ญี่ปุ่นมาเป็นสิบๆรอบแล้ว จะขอลองเที่ยวเมืองจีนด้วยตัวเองบ้าง ใครมาแวะมาอ่านสามารถตามรอยเราได้เลยนะคะ เราเป็นรุ่นซีเนียร์ แผนของเราก็จะไม่ทรหดเหมือนสมัยสาวๆ เราก็จะต๊ะต่อนยอนสบายๆไปเรื่อยๆแต่เก็บได้เกือบครบถ้วนกระบวนความ เผลอแป้บเดียวเขียนรีวิวท่องเที่ยวในพันทิปมา 19 ปีแล้ว เพื่อนเก่าๆน่าจะหายไปหมดแล้ว แต่ป้าก็จะยังโพสต์ในพันทิป เพื่อเก็บความทรงจำไว้อ่านเมื่อเวลาผ่านไป Digital Footprint ของเราก็ยังคงอยู่ เอาไว้กลับมาเปิดดูเพื่อระลึกถึงวันแห่งความสุขความทรงจำของเราเมื่อไหร่ก็ได้ แถมได้แบ่งปันให้คนที่ยังไม่กล้าออกไปเที่ยวเองได้มีแรงบันดาลใจในการท่องโลก ด้วยตัวเองอีกด้วย
และ (ความเห็นส่วนตัว) อิฉันจะสรุปให้ฟังว่า ใครที่จะมาเที่ยวเมืองจีนแล้วถามคำถามแรกเรื่องห้องส้วม ให้นอนอยู่บ้านเลยค่ะ แต่ถ้าใครอยากมาเที่ยว
มาเห็นธรรมชาติระดับ A5 วิวอลังการงานสร้าง เรียนรู้และรับได้กับวัฒนธรรมที่แตกต่างของคนจีน เมืองจีน ไม่ดูถูกด้อยค่าประเทศหรือวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนบ้านเรา เปิดใจกว้างที่จะเรียนรู้จัดประเทศอันกว้างใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวอลังการ วัฒนธรรมที่แตกต่าง อาหารอร่อย ค่าครองชีพถูกมาก โรงแรม อาหาร ขนส่งสาธารณะก็ถูกมาก พร้อมความปลอดภัยระดับสูงสุด (เพราะประเทศจีนยังมีโทษประหารชีวิตอยู่) ดังนั้นจีนเทาจึงไม่กล้าทำผิดกฎหมายในประเทศจีน มีตำรวจเดินให้เห็นทุกถนนหนทาง มีปัญหาอะไรอยากสื่อสารกับคนจีน ใช้เครื่องแปลภาษาคุยกันรู้เรื่อง อย่างไรก็ตามการเป็นนักเดินทางมาเกือบตลอดชีวิตก็ทำให้เราต้องระวังตัวไม่ประมาทกับอะไรใดๆทั้งสิ้น และทริปนี้เราก็เจอคนดีๆทั้งทริป ค่าใช้จ่าย 7 วัน 7 คืน สามคน พักสบายกินเที่ยวเต็มที่ประมาณ 2 หมื่นบาทต่อคนค่ะ
มาเริ่มการเดินทางกันเลยค่ะ อย่างที่จั่วหัวไว้ว่าเฉิงตูทริป เราก็ต้องจองตั๋ว Airasia เพื่อไปลงที่สนามบินเฉิงตูเทียนฟู่ (TFU) ที่เป็นสนามบินที่ยังนับว่าใหม่เปิดใช้มา 4 ปี เป็นสนามบินที่ใหญ่มากๆสมกับเป็นสนามบินของเมืองใหญ่อย่างเฉิงตู แอร์เอเชียมีข้อเสียเรื่องเวลาเพราะ กว่าจะออกจากดอนเมืองก็สี่ทุ่มถึงเฉิงตูตีสอง และขากลับเครื่องออกตีสองถึงดอนเมืองตีห้า มันเลยทำให้เหนื่อยเกินไป แต่ก็ดีที่ทำให้ได้เที่ยวเต็มๆอีก 1 วัน เท่าที่ดูทริปของคนอื่นถ้ามากับแอร์เอเชีย มาถึงแล้วก็นั่งรถเข้าเมืองหรือต่อรถไฟไปเที่ยวนอกเมืองเลย เพราะการจะจองโรงแรมบางที่ก็ยังไม่ให้เข้า ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะยังไม่ได้เวลาเช็คอิน สำหรับพวกเราขอความสบายได้นอนหลับเต็มอิ่มก่อนดีกว่าแล้วค่อยไปเที่ยว ดังนั้นเราจึงจองโรงแรม ซึ่งเป็น Capsule ที่อยู่ในสนามบินเฉิงตูเทียนฟู่ Terminal 2
วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 แกงค์เพื่อนรัก 3 คนรวมตัวกันที่ดอนเมือง สองคนบินมาจากเชียงใหม่ ส่วนอิฉันบินมาอยู่ที่บ้านกรุงเทพล่วงหน้าแล้ว ได้เวลาบินสี่ทุ่มกว่าๆ ซื้อน้ำหนักกระเป๋ามักจะพ่วงมาด้วยอาหาร ดึกแล้วก็ไม่อยากจะกินอะไรแต่ก็ต้องกิน กินเสร็จหลับไป 1 งีบใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมงตีสองกว่าๆเราก็มาถึงสนามบินเฉิงตู
จากจุดจอดเราต้องเดินไกลมากๆกว่าจะมาถึง ตม. ใช้เวลาประมาณเกือบๆ 1ชั่วโมงเราก็ออกมาจาก Terminal 1 และเดินไป Terminal 2 เพื่อจะไปโรงแรม Chendu Tianfu Airport Squint for a while spacecapsule Hotel สนนราคาคนละ 1,091 บาท จากTerminal 1 ไปTerminal 2 ทางเดินยาวไกลและเงียบมาก เก้าอี้ระหว่างทางถูกจับจอง คนนอนเหยียดยาวทุกตัว มีแต่เรา 3คนที่เดินมาTerminal 2 เพราะคนอื่นๆคงออกไปขึ้นรถเข้าเมืองกันหมดแล้ว
เดินมาก็เอ๊ะ ว่ามาถูกทางหรือเปล่าเลยแวะถามเจ้าหน้าที่ที่ยืนรักษาการอยู่ ก็ถามเขาว่า รร.นี้ไปทางไหน ปรากฏว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ให้เรารอเดี๋ยวเขาจะเรียกเพื่อนมาถามให้ ระหว่างเรายืนรอก็มีผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้มาถามประมาณว่าจะไปไหน แต่คุณรปภ.เขาส่งมือถือมาแปลภาษาไทยได้ใจความว่าอย่าพูดคุยกับคนพวกนี้ เพราะคนที่มานอนตรงนี้อาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ เขาถึงต้องมายืนรักษาการณ์อยู่ตรงนี้ เลยถึงบางอ้อ เพราะตลอดระยะทางจะมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาการณ์อยู่เป็นระยะ เพราะเราไม่รู้ว่าใครมาดีมาร้าย ดีที่เราตัดสินใจไม่นอนเก้าอี้สนามบิน ดีที่เราตัดสินใจจองรร.นอนเพื่อความสะดวก ปลอดภัย สบายใจ ยืนรอซักพักก็มีชายหนุ่มอีกคนหน้าตายู่ยี่คงจะกำลังหลับแล้วถูกเพื่อนปลุกขึ้นมา เพื่อพาพวกเราเดินไปที่ Terminal 2
