เท่าที่ฟังข่าวเรื่องนี้มาหลายวัน .... ผมมีอีกแนวคิดหนึ่งครับ
ก็คือฝ่ายที่กล่าวหา กกต.ว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่เป็นความลับตามกฎหมาย ผมขอเสนอแนวคิดว่า ถ้าจะมองว่าบนบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดสแกนได้เป็นตัวเลข 1 ชุดและนำตัวเลขนี้ไปตรวจสอบต้นขั้วและจะต้องเข้า database ของทางราชการ แล้วบอกว่านี่คือ "ไม่ใช่ความลับ" ....
ถ้าอย่างนั้นทุกระบบในประเทศไทยมันก็ไม่ใช่ความลับ เนื่องจากทั้งบัญชีธนาคาร ชื่อนามสกุล มันก็สามารถเชื่อมโยงไปเข้า database ของทางราชการได้ทั้งนั้น เพียงแต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ database ของทางราชการจะไม่มีผู้ใดเข้าได้นอกจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น หรือ database ของทางธนาคารก็เข้าได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ธนาคาร ดังนั้นทั้งสองอย่างนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่เป็น "ความลับ" ได้เนื่องจากการเข้าถึงต้องเข้าด้วยเจ้าหน้าที่เท่านั้น
ที่นี้ลองมาเทียบกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เมื่อสแกนบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งได้เป็นชุดตัวเลขมาแล้ว สุดท้ายแล้วการเชื่อมโยงไปถึงตัวประชาชนก็จะต้องเข้าไปที่ database ของทางราชการอยู่ดี ว่า "ลำดับผู้ใช้สิทธิ์" ในเขตนั้นคือประชาชนชื่ออะไร ดังนั้นถ้ามองแบบนี้มันก็จะเหมือนกับระบบทะเบียนราษฎร์และระบบธนาคารมิใช่หรือ ? ที่ว่าความลับของประชาชนก็คือข้อมูลใน database ของทางราชการ
ดังนั้น ถ้าเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลผมว่าทาง กกต.ก็จะเอาตรงนี้ขึ้นมาต่อสู้คดี โดยใช้เหตุผลว่าการเลือกตั้ง "ในคูหา" มันก็ยังคงเป็นความลับเพราะไม่สามารถเชื่อมโยงไปได้ว่าบัตรเลือกตั้งบัตรนั้นถูกกาโดยประชาชนชื่ออะไร เพราะการจะล่วงรู้ถึง "ชื่อ" มันก็จะต้องเข้า database ของทางราชการ
และถ้าหากอ้างว่า อาจมีคนในหรือมีเจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปตรวจสอบใน database .... ผมว่าประเด็นนี้มันก็ไม่ใช่แล้วล่ะ เพราะหากใช้ตรรกะแบบนี้ ทั้งระบบทะเบียนราษฎร์ ธนาคาร ประกันสังคม ประกันภัย หรือพูดง่าย ๆ คือทุกระบบในประเทศไทยมันก็
ไม่เป็นความลับทั้งหมดสิครับ
เกี่ยวกับปัญหาการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมขอเสนอแนวคิดแบบนี้จะถูกด่าไหม 😸🤣😂
ก็คือฝ่ายที่กล่าวหา กกต.ว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่เป็นความลับตามกฎหมาย ผมขอเสนอแนวคิดว่า ถ้าจะมองว่าบนบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดสแกนได้เป็นตัวเลข 1 ชุดและนำตัวเลขนี้ไปตรวจสอบต้นขั้วและจะต้องเข้า database ของทางราชการ แล้วบอกว่านี่คือ "ไม่ใช่ความลับ" ....
ถ้าอย่างนั้นทุกระบบในประเทศไทยมันก็ไม่ใช่ความลับ เนื่องจากทั้งบัญชีธนาคาร ชื่อนามสกุล มันก็สามารถเชื่อมโยงไปเข้า database ของทางราชการได้ทั้งนั้น เพียงแต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ database ของทางราชการจะไม่มีผู้ใดเข้าได้นอกจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น หรือ database ของทางธนาคารก็เข้าได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ธนาคาร ดังนั้นทั้งสองอย่างนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่เป็น "ความลับ" ได้เนื่องจากการเข้าถึงต้องเข้าด้วยเจ้าหน้าที่เท่านั้น
ที่นี้ลองมาเทียบกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เมื่อสแกนบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งได้เป็นชุดตัวเลขมาแล้ว สุดท้ายแล้วการเชื่อมโยงไปถึงตัวประชาชนก็จะต้องเข้าไปที่ database ของทางราชการอยู่ดี ว่า "ลำดับผู้ใช้สิทธิ์" ในเขตนั้นคือประชาชนชื่ออะไร ดังนั้นถ้ามองแบบนี้มันก็จะเหมือนกับระบบทะเบียนราษฎร์และระบบธนาคารมิใช่หรือ ? ที่ว่าความลับของประชาชนก็คือข้อมูลใน database ของทางราชการ
ดังนั้น ถ้าเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลผมว่าทาง กกต.ก็จะเอาตรงนี้ขึ้นมาต่อสู้คดี โดยใช้เหตุผลว่าการเลือกตั้ง "ในคูหา" มันก็ยังคงเป็นความลับเพราะไม่สามารถเชื่อมโยงไปได้ว่าบัตรเลือกตั้งบัตรนั้นถูกกาโดยประชาชนชื่ออะไร เพราะการจะล่วงรู้ถึง "ชื่อ" มันก็จะต้องเข้า database ของทางราชการ
และถ้าหากอ้างว่า อาจมีคนในหรือมีเจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปตรวจสอบใน database .... ผมว่าประเด็นนี้มันก็ไม่ใช่แล้วล่ะ เพราะหากใช้ตรรกะแบบนี้ ทั้งระบบทะเบียนราษฎร์ ธนาคาร ประกันสังคม ประกันภัย หรือพูดง่าย ๆ คือทุกระบบในประเทศไทยมันก็ไม่เป็นความลับทั้งหมดสิครับ