สวัสดีค่ะ ขออนุญาตมาเล่าประสบการณ์จริงของตัวเอง เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่กำลังสนใจจะไปสักลายมือ หรือไปดูดวงตามกระแสในโซเชียล
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวเองจริงเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายใคร และไม่ได้ต้องการให้ใครเสื่อมเสีย แต่อยากเล่าไว้เป็นข้อมูลให้คนอื่นได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับกรณีการลวนลามหญิงสาวจากผู้ที่เป็นสัปเหร่ออ้างตัวว่าเป็นผู้มีวิชา เราเลยเข้าใจความรู้สึกของผู้เสียหายมาก เพราะเคยมีประสบการณ์ที่คล้ายกันในแง่ของการถูกหลอก และการทำไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้
บางครั้งภาพที่เราเห็นในโซเชียลกับความเป็นจริงมันอาจไม่เหมือนกัน
ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียหายโง่ แต่บางสถานการณ์มันทำให้รู้สึกกดดัน หนีออกมายาก และตัดสินใจลำบาก
ขอออกตัวก่อนว่า อย่าเพิ่งด่าเราว่าโง่นะคะ
มันเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล ถ้าเจอคนซื่อตรงจริง ๆ ก็อาจไม่มีปัญหาอะไร
แต่ของเราโชคร้ายที่เจอกับสิ่งที่ไม่โปร่งใส
🤍จุดเริ่มต้น ตอนนั้นเราอายุประมาณ 20 ต้น ๆ
เป็นวัยอยากรู้อยากลองอะไรใหม่ๆ อยากหาประสบการณ์ เห็นดารา พิธีกร คนดัง ไปสักลายมือกันเยอะ
ก็เลยตัดสินใจไปบ้าง พูดตรง ๆ ว่าตามกระแสค่ะ อะไรที่เราคิดว่าจะดีก็อยากทำ
เราเลือกไปสัก “ลายมือเศรษฐี” กับอาจารย์ ป. ที่มีชื่อเสียงมากในช่วงนั้ทักไปจองคิวและโอนมัดจำไปประมาณ 2,000 บาท (จำตัวเลขเป๊ะ ๆ ไม่ได้)
มีตัวเลือกว่าถ้าสักกับลูกศิษย์จะราคาถูกกว่า
แต่ถ้าสักกับอาจารย์ ป. โดยตรง จะต้องเพิ่มเงินอีกเท่าตัว เราก็เลือกสักกับอาจารย์ ป. เอง
🚘วันไปสักจริง เดินทางไปถึงนนทบุรี สิ่งแรกที่ให้ทำคือ ลงทะเบียน และขอบัตรประชาชน
ตรงนี้อยากให้ทุกคนจำไว้ให้ดีมาก ๆ ค่ะ ตอนนั้นเราบอกว่า “ลืมบัตรประชาชน”
เขาบอกว่าใช้ใบขับขี่ก็ได้ แฟนเลยเสนอว่าจะใช้บัตรประชาชนของแฟนแทน
แต่เรารู้สึกไม่อยากให้ข้อมูลส่วนตัวของแฟนกับใคร
กลัวว่าจะเกิดปัญหาภายหลัง สุดท้ายเลยบอกไปว่า “อ๋อ เจอแล้วค่ะ” แล้วก็ยื่นบัตรประชาชนของตัวเองให้
ทั้งที่ในใจรู้สึกแปลกว่าทำไมต้องใช้บัตรประชาชนด้วย
แต่ตอนนั้นคิดว่าโอนมัดจำไปแล้ว จะกลับก็ไม่ได้
คนรอคิวเยอะมาก ส่วนใหญ่บอกว่ามาจากโฆษณาใน Facebook (สมัยนั้นยังไม่มี TikTok)
👻สิ่งที่เริ่มรู้สึกผิดปกติ
ระหว่างนั่งรอ เรา(ชอบสังเกตุ)เห็นหลายคนเดินออกมา
สีหน้าทุกคนคล้ายกัน คืองง ๆ นิ่ง ๆ ไม่ยิ้ม
ที่แปลกคือ ทุกคนถือถุงพลาสติกที่มีทิชชู่เปียกจำนวนมาก
หลายโหล
เราสงสัยมากว่าทิชชู่มาจากไหน แจกให้หรือเปล่า หรือเกิดอะไรขึ้น
จากประสบการณ์ส่วนตัว เวลาคนไปดูดวงหรือทำพิธีแล้วรู้สึกดี
มักจะยิ้ม หน้าสดใส พูดคุยกัน แต่ที่เห็นคือคนที่สักเสร็จไม่มีใครดูสบายใจเลย
ตอนถึงคิวเรา ต้องจ่ายเงินเพิ่มหน้างานอีก 6,000(รวมกัน6-8พัน) บาท ถ้าจำไม่ผิดลืมค่ะขออภัยแต่แถวๆนี้ เพราะมีมัดจำ
เราทักทายและยิ้มให้ อ. ป.
