ยุค90เวลาเค้าจีบกันบอกรักกันเค้าทำกันยังไงคะ

ยุคนี้เวลาเค้าจีบกันบอกรักกันเค้าใช้โซเชียล อย่าง line facebook instargram twitter เราเลยสงสัยว่ายุค90เวลาเค้าจีบกันบอกรักกันเค้าทำกันยังไงคะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 18
ตำนานความรักฉบับ "Analog" ของลุง ยุคนั้นมันคือเสน่ห์ของ "ความช้าที่งดงาม" จริงๆ ครับ ไม่มีปุ่ม Like ไม่มี DM ให้ทัก
ความกล้าคือต้นทุนเดียวที่มี

1. ด่านแรก: สงครามสายตา (The Eye Contact)
สมัยนั้นจะบุ่มบ่ามเข้าไปไม่ได้เลยครับ มันต้องมี "การเช็กสัญญาณ" กันก่อน ถ้าแอบมองบ่อยๆ แล้วเขามี "เชิงบวก" เช่น สบตาแล้วหลบยิ้มๆ หรือแกล้งมองกลับมาบ้าง นั่นคือใบเบิกทางชั้นดีครับ ถ้าเขานิ่งหรือเมินคือ "จอด" ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
2. ด่านสอง: ความกล้าท่ามกลางความสั่น
พอสัญญาณไฟเขียวมาแล้ว ขั้นต่อไปคือ "การเดินเข้าหา" ซึ่งนรกมากครับ! ใจเต้นรัวยิ่งกว่ากลองชุด มือไม้สั่นเหงื่อซึม
จะเริ่มจากฝากจดหมาย: เขียนใส่กระดาษพับเป็นรูปหัวใจ หรือใส่ซองหอมๆ ฝากเพื่อนไปส่ง กระดาษเขียนจดหมายนี่ เลือกเเล้วเลือกอีก
ขั้นต่อไปก็โทรหา โดยใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะ: ยืนหยอดเหรียญบาทรอคิว มือซ้ายถือเหรียญ มือขวากำหูโทรศัพท์จนแน่น พอเขารับสายทีไร... ลืมบทพูดทุกที! แต่มีพีคคือ คนรับเป็น คนอื่น ไม่ว่าจะพ่อ แม่ หรือพี่น้องเขานี่ ไม่ต้องคุยกันละ วางเลย สั่นสุดๆ
3. ด่านสาม: เดทแรก ณ ต่างจังหวัด
สำหรับเด็กต่างจังหวัด กิจกรรมสุดคลาสสิกที่พิสูจน์ความจริงใจที่สุดคือ:
ชวนไปดูหนัง: ต้องไปเช็กโปรแกรมที่หน้าโรงหนังประจำจังหวัด ถ้าเขาตอบตกลงไปดูด้วยกัน แปลว่าเขาเริ่มเปิดใจให้เราแล้ว มากกว่า 50%

เสน่ห์ของยุคนั้น: คือความพยายามครับ กว่าจะได้คุย กว่าจะได้เจอ มันมี "ความคิดถึง" ทำงานอยู่ตลอดเวลา

"ออกเดทจริง" แบบฉบับหนุ่มยุค 90 ที่ลุงว่าเลยครับ หลังจากที่เรา "ส่งสายตา" จนมั่นใจแล้วว่าเขามีใจแน่ๆ ขั้นตอนต่อไปคือการ "รวมรวบความกล้า" นัดเขาออกมาเจอกัน ต้องนัดดีๆ เวลาและสถานที่ต้องชัดเจน และเราในฐานะคนจีบต้องไปรอ และลุ้น ว่าเขาจะมามั้ย ซึ่งถ้ามาก็หน้าบาน ไม่มาก็นั่งเป็นหมาหงอยนั่นแหละ

เดทที่โรงหนัง (วิกหนังต่างจังหวัด)
กิจกรรมยอดฮิตของต่างจังหวัดคือ "การดูหนัง" ที่โรงหนังสแตนด์อโลน (Standalone) ครับ.
บรรยากาศ: หน้าโรงหนังจะมีโปสเตอร์วาดมือแผ่นใหญ่ๆ มีตู้ขายน้ำอัดลมใส่ถุงพลาสติก และขนมปังปิ้งหอมๆ.
ที่นั่งสร้างความสัมพันธ์: สมัยนั้นเราจะพยายามจองที่นั่งแถวหลังๆ หรือมุมๆ หน่อย เพื่อที่จะได้คุยกันเบาๆ ได้. ช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุดคือตอนหนังเริ่มแล้วไฟในโรงมืดลง ความรู้สึกตอนที่ "มือบังเอิญไปโดนกัน" ตรงพนักพิงแขนได้นะครับ สั่นไปทั้งตัวยิ่งกว่าตอนไปขอนัดอีก