เริ่มทริปก็มาเจอคนดีๆแล้ว หลังจากขอบคุณหนุ่มน้อยคนแรกแล้ว หนุ่มคนที่สองก็พาเราเดินมาถึง Terminal 2 เพื่อไปถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่าโรงแรมอยู่ไหน เธอก็ชี้ไปว่าเลี้ยวซ้ายไป รร.จะอยู่ตรงสุดอาคารเลย โหแค่มาถึงก็เดินเป็นระยะทางหลายกิโล เราเดินมาจนถึงโรงแรมที่ติดกับสถานีตำรวจ หน้าโรงแรมเป็นที่นั่ง มีคนจับจองเก้าอี้เต็มไปหมด ถ้าให้นอนตรงนี้ก็คงนอนไม่หลับ โรงแรมของเราเป็นแคปซูลมีประตูปิดล็อก มีปลั้กไฟ หมอน ผ้าห่มสะอาดมาก แต่ต้องออกไปใช้ห้องน้ำด้านนอก เพราะข้างในมีล็อกเตียงอย่างเดียวเป็นตียงสองชั้น ใครมาก็จำทางเข้าออกให้ดีเพราะเหมือนกันหมด ทางเดินก็มืดๆสลัวๆ ส่วนกระเป๋าเดินทางให้เอาไว้ด้านนอกมีเบอร์รหัสของแขกแต่ละล็อกกุญแจห้องก็เป็นสายรัดข้อมือ ได้กุญแจแล้วก็นอนหลับพักผ่อนอย่างสบายใจก่อนจ้า
5 พฤศจิกายน 2568 วันที่สองของการเดินทาง ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ได้นอนหลับเต็มอิ่มล้างหน้าล้างตา เก็บกระเป๋าเช็คเอาท์ในเวลา 8 โมง ที่จริงโรงแรมเขาให้นอนได้ถึง 10 โมง และไม่สามารถจองหลายวันได้ ถ้าจะอยู่หลายวันยังไงต้องเช็คเอาท์ก่อน 10 โมงแล้วมาเช็คอินใหม่ตามเวลาเช็คอินของโรงแรมเพราะจะมีคนเดินทางมาเช็คอินตลอดเวลา
เดินออกจากโรงแรมผู้คนที่มาจับจองที่นอนตรงที่นั่งพักคอยก็หายไปหมดเหลือแต่เก้าอี้ว่างๆโล่งๆ วันนี้เรามีแพลนที่จะเข้าเมือง เอาของไปฝากไว้ที่โรงแรมแล้วก็ไปเที่ยวในเมืองเฉิงตู
เดินลงไปชั้นใต้ดินไปที่สถานีรถไฟความเร็วสูง Tianfujichang Railway Station การโดยสารรถไฟความเร็วสูงของเฉิงตูเมื่อซื้อตั๋วแล้ว ก่อนเข้าสถานีต้องมีการสแกนสัมภาระทุกครั้ง รวมทั้งรถไฟใต้ดินด้วย โดยเฉพาะขวดน้ำจะสแกนเป็นพิเศษ จากนั้นก็ต้องดูรถขบวนที่เราจะไปจากจอใหญ่ แล้วก็ไปเข้าคิวที่ Gate นั้นๆ
เขาจะไม่ให้เดินลงไปชานชลาเหมือนที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลี ต้องรอให้เขาเรียกแล้วต้องมาเข้าแถวเพื่อสแกนพาสปอร์ตก่อนทุกครั้ง เราชาวต่างชาติต้องมองช่องซ้ายสุดหรือขวาสุดที่จะมีจอและเจ้าหน้าที่ยืนประจำอยู่ สำหรับสแกนพาสปอร์ตของชาวต่างชาติ ยิ่งขบวนทางไกลเช่นไปจิ่วไจ้โกว หวงหลง ซงพาน คนจะเข้าคิวรอการเข้าไปยังชานชลาเยอะมากหลายแถว ถ้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปต่อแถวสำหรับคนจีนที่ใช้บัตรประชาชน ก็ต้องไปต่อแถวสำหรับสแกนพาสปอร์ตของชาวต่างชาติใหม่ทำให้เสียเวลาดังนั้นก่อนเข้าแถวต้องเล็งให้ดีๆก่อนว่าช่องที่สแกนพาสปอร์ตและมีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่