เขาบอกทันทีว่า “ไม่ดูดวงให้นะคะ และไม่ต้องพูด ห้ามถามอะไร” บอกประมาณนี้
เราก็คิดว่าอาจเพราะคิวเยอะ
แต่สิ่งที่พีคคือ อาจารย์ ป. ไม่ได้สักลายมือให้ทั้งหมด
เจ้าหน้าที่คนอื่นเป็นคนทำให้เกือบหมด
อาจารย์ ป. แค่ขีดปากกาแดง 3 ขีดเร็ว ๆ ดูไม่มีหลักการ
แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 3,000 บาท
ในใจเราคิดเลยว่า
“แค่นี้เหรอ?”
หลังทำเสร็จ 🤲
เราเดินออกมาด้วยความรู้สึกงง ๆ เหมือนคนอื่น
แต่เราไม่ได้ทิชชู่ คิดว่าคนที่ได้ทิชชู่คงจ่ายเงินหลักหมื่น
มีผู้หญิงที่นั่งรอถามเราว่าเป็นยังไงบ้าง แต่เรารู้สึกว่าไม่กล้าพูดตรง ๆ เพราะเจ้าหน้าที่อยู่เต็มไปหมด
เลยตอบแค่ว่า “เจ็บนิดนึงค่ะ” ตอนนั้นรู้สึกเสียความรู้สึกไปประมาณ 50%
สิ่งที่ตามมา
เรานำประสบการณ์ไปรีวิวตามจริงในเพจของเขา
เล่าเฉพาะสิ่งที่เราเจอ ไม่ได้ด่า ไม่ได้ใส่ร้าย
บางคนเชื่อ บางคนหาว่าเราไปดิสเครดิตเขา
ประมาณไม่ถึง 1 เดือน
มีเอกสารบางคล้ายหมายสาร อย่างเกี่ยวกับพรบ.คอมถูกส่งไปที่บ้านตามทะเบียนบ้าน
ทั้งที่เราไม่ได้อยู่ที่นั่น แม่โทรมาด้วยความตกใจและเครียดมาก
เราไม่รู้ว่าเขาไปแจ้งความหรือทำอะไร
ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือไม่ แต่จากวิธีการและจากที่เขามีชื่อเสียงมาก
เรารู้สึกว่าเขามีอิทธิพลพอสมควร
ตัวเราไม่กลัว เพราะพูดความจริง แต่ไม่อยากให้แม่เครียด เลยตัดสินใจลบรีวิวทั้งหมด
ตอนนั้นถึงเข้าใจว่า
ทำไมไม่มีรีวิวเชิงลบ เพราะเขาใช้ข้อมูลจากบัตรประชาชน
เพื่อส่งเอกสารไปข่มขู่คุกคาม
ตั้งแต่แรกที่ขอบัตรประชาชน ก็คือมีข้อมูลที่อยู่ผู้เสียหายแล้ว
อยากเตือนทุกคน ไม่ว่าจะไปดูดวง ไปสักลายมือ หรือไปทำพิธีอะไร
อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวสำคัญ
เช่น บัตรประชาชน หรือที่อยู่จริง แม้แต่การเขียนเองก็ควรระวัง
เพื่อป้องกันการถูกคุกคามภายหลัง
ความเห็นส่วนตัว
การสักลายมือเป็นเรื่องความเชื่อ ใครสบายใจแบบไหนก็แล้วแต่
แต่ขอแนะนำว่า ลองน้อย ๆ ก่อน อย่าเพิ่งเสียเงินก้อนใหญ่
จะได้ไม่เสียดายมาก ตอนที่เราโพสต์รีวิว มีผู้เสียหายทักมาหาเราหลายคน