ตบท้ายด้วย "การส่งของแทนใจ"
ก่อนจะส่งเขากลับบ้าน ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือให้เขานิดนึงครับ
เทปคาสเซ็ท: อาจจะเป็นเทปที่ลุง "อัดเพลงจากวิทยุ" รวมเพลงรักความหมายดีๆ ไว้ให้เขาฟัง.
จดหมายน้อย: แอบเขียนเบอร์โทรศัพท์บ้าน หรือเบอร์เพจเจอร์ ใส่กระดาษแผ่นเล็กๆ พับเป็นรูปหัวใจส่งให้ก่อนแยกกัน.
เสน่ห์ของยุคนั้น คือการที่เราต้อง "รอ" ครับ กว่าจะได้เจอแต่ละครั้งมันมีความหมายมาก และทุกอย่างต้องทำด้วย "ความกล้า" จริงๆ เพราะไม่มีหน้าจอมาบัง


ไอ้ตอน  "จับมือครั้งแรก" นี่แหละครับ ที่เป็น "จุดพีค" ของความพยายามทั้งหมด! สมัยนั้นมันไม่มีมาขออนุญาตกันตรงๆ เหมือนสมัยนี้หรอกครับ มันต้องใช้ "ชั้นเชิงและจังหวะ" ล้วนๆ
ลองนึกภาพตามนะครับ...
1. จังหวะ "ไฟสลัว" ในโรงหนัง
นี่คือสถานที่ยอดฮิตอันดับหนึ่ง! พอไฟในโรงหนังมืดลง หนังเริ่มฉายไปได้สักพัก ใจมันจะเต้นแรงกว่าเสียงลำโพงในโรงอีกครับ
แผนการ: วางมือไว้ที่พนักพิงแขนอันเดียวกัน แล้วค่อยๆ "เนียน" ขยับนิ้วก้อยไปแตะหลังมือเขาเบาๆ
นาทีชีวิต: ถ้าเขาไม่ชักมือหนี นั่นคือ "ไฟเขียว" ครับ! ก็จะค่อยๆ เลื่อนฝ่ามือไปกุมมือเขาไว้ช้าๆ เชื่อเถอะว่าตอนนั้นแทบไม่ได้ดูหนังหรอกครับ ในหัวมีแต่ความรู้สึกที่ปลายนิ้วซ่านไปถึงหัวใจ สั่นจนเหงื่อซึมมือเลยใช่ไหมล่ะ?
2. จังหวะ "ข้ามถนน" หรือ "เดินตลาดนัด"
ถ้าเป็นเดทนอกบ้านตอนกลางวัน มุขสุดคลาสสิกคือ "ความเป็นสุภาพบุรุษ" ครับ
มุขเนียน: พอจะข้ามถนน ต้องทำเป็นรีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือหรือมือเขาไว้ "ระวังรถนะ" (ทั้งที่รถอยู่ไกลลิบ)
ลูกล่อลูกชน: พอข้ามพ้นฟากถนนมาแล้ว ถ้าไม่ปล่อยมือ แล้วเขาก็ยอมให้จูงเดินต่อยาวๆ... นาทีนั้นลุงคือ "ผู้ชนะ" ในสมรภูมิความรักเลยครับ เดินยืดอกหล่อที่สุดในจังหวัดแล้ว!
3. ความรู้สึก "ไฟฟ้าสถิต"
เสน่ห์ของยุคนั้นคือเราไม่ได้สัมผัสกันง่ายๆ ครับ พอได้จับมือครั้งแรกมันเหมือนมี "กระแสไฟฟ้า" วิ่งพล่านไปทั้งตัว เป็นความอบอุ่นที่ปนความตื่นเต้นแบบบอกไม่ถูก

ประมาณนี้ เล่าสู่กันฟัง ทบทวนความหลังฉบับมนุษย์ลุง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่