เราซื้อตั๋ว สแกนสัมภาระและพาสปอร์ตแล้วก็มายืนรอที่ชานชลา ใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงสถานี Chengdudong หรือ Chengdu East Railway Station เพื่อเอาสัมภาระมาฝากไว้ที่ Rayfront Hotel & Apartment Chengdu
จาการที่เราดูรีวิวของหลายๆคนให้เดินไปทาง Exit นั่นนี่โน่นเดินด้านล่างลัดเลาะไปทางเดินใต้ดิน แล้วก็มาเจอ Rayfont Hotel เข้าไปถามเขาบอกว่า
ไม่ใช่ที่นี่ต้องเดินออกไปข้างนอกเลี้ยวซ้ายไปก็เดินออกไป ยังหาไม่เจอเดินวนมาถามใหม่เลยถึงบางอ้อ ว่าชื่อโรงแรมเหมือนกันแต่ต่อท้ายไม่เหมือนกัน เพราะเป็น Hotel กับ Hotel Apartment กว่าจะเจอก็ทำเอางง พอเข้าไปเช็คอินแล้วถามว่าตอนนี้มีห้องที่เราสามารถเช็คอินได้ตอนนี้เลยไหม ปรากฏว่ามีห้องสามารถเช็คอินได้เลยจ้า เราจองไว้ 2 คืน ห้องนอนได้ 3 คนสนนราคา 2728 บาท หาร 3 ตกคนละ 909 บาท ถูกมากๆ ห้องพักอยู่บนชั้น 21 เห็นวิวสถานีรถไฟความเร็วสูงเฉิงตูตะวันออก
การจองโรงแรมนี้เพื่อสะดวกในการเดินทางไปหวงหลงในอีก 2 วันข้างหน้า ใครมีแพลนเที่ยวเฉิงตูก่อนไปเที่ยวหวงหลง จิ่วไจ้โกว โดยรถไฟความเร็วสูงก็สามารถมาพักโรงแรมนี้ได้ เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟมากๆ อีกอย่างหลังจากเราเดินจากสถานีมาโรงแรมทางใต้ดินมาหลายวัน เราเพิ่งรู้ว่าการเดินออกจากหน้าสถานีบนดิน แล้วข้ามถนนมาก็ถึงโรงแรมแล้ว ไปเดินวนอยู่ใต้ดินมาเสียเวล่ำเวลา บางทีการเดินออกนอกเส้นทางที่เขาบอกต่อๆกันมาบ้าง ก็จะทำให้เราได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆที่สะดวกกว่ามาบอกเพื่อนๆ

วิวจากหน้าต่างมองเห็นสถานีรถไฟความเร็วสูงอยู่ข้างล่างนี่เองใกล้มาก
[CR] เมืองจีนเที่ยวเองง่ายๆ เฉิงตู หวงหลง จิ่วไจ้โกว by... x-file (ตอนที่ 1)
สวัสดีค่ะเพื่อนๆสมาชิกพันทิปทุกท่าน กระทู้นี้เป็นกระทู้ท่องเที่ยวส่งท้ายปี 2568 ในวันที่ 4-11 พฤศจิกายน 2568 จากที่เคยไปเมืองจีนไปเที่ยวเฉิงตู
จิ่วไจ้โกวเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นยุคบุกเบิกจิ่วไจ้โกวเลยก็ว่าได้ นั่งเครื่องบินจากสนามบินเฉิงตูบินไปลงจิ่วไจ้โกว ขากลับนั่งรถบัสลัดเลาะเลียบไหล่เขา ข้างๆเป็นเหวลึกในบางช่วง กว่าจะถึงเฉิงตูใช้เวลาร่วม 13 ชั่วโมง ใครจะมาเที่ยวเมืองจีนเองนั้นยากมาก แต่ปัจจุบันนี้ ใครๆก็เที่ยวได้ง่ายมาก เพราะเมืองจีนพัฒนาได้ทันสมัยไม่แพ้ที่ใดในโลก ดังนั้นเมื่อเก็บข้อมูลได้พอสมควร ทริปนี้จึงเริ่มต้นด้วยการวางแผนเที่ยว เฉิงตู ตูเจียงเยี่ยน หวงหลง จิ่วไจ้โกว ย้อนกลับมาเฉิงตู ใช้เวลา 7 วัน 7 คืน กับเพื่อนรัก 3 สหายแกงค์สามป้า
