แต่ถ้าย้อนดูดี ๆ Yoguruto ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ เปิดสาขาแรกตั้งแต่ปี 2563 ที่หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา วันนี้มีสาขากว่า 250 แห่ง (ขยายด้วยโมเดลแฟรนไชส์) คำถามคือ…
ทำไมเพิ่งมาแมสเอาตอนนี้ ?
1)
พลังของ UGC จุดกระแสแบบไม่ต้องยิงแอด
- กระแสของ Yoguruto เริ่มจากคอนเทนต์รีวิวบน
TikTok โดยเฉพาะเมนู “โยเกิร์ตสดปั่นข้าวเหนียวนิล” สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่คอนเทนต์ที่แบรนด์จ้างอินฟลูฯ ทำ แต่มันคือ
User Generated Content (UGC) ลูกค้าซื้อกินเอง ชอบเอง แล้วรีวิวเอง
- ข้อดีของ UGC คือ ดูจริง ไม่ปรุงแต่ง , น่าเชื่อถือกว่าโฆษณา , ทำให้คนดูรู้สึกว่า “มันน่าจะอร่อยจริง”
พอคลิปหนึ่งเริ่มติดอัลกอริทึม มันก็ลามไปเรื่อย ๆ แบบไฟลามทุ่ง
2)
FOMO กลัวตกเทรนด์ = เครื่องเร่งยอดขาย
- เมื่อรีวิวเริ่มเยอะ คนเริ่มเห็นภาพ “ต่อคิว” หน้าร้าน พฤติกรรม
Fear of Missing Out (FOMO) ก็ทำงานทันที คนจำนวนหนึ่งไม่ได้แค่อยากกินเพราะหิว แต่อยากกินเพราะ “กลัวตกเทรนด์” ยิ่งเห็นเพื่อนลงสตอรี่ ยิ่งเห็นคิวแน่น ยิ่งรู้สึกว่า “ต้องไปลอง” และพอมีคนไปลองเพิ่ม คอนเทนต์ก็ยิ่งเพิ่ม กลายเป็นวงจรไวรัลแบบทวีคูณ
3)
ราคา 49 บาท = เข้าถึง Mass จริง
- จุดสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ “ราคา” Yoguruto เปิดราคาที่ 49 บาท ซึ่งถือว่าเป็น Affordable Pricing ชัดเจน ลองเทียบกับเครื่องดื่มในห้างตอนนี้ หลายแบรนด์แตะ 90–120 บาทแล้ว
- 49 บาท ทำให้เกิด 2 อย่างพร้อมกัน: คนกล้าลองตามกระแส (เพราะไม่เสียดายเงินมาก) คนที่ชอบจริง สามารถซื้อซ้ำได้บ่อย นี่คือจุดเปลี่ยนจาก “ลูกค้าตามไวรัล” ไปสู่ “ลูกค้าประจำ”
4)
สาขาเยอะ = Visibility สูง
- ตอนนี้ Yoguruto มีมากกว่า 250 สาขา ด้วยโมเดลแฟรนไชส์ พอกระแสมาแล้ว ลูกค้าเจอร้านได้ง่าย ต่างจากหลายแบรนด์ที่ดังแต่หาซื้อยาก
กระแสเลยไม่ต่อเนื่อง กรณีนี้คือ
กระแสมา + ร้านมีพอรองรับ = โตต่อได้
สรุป: ถูกที่ ถูกเวลา จริงไหม ?
- ถ้าถามว่าทำไมเพิ่งแมสวันนี้ ผมมองว่าไม่ใช่แค่ “ดวงดี” แต่มันคือการที่หลายปัจจัยมาเจอกันพอดี: UGC บน TikTok จุดไฟ FOMO เร่งยอด ราคาเข้าถึงง่าย สาขาพร้อมรองรับ โมเดลแฟรนไชส์ขยายเร็ว
ที่มา
MarketThink
วิเคราะห์การตลาด Yoguruto ก่อตั้งมาเกือบ 6 ปี แต่ทำไมเพิ่งมาแมสมาก ๆ วันนี้ ?
1) พลังของ UGC จุดกระแสแบบไม่ต้องยิงแอด
- กระแสของ Yoguruto เริ่มจากคอนเทนต์รีวิวบน TikTok โดยเฉพาะเมนู “โยเกิร์ตสดปั่นข้าวเหนียวนิล” สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่คอนเทนต์ที่แบรนด์จ้างอินฟลูฯ ทำ แต่มันคือ User Generated Content (UGC) ลูกค้าซื้อกินเอง ชอบเอง แล้วรีวิวเอง
- ข้อดีของ UGC คือ ดูจริง ไม่ปรุงแต่ง , น่าเชื่อถือกว่าโฆษณา , ทำให้คนดูรู้สึกว่า “มันน่าจะอร่อยจริง”
พอคลิปหนึ่งเริ่มติดอัลกอริทึม มันก็ลามไปเรื่อย ๆ แบบไฟลามทุ่ง
2) FOMO กลัวตกเทรนด์ = เครื่องเร่งยอดขาย
- เมื่อรีวิวเริ่มเยอะ คนเริ่มเห็นภาพ “ต่อคิว” หน้าร้าน พฤติกรรม Fear of Missing Out (FOMO) ก็ทำงานทันที คนจำนวนหนึ่งไม่ได้แค่อยากกินเพราะหิว แต่อยากกินเพราะ “กลัวตกเทรนด์” ยิ่งเห็นเพื่อนลงสตอรี่ ยิ่งเห็นคิวแน่น ยิ่งรู้สึกว่า “ต้องไปลอง” และพอมีคนไปลองเพิ่ม คอนเทนต์ก็ยิ่งเพิ่ม กลายเป็นวงจรไวรัลแบบทวีคูณ
3) ราคา 49 บาท = เข้าถึง Mass จริง
- จุดสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ “ราคา” Yoguruto เปิดราคาที่ 49 บาท ซึ่งถือว่าเป็น Affordable Pricing ชัดเจน ลองเทียบกับเครื่องดื่มในห้างตอนนี้ หลายแบรนด์แตะ 90–120 บาทแล้ว
- 49 บาท ทำให้เกิด 2 อย่างพร้อมกัน: คนกล้าลองตามกระแส (เพราะไม่เสียดายเงินมาก) คนที่ชอบจริง สามารถซื้อซ้ำได้บ่อย นี่คือจุดเปลี่ยนจาก “ลูกค้าตามไวรัล” ไปสู่ “ลูกค้าประจำ”
4) สาขาเยอะ = Visibility สูง
- ตอนนี้ Yoguruto มีมากกว่า 250 สาขา ด้วยโมเดลแฟรนไชส์ พอกระแสมาแล้ว ลูกค้าเจอร้านได้ง่าย ต่างจากหลายแบรนด์ที่ดังแต่หาซื้อยาก
กระแสเลยไม่ต่อเนื่อง กรณีนี้คือ กระแสมา + ร้านมีพอรองรับ = โตต่อได้
สรุป: ถูกที่ ถูกเวลา จริงไหม ?
- ถ้าถามว่าทำไมเพิ่งแมสวันนี้ ผมมองว่าไม่ใช่แค่ “ดวงดี” แต่มันคือการที่หลายปัจจัยมาเจอกันพอดี: UGC บน TikTok จุดไฟ FOMO เร่งยอด ราคาเข้าถึงง่าย สาขาพร้อมรองรับ โมเดลแฟรนไชส์ขยายเร็ว
ที่มา MarketThink