เคยมีรายการดังรายการหนึ่งติดต่อมา
อยากให้เราไปรวมกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 6 คน
เพื่อทำเป็นสื่อ แต่พอเล่าว่ามีการส่งเอกสารไปข่มขู่
ทุกคนก็กลัว ไม่กล้าออกมา
สุดท้ายเรื่องเลยเงียบ
หลังจากสักมาก็ไม่ได้คาดหวัง100% ว่าชีวิตจะเปลี่ยนแปลงโดยไม่ทำอะไรค่ะ ชีวิตก็ปกติ มีไม่ปกติตรงที่โดน อ. สักคุกคามนี่แหละค่ะ
เราคิดว่าถ้าเขาบริสุทธิ์ใจต้องอธิบายไม่ใช่ไล่ ลบ /แบน และไล่ฟ้องผู้เสียหาย แบบนี้เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าจงใจเจตนาทำ
สรุป
เราอยากมาโพสต์เตือนภัย
เพราะคิดว่าหลายคนอาจกำลังตัดสินใจจะไป
ขอให้ใช้วิจารณญาณให้มาก
อย่าหลงเชื่อเพียงภาพในโซเชียล
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
หวังว่าประสบการณ์ของเราจะช่วยให้ใครสักคนไม่ต้องเจอแบบเดียวกัน
เตือนภัยคนที่คิดจะไป “สักลายมือ” จากประสบการณ์จริงของเรา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวเองจริงเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายใคร และไม่ได้ต้องการให้ใครเสื่อมเสีย แต่อยากเล่าไว้เป็นข้อมูลให้คนอื่นได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับกรณีการลวนลามหญิงสาวจากผู้ที่เป็นสัปเหร่ออ้างตัวว่าเป็นผู้มีวิชา เราเลยเข้าใจความรู้สึกของผู้เสียหายมาก เพราะเคยมีประสบการณ์ที่คล้ายกันในแง่ของการถูกหลอก และการทำไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้
บางครั้งภาพที่เราเห็นในโซเชียลกับความเป็นจริงมันอาจไม่เหมือนกัน
ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียหายโง่ แต่บางสถานการณ์มันทำให้รู้สึกกดดัน หนีออกมายาก และตัดสินใจลำบาก
ขอออกตัวก่อนว่า อย่าเพิ่งด่าเราว่าโง่นะคะ
มันเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล ถ้าเจอคนซื่อตรงจริง ๆ ก็อาจไม่มีปัญหาอะไร
แต่ของเราโชคร้ายที่เจอกับสิ่งที่ไม่โปร่งใส
🤍จุดเริ่มต้น ตอนนั้นเราอายุประมาณ 20 ต้น ๆ
เป็นวัยอยากรู้อยากลองอะไรใหม่ๆ อยากหาประสบการณ์ เห็นดารา พิธีกร คนดัง ไปสักลายมือกันเยอะ