สมัยก่อนจะไปเที่ยวที่ไหนต้องวางแผนกันใช้เวลาเก็บข้อมูลมาร้อยเรียงกันใช้เวลานานมาก เช่นไปเที่ยวญี่ปุ่น 10 วันต้องใช้ Hyperdia แต่ยุคนี้มี Gemini
มี ChatGPT ช่วยให้การวางแผนเที่ยวง่ายขึ้นหรือแม้แต่หน้างานเราก็ถามเอาหน้างานได้เลย จากเที่ยวเกาหลี ญี่ปุ่นมาเป็นสิบๆรอบแล้ว จะขอลองเที่ยวเมืองจีนด้วยตัวเองบ้าง ใครมาแวะมาอ่านสามารถตามรอยเราได้เลยนะคะ เราเป็นรุ่นซีเนียร์ แผนของเราก็จะไม่ทรหดเหมือนสมัยสาวๆ เราก็จะต๊ะต่อนยอนสบายๆไปเรื่อยๆแต่เก็บได้เกือบครบถ้วนกระบวนความ เผลอแป้บเดียวเขียนรีวิวท่องเที่ยวในพันทิปมา 19 ปีแล้ว เพื่อนเก่าๆน่าจะหายไปหมดแล้ว แต่ป้าก็จะยังโพสต์ในพันทิป เพื่อเก็บความทรงจำไว้อ่านเมื่อเวลาผ่านไป Digital Footprint ของเราก็ยังคงอยู่ เอาไว้กลับมาเปิดดูเพื่อระลึกถึงวันแห่งความสุขความทรงจำของเราเมื่อไหร่ก็ได้ แถมได้แบ่งปันให้คนที่ยังไม่กล้าออกไปเที่ยวเองได้มีแรงบันดาลใจในการท่องโลก ด้วยตัวเองอีกด้วย
และ (ความเห็นส่วนตัว) อิฉันจะสรุปให้ฟังว่า ใครที่จะมาเที่ยวเมืองจีนแล้วถามคำถามแรกเรื่องห้องส้วม ให้นอนอยู่บ้านเลยค่ะ แต่ถ้าใครอยากมาเที่ยว
มาเห็นธรรมชาติระดับ A5 วิวอลังการงานสร้าง เรียนรู้และรับได้กับวัฒนธรรมที่แตกต่างของคนจีน เมืองจีน ไม่ดูถูกด้อยค่าประเทศหรือวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนบ้านเรา เปิดใจกว้างที่จะเรียนรู้จัดประเทศอันกว้างใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวอลังการ วัฒนธรรมที่แตกต่าง อาหารอร่อย ค่าครองชีพถูกมาก โรงแรม อาหาร ขนส่งสาธารณะก็ถูกมาก พร้อมความปลอดภัยระดับสูงสุด (เพราะประเทศจีนยังมีโทษประหารชีวิตอยู่) ดังนั้นจีนเทาจึงไม่กล้าทำผิดกฎหมายในประเทศจีน มีตำรวจเดินให้เห็นทุกถนนหนทาง มีปัญหาอะไรอยากสื่อสารกับคนจีน ใช้เครื่องแปลภาษาคุยกันรู้เรื่อง อย่างไรก็ตามการเป็นนักเดินทางมาเกือบตลอดชีวิตก็ทำให้เราต้องระวังตัวไม่ประมาทกับอะไรใดๆทั้งสิ้น และทริปนี้เราก็เจอคนดีๆทั้งทริป ค่าใช้จ่าย 7 วัน 7 คืน สามคน พักสบายกินเที่ยวเต็มที่ประมาณ 2 หมื่นบาทต่อคนค่ะ
