
: Love on the Spectrum (2020) - ดูแล้วอมยิ้มไปกับความรักที่บริสุทธิ์... นี่แหละของจริง!
สวัสดีครับชาวพันทิปทุกคน วันนี้ผมมีซีรีส์เรียลลิตี้ที่อยากจะมาแนะนำให้ได้ดูกันครับ ชื่อว่า "Love on the Spectrum" ฉบับปี 2020 ที่ผมเพิ่งดูจบไป มันเป็นอะไรที่แบบ... ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมากจริงๆ ครับ ไม่ได้มีดราม่าจัดหนักอะไร แต่กลับเป็นความจริงที่สวยงามมากๆ ที่ทำให้เราได้เห็นมุมมองความรักที่แตกต่างออกไป
หลายคนอาจจะเคยดูรายการหาคู่มาเยอะแล้วนะครับ ทั้งแบบที่จัดฉาก หรือแบบที่เน้นความหวือหวา แต่ "Love on the Spectrum" นี่มันคนละเรื่องกันเลยครับ อันนี้คือพาเราไปติดตามชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง ที่มีความพิเศษในตัวเอง นั่นคือ "ออทิสติกสเปกตรัม" พวกเขาเหล่านั้นกำลังมองหาความรัก และรายการก็พาเราไปดูตั้งแต่กระบวนการเตรียมตัว การนัดเดท ไปจนถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ซึ่งบอกเลยว่ามันมีทั้งความตลก ความน่ารัก และความซาบซึ้งปนเปกันไปหมด
สิ่งที่ผมชอบมากๆ คือความจริงใจของตัวละครทุกคนครับ พวกเขาไม่ได้พยายามเป็นคนอื่น หรือเสแสร้งอะไรเลย ทุกอย่างที่ออกมาคือตัวตนจริงๆ ของพวกเขา การแสดงออกทางอารมณ์ การสื่อสาร หรือแม้แต่ความกังวลต่างๆ มันดูจริงมากๆ จนบางทีเราก็แอบลุ้นตามไปด้วยนะว่าเดทนี้จะเป็นยังไง จะไปรอดไหม
อย่างเช่น เคซี่ (Kasey) กับไมเคิล (Michael) สองคนนี้เป็นคู่ที่ผมเอาใจช่วยสุดๆ เลยครับ การที่เคซี่ต้องเจอความกดดันจากครอบครัว หรือการที่ไมเคิลต้องพยายามสื่อสารความรู้สึกตัวเองออกมา มันทำให้เราเห็นถึงความพยายามของพวกเขาจริงๆ ในการที่จะหาคนที่ใช่ แล้วเวลาที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน ได้หัวเราะ ได้คุยกัน มันรู้สึกได้เลยถึงความสุขที่บริสุทธิ์จริงๆ
แล้วก็ยังมี โดมินิก (Dominic) ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ "สตาร์ วอร์ส" อันนี้ผมชอบมากเลยครับ เวลาเขาพูดถึงความชอบของตัวเองแล้วตาเป็นประกาย มันดูน่ารักมากๆ แล้วเขาก็มีความคาดหวังชัดเจนมากๆ ว่าอยากได้คนที่เข้าใจและชอบในสิ่งที่เขาชอบเหมือนกัน การที่เขาได้เจอคนที่มีความสนใจคล้ายๆ กัน หรืออย่างน้อยก็เปิดใจรับฟังในสิ่งที่เขาเป็น มันทำให้เราเห็นว่าความรักมันไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเป๊ะๆ แต่แค่มีคนเข้าใจและยอมรับเราในแบบที่เราเป็น แค่นั้นก็มีความหมายมากแล้ว
อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ลิซ่า (Lisa) ครับ เธอเป็นคนที่ดูอ่อนหวานมากๆ และมีความคาดหวังเรื่องการแต่งงานสูงมาก การที่เธอได้ไปเดทกับคนต่างๆ แล้วบางทีก็เจอคนที่ยังไม่คลิก หรือบางทีก็เจอคนที่ดูเหมือนจะใช่ แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่เธอหวังไว้ มันทำให้เราเห็นถึงความอดทนและความมุ่งมั่นของเธอในการตามหาคู่ชีวิตของตัวเอง
สิ่งที่รายการนี้ทำได้ดีมากๆ คือการนำเสนอเรื่องราวของคนที่มีความแตกต่าง โดยไม่ทำให้รู้สึกว่าพวกเขาน่าสงสาร หรือเป็นตัวประหลาด แต่นำเสนอในมุมที่ทำให้คนดูอย่างเราๆ ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ และได้เห็นคุณค่าของพวกเขา การที่รายการมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ หรือมีครอบครัวคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มันยิ่งทำให้เราเห็นว่าการหาคู่ของพวกเขามันก็ไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปมากนัก เพียงแต่อาจจะต้องอาศัยการสนับสนุนและความเข้าใจที่มากขึ้น