ก็เลยตัดสินใจไปบ้าง พูดตรง ๆ ว่าตามกระแสค่ะ อะไรที่เราคิดว่าจะดีก็อยากทำ
เราเลือกไปสัก “ลายมือเศรษฐี” กับอาจารย์ ป. ที่มีชื่อเสียงมากในช่วงนั้ทักไปจองคิวและโอนมัดจำไปประมาณ 2,000 บาท (จำตัวเลขเป๊ะ ๆ ไม่ได้)
มีตัวเลือกว่าถ้าสักกับลูกศิษย์จะราคาถูกกว่า
แต่ถ้าสักกับอาจารย์ ป. โดยตรง จะต้องเพิ่มเงินอีกเท่าตัว เราก็เลือกสักกับอาจารย์ ป. เอง
🚘วันไปสักจริง เดินทางไปถึงนนทบุรี สิ่งแรกที่ให้ทำคือ ลงทะเบียน และขอบัตรประชาชน
ตรงนี้อยากให้ทุกคนจำไว้ให้ดีมาก ๆ ค่ะ ตอนนั้นเราบอกว่า “ลืมบัตรประชาชน”
เขาบอกว่าใช้ใบขับขี่ก็ได้ แฟนเลยเสนอว่าจะใช้บัตรประชาชนของแฟนแทน
แต่เรารู้สึกไม่อยากให้ข้อมูลส่วนตัวของแฟนกับใคร
กลัวว่าจะเกิดปัญหาภายหลัง สุดท้ายเลยบอกไปว่า “อ๋อ เจอแล้วค่ะ” แล้วก็ยื่นบัตรประชาชนของตัวเองให้
ทั้งที่ในใจรู้สึกแปลกว่าทำไมต้องใช้บัตรประชาชนด้วย
แต่ตอนนั้นคิดว่าโอนมัดจำไปแล้ว จะกลับก็ไม่ได้
คนรอคิวเยอะมาก ส่วนใหญ่บอกว่ามาจากโฆษณาใน Facebook (สมัยนั้นยังไม่มี TikTok)
👻สิ่งที่เริ่มรู้สึกผิดปกติ
ระหว่างนั่งรอ เรา(ชอบสังเกตุ)เห็นหลายคนเดินออกมา
สีหน้าทุกคนคล้ายกัน คืองง ๆ นิ่ง ๆ ไม่ยิ้ม
ที่แปลกคือ ทุกคนถือถุงพลาสติกที่มีทิชชู่เปียกจำนวนมาก
หลายโหล
เราสงสัยมากว่าทิชชู่มาจากไหน แจกให้หรือเปล่า หรือเกิดอะไรขึ้น
จากประสบการณ์ส่วนตัว เวลาคนไปดูดวงหรือทำพิธีแล้วรู้สึกดี
มักจะยิ้ม หน้าสดใส พูดคุยกัน แต่ที่เห็นคือคนที่สักเสร็จไม่มีใครดูสบายใจเลย
ตอนถึงคิวเรา ต้องจ่ายเงินเพิ่มหน้างานอีก 6,000(รวมกัน6-8พัน) บาท ถ้าจำไม่ผิดลืมค่ะขออภัยแต่แถวๆนี้ เพราะมีมัดจำ
เราทักทายและยิ้มให้ อ. ป.
เขาบอกทันทีว่า “ไม่ดูดวงให้นะคะ และไม่ต้องพูด ห้ามถามอะไร” บอกประมาณนี้
เราก็คิดว่าอาจเพราะคิวเยอะ
แต่สิ่งที่พีคคือ อาจารย์ ป. ไม่ได้สักลายมือให้ทั้งหมด
เจ้าหน้าที่คนอื่นเป็นคนทำให้เกือบหมด
อาจารย์ ป. แค่ขีดปากกาแดง 3 ขีดเร็ว ๆ ดูไม่มีหลักการ
แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 3,000 บาท
ในใจเราคิดเลยว่า
“แค่นี้เหรอ?”