มาเริ่มการเดินทางกันเลยค่ะ อย่างที่จั่วหัวไว้ว่าเฉิงตูทริป เราก็ต้องจองตั๋ว Airasia เพื่อไปลงที่สนามบินเฉิงตูเทียนฟู่ (TFU) ที่เป็นสนามบินที่ยังนับว่าใหม่เปิดใช้มา 4 ปี เป็นสนามบินที่ใหญ่มากๆสมกับเป็นสนามบินของเมืองใหญ่อย่างเฉิงตู แอร์เอเชียมีข้อเสียเรื่องเวลาเพราะ กว่าจะออกจากดอนเมืองก็สี่ทุ่มถึงเฉิงตูตีสอง และขากลับเครื่องออกตีสองถึงดอนเมืองตีห้า มันเลยทำให้เหนื่อยเกินไป แต่ก็ดีที่ทำให้ได้เที่ยวเต็มๆอีก 1 วัน เท่าที่ดูทริปของคนอื่นถ้ามากับแอร์เอเชีย มาถึงแล้วก็นั่งรถเข้าเมืองหรือต่อรถไฟไปเที่ยวนอกเมืองเลย เพราะการจะจองโรงแรมบางที่ก็ยังไม่ให้เข้า ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะยังไม่ได้เวลาเช็คอิน สำหรับพวกเราขอความสบายได้นอนหลับเต็มอิ่มก่อนดีกว่าแล้วค่อยไปเที่ยว ดังนั้นเราจึงจองโรงแรม ซึ่งเป็น Capsule ที่อยู่ในสนามบินเฉิงตูเทียนฟู่ Terminal 2
วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 แกงค์เพื่อนรัก 3 คนรวมตัวกันที่ดอนเมือง สองคนบินมาจากเชียงใหม่ ส่วนอิฉันบินมาอยู่ที่บ้านกรุงเทพล่วงหน้าแล้ว ได้เวลาบินสี่ทุ่มกว่าๆ ซื้อน้ำหนักกระเป๋ามักจะพ่วงมาด้วยอาหาร ดึกแล้วก็ไม่อยากจะกินอะไรแต่ก็ต้องกิน กินเสร็จหลับไป 1 งีบใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมงตีสองกว่าๆเราก็มาถึงสนามบินเฉิงตู
จากจุดจอดเราต้องเดินไกลมากๆกว่าจะมาถึง ตม. ใช้เวลาประมาณเกือบๆ 1ชั่วโมงเราก็ออกมาจาก Terminal 1 และเดินไป Terminal 2 เพื่อจะไปโรงแรม Chendu Tianfu Airport Squint for a while spacecapsule Hotel สนนราคาคนละ 1,091 บาท จากTerminal 1 ไปTerminal 2 ทางเดินยาวไกลและเงียบมาก เก้าอี้ระหว่างทางถูกจับจอง คนนอนเหยียดยาวทุกตัว มีแต่เรา 3คนที่เดินมาTerminal 2 เพราะคนอื่นๆคงออกไปขึ้นรถเข้าเมืองกันหมดแล้ว
เดินมาก็เอ๊ะ ว่ามาถูกทางหรือเปล่าเลยแวะถามเจ้าหน้าที่ที่ยืนรักษาการอยู่ ก็ถามเขาว่า รร.นี้ไปทางไหน ปรากฏว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ให้เรารอเดี๋ยวเขาจะเรียกเพื่อนมาถามให้ ระหว่างเรายืนรอก็มีผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้มาถามประมาณว่าจะไปไหน แต่คุณรปภ.