ผมชอบวิธีการถ่ายทำที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกครับ กล้องไม่ได้เน้นความหวือหวา หรือฉากที่จัดหนัก แต่เน้นไปที่บทสนทนา การแสดงออกทางสีหน้า และบรรยากาศรอบๆ ทำให้เราเหมือนได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ จริงๆ บางฉากที่พวกเขาคุยกันแบบตรงไปตรงมา จนบางทีคนดูอย่างเราอาจจะอึ้งไปนิดหน่อย แต่มันก็คือความจริงใจนั่นแหละครับ
ดู "Love on the Spectrum" แล้วผมรู้สึกว่าโลกนี้มันยังมีอะไรสวยงามอีกเยอะครับ การเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะมีความสุขในชีวิตคู่ การเห็นความรักที่บริสุทธิ์ ไม่ได้มีเงื่อนไข หรือผลประโยชน์แอบแฝง มันทำให้เราย้อนกลับมามองตัวเอง ว่าจริงๆ แล้วความรักที่เราตามหากันอยู่น่ะ มันคืออะไรกันแน่
บางทีเราอาจจะมองข้ามความรักดีๆ ที่อยู่ใกล้ตัวไป เพราะมัวแต่ไปคาดหวังอะไรที่มันสมบูรณ์แบบเกินไป จนลืมไปว่าความรักจริงๆ มันคือการยอมรับในข้อบกพร่องของกันและกัน การสนับสนุนซึ่งกันและกัน และการเติบโตไปด้วยกัน
ถ้าใครกำลังมองหาซีรีส์ที่ดูแล้วสบายใจ ดูแล้วยิ้มได้ ดูแล้วมีกำลังใจในการใช้ชีวิต ผมแนะนำ "Love on the Spectrum" เลยครับ มันเป็นซีรีส์ที่ทำให้เราเห็นว่าความรักมีได้หลายรูปแบบ และทุกคนสมควรที่จะได้รับความรักครับ
ดูจบแล้ว ผมรู้สึกว่าอยากจะบอกต่อให้เพื่อนๆ ได้ลองดูกันนะครับ มันเป็นประสบการณ์ที่พิเศษจริงๆ ครับ รับรองว่าดูแล้วจะอมยิ้มไปกับความรักที่บริสุทธิ์ของพวกเขาแน่นอนครับ.
Love on the Spectrum (2020) - ดูแล้วอมยิ้มไปกับความรักที่บริสุทธิ์... นี่แหละของจริง!
: Love on the Spectrum (2020) - ดูแล้วอมยิ้มไปกับความรักที่บริสุทธิ์... นี่แหละของจริง!
สวัสดีครับชาวพันทิปทุกคน วันนี้ผมมีซีรีส์เรียลลิตี้ที่อยากจะมาแนะนำให้ได้ดูกันครับ ชื่อว่า "Love on the Spectrum" ฉบับปี 2020 ที่ผมเพิ่งดูจบไป มันเป็นอะไรที่แบบ... ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมากจริงๆ ครับ ไม่ได้มีดราม่าจัดหนักอะไร แต่กลับเป็นความจริงที่สวยงามมากๆ ที่ทำให้เราได้เห็นมุมมองความรักที่แตกต่างออกไป
หลายคนอาจจะเคยดูรายการหาคู่มาเยอะแล้วนะครับ ทั้งแบบที่จัดฉาก หรือแบบที่เน้นความหวือหวา แต่ "Love on the Spectrum" นี่มันคนละเรื่องกันเลยครับ อันนี้คือพาเราไปติดตามชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง ที่มีความพิเศษในตัวเอง นั่นคือ "ออทิสติกสเปกตรัม" พวกเขาเหล่านั้นกำลังมองหาความรัก และรายการก็พาเราไปดูตั้งแต่กระบวนการเตรียมตัว การนัดเดท ไปจนถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ซึ่งบอกเลยว่ามันมีทั้งความตลก ความน่ารัก และความซาบซึ้งปนเปกันไปหมด
สิ่งที่ผมชอบมากๆ คือความจริงใจของตัวละครทุกคนครับ พวกเขาไม่ได้พยายามเป็นคนอื่น หรือเสแสร้งอะไรเลย ทุกอย่างที่ออกมาคือตัวตนจริงๆ ของพวกเขา การแสดงออกทางอารมณ์ การสื่อสาร หรือแม้แต่ความกังวลต่างๆ มันดูจริงมากๆ จนบางทีเราก็แอบลุ้นตามไปด้วยนะว่าเดทนี้จะเป็นยังไง จะไปรอดไหม
อย่างเช่น เคซี่ (Kasey) กับไมเคิล (Michael) สองคนนี้เป็นคู่ที่ผมเอาใจช่วยสุดๆ เลยครับ การที่เคซี่ต้องเจอความกดดันจากครอบครัว หรือการที่ไมเคิลต้องพยายามสื่อสารความรู้สึกตัวเองออกมา มันทำให้เราเห็นถึงความพยายามของพวกเขาจริงๆ ในการที่จะหาคนที่ใช่ แล้วเวลาที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน ได้หัวเราะ ได้คุยกัน มันรู้สึกได้เลยถึงความสุขที่บริสุทธิ์จริงๆ