หลังทำเสร็จ 🤲
เราเดินออกมาด้วยความรู้สึกงง ๆ เหมือนคนอื่น
แต่เราไม่ได้ทิชชู่ คิดว่าคนที่ได้ทิชชู่คงจ่ายเงินหลักหมื่น
มีผู้หญิงที่นั่งรอถามเราว่าเป็นยังไงบ้าง แต่เรารู้สึกว่าไม่กล้าพูดตรง ๆ เพราะเจ้าหน้าที่อยู่เต็มไปหมด
เลยตอบแค่ว่า “เจ็บนิดนึงค่ะ” ตอนนั้นรู้สึกเสียความรู้สึกไปประมาณ 50%
สิ่งที่ตามมา
เรานำประสบการณ์ไปรีวิวตามจริงในเพจของเขา
เล่าเฉพาะสิ่งที่เราเจอ ไม่ได้ด่า ไม่ได้ใส่ร้าย
บางคนเชื่อ บางคนหาว่าเราไปดิสเครดิตเขา
ประมาณไม่ถึง 1 เดือน
มีเอกสารบางคล้ายหมายสาร อย่างเกี่ยวกับพรบ.คอมถูกส่งไปที่บ้านตามทะเบียนบ้าน
ทั้งที่เราไม่ได้อยู่ที่นั่น แม่โทรมาด้วยความตกใจและเครียดมาก
เราไม่รู้ว่าเขาไปแจ้งความหรือทำอะไร
ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือไม่ แต่จากวิธีการและจากที่เขามีชื่อเสียงมาก
เรารู้สึกว่าเขามีอิทธิพลพอสมควร
ตัวเราไม่กลัว เพราะพูดความจริง แต่ไม่อยากให้แม่เครียด เลยตัดสินใจลบรีวิวทั้งหมด
ตอนนั้นถึงเข้าใจว่า
ทำไมไม่มีรีวิวเชิงลบ เพราะเขาใช้ข้อมูลจากบัตรประชาชน
เพื่อส่งเอกสารไปข่มขู่คุกคาม
ตั้งแต่แรกที่ขอบัตรประชาชน ก็คือมีข้อมูลที่อยู่ผู้เสียหายแล้ว
อยากเตือนทุกคน ไม่ว่าจะไปดูดวง ไปสักลายมือ หรือไปทำพิธีอะไร
อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวสำคัญ
เช่น บัตรประชาชน หรือที่อยู่จริง แม้แต่การเขียนเองก็ควรระวัง
เพื่อป้องกันการถูกคุกคามภายหลัง
ความเห็นส่วนตัว
การสักลายมือเป็นเรื่องความเชื่อ ใครสบายใจแบบไหนก็แล้วแต่
แต่ขอแนะนำว่า ลองน้อย ๆ ก่อน อย่าเพิ่งเสียเงินก้อนใหญ่
จะได้ไม่เสียดายมาก ตอนที่เราโพสต์รีวิว มีผู้เสียหายทักมาหาเราหลายคน
เคยมีรายการดังรายการหนึ่งติดต่อมา
อยากให้เราไปรวมกลุ่มผู้เสียหายประมาณ 6 คน
เพื่อทำเป็นสื่อ แต่พอเล่าว่ามีการส่งเอกสารไปข่มขู่
ทุกคนก็กลัว ไม่กล้าออกมา
สุดท้ายเรื่องเลยเงียบ
หลังจากสักมาก็ไม่ได้คาดหวัง100% ว่าชีวิตจะเปลี่ยนแปลงโดยไม่ทำอะไรค่ะ ชีวิตก็ปกติ มีไม่ปกติตรงที่โดน อ. สักคุกคามนี่แหละค่ะ
เราคิดว่าถ้าเขาบริสุทธิ์ใจต้องอธิบายไม่ใช่ไล่ ลบ /แบน และไล่ฟ้องผู้เสียหาย แบบนี้เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าจงใจเจตนาทำ
สรุป
เราอยากมาโพสต์เตือนภัย
เพราะคิดว่าหลายคนอาจกำลังตัดสินใจจะไป
ขอให้ใช้วิจารณญาณให้มาก
อย่าหลงเชื่อเพียงภาพในโซเชียล
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
หวังว่าประสบการณ์ของเราจะช่วยให้ใครสักคนไม่ต้องเจอแบบเดียวกัน