เขาส่งมือถือมาแปลภาษาไทยได้ใจความว่าอย่าพูดคุยกับคนพวกนี้ เพราะคนที่มานอนตรงนี้อาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ เขาถึงต้องมายืนรักษาการณ์อยู่ตรงนี้ เลยถึงบางอ้อ เพราะตลอดระยะทางจะมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาการณ์อยู่เป็นระยะ เพราะเราไม่รู้ว่าใครมาดีมาร้าย ดีที่เราตัดสินใจไม่นอนเก้าอี้สนามบิน ดีที่เราตัดสินใจจองรร.นอนเพื่อความสะดวก ปลอดภัย สบายใจ ยืนรอซักพักก็มีชายหนุ่มอีกคนหน้าตายู่ยี่คงจะกำลังหลับแล้วถูกเพื่อนปลุกขึ้นมา เพื่อพาพวกเราเดินไปที่ Terminal 2
เริ่มทริปก็มาเจอคนดีๆแล้ว หลังจากขอบคุณหนุ่มน้อยคนแรกแล้ว หนุ่มคนที่สองก็พาเราเดินมาถึง Terminal 2 เพื่อไปถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่าโรงแรมอยู่ไหน เธอก็ชี้ไปว่าเลี้ยวซ้ายไป รร.จะอยู่ตรงสุดอาคารเลย โหแค่มาถึงก็เดินเป็นระยะทางหลายกิโล เราเดินมาจนถึงโรงแรมที่ติดกับสถานีตำรวจ หน้าโรงแรมเป็นที่นั่ง มีคนจับจองเก้าอี้เต็มไปหมด ถ้าให้นอนตรงนี้ก็คงนอนไม่หลับ โรงแรมของเราเป็นแคปซูลมีประตูปิดล็อก มีปลั้กไฟ หมอน ผ้าห่มสะอาดมาก แต่ต้องออกไปใช้ห้องน้ำด้านนอก เพราะข้างในมีล็อกเตียงอย่างเดียวเป็นตียงสองชั้น ใครมาก็จำทางเข้าออกให้ดีเพราะเหมือนกันหมด ทางเดินก็มืดๆสลัวๆ ส่วนกระเป๋าเดินทางให้เอาไว้ด้านนอกมีเบอร์รหัสของแขกแต่ละล็อกกุญแจห้องก็เป็นสายรัดข้อมือ ได้กุญแจแล้วก็นอนหลับพักผ่อนอย่างสบายใจก่อนจ้า
5 พฤศจิกายน 2568 วันที่สองของการเดินทาง ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ได้นอนหลับเต็มอิ่มล้างหน้าล้างตา เก็บกระเป๋าเช็คเอาท์ในเวลา 8 โมง ที่จริงโรงแรมเขาให้นอนได้ถึง 10 โมง และไม่สามารถจองหลายวันได้ ถ้าจะอยู่หลายวันยังไงต้องเช็คเอาท์ก่อน 10 โมงแล้วมาเช็คอินใหม่ตามเวลาเช็คอินของโรงแรมเพราะจะมีคนเดินทางมาเช็คอินตลอดเวลา
เดินออกจากโรงแรมผู้คนที่มาจับจองที่นอนตรงที่นั่งพักคอยก็หายไปหมดเหลือแต่เก้าอี้ว่างๆโล่งๆ วันนี้เรามีแพลนที่จะเข้าเมือง เอาของไปฝากไว้ที่โรงแรมแล้วก็ไปเที่ยวในเมืองเฉิงตู
เดินลงไปชั้นใต้ดินไปที่สถานีรถไฟความเร็วสูง Tianfujichang Railway Station การโดยสารรถไฟความเร็วสูงของเฉิงตูเมื่อซื้อตั๋วแล้ว ก่อนเข้าสถานีต้องมีการสแกนสัมภาระทุกครั้ง รวมทั้งรถไฟใต้ดินด้วย โดยเฉพาะขวดน้ำจะสแกนเป็นพิเศษ จากนั้นก็ต้องดูรถขบวนที่เราจะไปจากจอใหญ่ แล้วก็ไปเข้าคิวที่ Gate นั้นๆ