แล้วก็ยังมี โดมินิก (Dominic) ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ "สตาร์ วอร์ส" อันนี้ผมชอบมากเลยครับ เวลาเขาพูดถึงความชอบของตัวเองแล้วตาเป็นประกาย มันดูน่ารักมากๆ แล้วเขาก็มีความคาดหวังชัดเจนมากๆ ว่าอยากได้คนที่เข้าใจและชอบในสิ่งที่เขาชอบเหมือนกัน การที่เขาได้เจอคนที่มีความสนใจคล้ายๆ กัน หรืออย่างน้อยก็เปิดใจรับฟังในสิ่งที่เขาเป็น มันทำให้เราเห็นว่าความรักมันไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเป๊ะๆ แต่แค่มีคนเข้าใจและยอมรับเราในแบบที่เราเป็น แค่นั้นก็มีความหมายมากแล้ว
อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ลิซ่า (Lisa) ครับ เธอเป็นคนที่ดูอ่อนหวานมากๆ และมีความคาดหวังเรื่องการแต่งงานสูงมาก การที่เธอได้ไปเดทกับคนต่างๆ แล้วบางทีก็เจอคนที่ยังไม่คลิก หรือบางทีก็เจอคนที่ดูเหมือนจะใช่ แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่เธอหวังไว้ มันทำให้เราเห็นถึงความอดทนและความมุ่งมั่นของเธอในการตามหาคู่ชีวิตของตัวเอง
สิ่งที่รายการนี้ทำได้ดีมากๆ คือการนำเสนอเรื่องราวของคนที่มีความแตกต่าง โดยไม่ทำให้รู้สึกว่าพวกเขาน่าสงสาร หรือเป็นตัวประหลาด แต่นำเสนอในมุมที่ทำให้คนดูอย่างเราๆ ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ และได้เห็นคุณค่าของพวกเขา การที่รายการมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ หรือมีครอบครัวคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มันยิ่งทำให้เราเห็นว่าการหาคู่ของพวกเขามันก็ไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปมากนัก เพียงแต่อาจจะต้องอาศัยการสนับสนุนและความเข้าใจที่มากขึ้น
ผมชอบวิธีการถ่ายทำที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกครับ กล้องไม่ได้เน้นความหวือหวา หรือฉากที่จัดหนัก แต่เน้นไปที่บทสนทนา การแสดงออกทางสีหน้า และบรรยากาศรอบๆ ทำให้เราเหมือนได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ จริงๆ บางฉากที่พวกเขาคุยกันแบบตรงไปตรงมา จนบางทีคนดูอย่างเราอาจจะอึ้งไปนิดหน่อย แต่มันก็คือความจริงใจนั่นแหละครับ
ดู "Love on the Spectrum" แล้วผมรู้สึกว่าโลกนี้มันยังมีอะไรสวยงามอีกเยอะครับ การเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะมีความสุขในชีวิตคู่ การเห็นความรักที่บริสุทธิ์ ไม่ได้มีเงื่อนไข หรือผลประโยชน์แอบแฝง มันทำให้เราย้อนกลับมามองตัวเอง ว่าจริงๆ แล้วความรักที่เราตามหากันอยู่น่ะ มันคืออะไรกันแน่
บางทีเราอาจจะมองข้ามความรักดีๆ ที่อยู่ใกล้ตัวไป เพราะมัวแต่ไปคาดหวังอะไรที่มันสมบูรณ์แบบเกินไป จนลืมไปว่าความรักจริงๆ มันคือการยอมรับในข้อบกพร่องของกันและกัน การสนับสนุนซึ่งกันและกัน และการเติบโตไปด้วยกัน
ถ้าใครกำลังมองหาซีรีส์ที่ดูแล้วสบายใจ ดูแล้วยิ้มได้ ดูแล้วมีกำลังใจในการใช้ชีวิต ผมแนะนำ "Love on the Spectrum" เลยครับ มันเป็นซีรีส์ที่ทำให้เราเห็นว่าความรักมีได้หลายรูปแบบ และทุกคนสมควรที่จะได้รับความรักครับ
ดูจบแล้ว ผมรู้สึกว่าอยากจะบอกต่อให้เพื่อนๆ ได้ลองดูกันนะครับ มันเป็นประสบการณ์ที่พิเศษจริงๆ ครับ รับรองว่าดูแล้วจะอมยิ้มไปกับความรักที่บริสุทธิ์ของพวกเขาแน่นอนครับ.