เขาจะไม่ให้เดินลงไปชานชลาเหมือนที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลี ต้องรอให้เขาเรียกแล้วต้องมาเข้าแถวเพื่อสแกนพาสปอร์ตก่อนทุกครั้ง เราชาวต่างชาติต้องมองช่องซ้ายสุดหรือขวาสุดที่จะมีจอและเจ้าหน้าที่ยืนประจำอยู่ สำหรับสแกนพาสปอร์ตของชาวต่างชาติ ยิ่งขบวนทางไกลเช่นไปจิ่วไจ้โกว หวงหลง ซงพาน คนจะเข้าคิวรอการเข้าไปยังชานชลาเยอะมากหลายแถว ถ้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปต่อแถวสำหรับคนจีนที่ใช้บัตรประชาชน ก็ต้องไปต่อแถวสำหรับสแกนพาสปอร์ตของชาวต่างชาติใหม่ทำให้เสียเวลาดังนั้นก่อนเข้าแถวต้องเล็งให้ดีๆก่อนว่าช่องที่สแกนพาสปอร์ตและมีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่
เราซื้อตั๋ว สแกนสัมภาระและพาสปอร์ตแล้วก็มายืนรอที่ชานชลา ใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงสถานี Chengdudong หรือ Chengdu East Railway Station เพื่อเอาสัมภาระมาฝากไว้ที่ Rayfront Hotel & Apartment Chengdu
จาการที่เราดูรีวิวของหลายๆคนให้เดินไปทาง Exit นั่นนี่โน่นเดินด้านล่างลัดเลาะไปทางเดินใต้ดิน แล้วก็มาเจอ Rayfont Hotel เข้าไปถามเขาบอกว่า
ไม่ใช่ที่นี่ต้องเดินออกไปข้างนอกเลี้ยวซ้ายไปก็เดินออกไป ยังหาไม่เจอเดินวนมาถามใหม่เลยถึงบางอ้อ ว่าชื่อโรงแรมเหมือนกันแต่ต่อท้ายไม่เหมือนกัน เพราะเป็น Hotel กับ Hotel Apartment กว่าจะเจอก็ทำเอางง พอเข้าไปเช็คอินแล้วถามว่าตอนนี้มีห้องที่เราสามารถเช็คอินได้ตอนนี้เลยไหม ปรากฏว่ามีห้องสามารถเช็คอินได้เลยจ้า เราจองไว้ 2 คืน ห้องนอนได้ 3 คนสนนราคา 2728 บาท หาร 3 ตกคนละ 909 บาท ถูกมากๆ ห้องพักอยู่บนชั้น 21 เห็นวิวสถานีรถไฟความเร็วสูงเฉิงตูตะวันออก
การจองโรงแรมนี้เพื่อสะดวกในการเดินทางไปหวงหลงในอีก 2 วันข้างหน้า ใครมีแพลนเที่ยวเฉิงตูก่อนไปเที่ยวหวงหลง จิ่วไจ้โกว โดยรถไฟความเร็วสูงก็สามารถมาพักโรงแรมนี้ได้ เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟมากๆ อีกอย่างหลังจากเราเดินจากสถานีมาโรงแรมทางใต้ดินมาหลายวัน เราเพิ่งรู้ว่าการเดินออกจากหน้าสถานีบนดิน แล้วข้ามถนนมาก็ถึงโรงแรมแล้ว ไปเดินวนอยู่ใต้ดินมาเสียเวล่ำเวลา บางทีการเดินออกนอกเส้นทางที่เขาบอกต่อๆกันมาบ้าง ก็จะทำให้เราได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆที่สะดวกกว่ามาบอกเพื่อนๆ
วิวจากหน้าต่างมองเห็นสถานีรถไฟความเร็วสูงอยู่ข้างล่างนี่เองใกล้มาก
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้