เคยสงสัยไหมครับว่า... ทำไมโลโก้ของภาษา Java ถึงต้องเป็น "ถ้วยกาแฟ"? ☕️ และเชื่อหรือไม่ว่า จุดเริ่มต้นของภาษาที่รันอยู่บนอุปกรณ์กว่า 3 พันล้านเครื่องทั่วโลกนี้ ไม่ได้เริ่มจากความตั้งใจจะสร้างภาษาสำหรับคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ! แต่เริ่มจากความพยายามจะทำ "รีโมทคอนโทรลอัจฉริยะ" ต่างหาก...
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ชาวพันทิปนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปยุค 90s เพื่อดูจุดกำเนิดของ "Java" ภาษาที่ใครๆ ก็บอกว่าแก่ แต่ทำไมยังเก๋า และเป็นกระดูกสันหลังของวงการ Tech โลกจนถึงทุกวันนี้ครับ
1. โปรเจกต์ลับ "The Green Project"
เรื่องมันเริ่มในปี 1991 ที่บริษัท Sun Microsystems (ปัจจุบันอยู่ใต้ปีก Oracle) ครับ มีทีมวิศวกรนำโดย
James Gosling (บิดาแห่ง Java) รวมหัวกันทำโปรเจกต์ลับชื่อ "Green Project" เป้าหมายตอนนั้นคือ: สร้างระบบสั่งการสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน (Home Appliances) เช่น ทีวี หรือกล่องเคเบิล
ปัญหาคือ: ภาษา C++ ที่นิยมในยุคนั้น มันซับซ้อนเกินไปและกินทรัพยากรมากสำหรับชิปเล็กๆ ในเครื่องใช้ไฟฟ้า Gosling เลยตัดสินใจ "สร้างภาษาใหม่" ขึ้นมาซะเลย!
2. จากต้นโอ๊ก สู่ กาแฟจาวา
เดิมที Gosling ตั้งชื่อภาษานี้ว่า
"Oak" (โอ๊ก) เพราะเขาชอบมองต้นโอ๊กที่ขึ้นอยู่นอกหน้าต่างออฟฟิศครับ แต่พอจะไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ดันไปซ้ำกับบริษัทอื่น ทีมงานเลยต้องมานั่งระดมสมองตั้งชื่อใหม่ในร้านกาแฟ จนสุดท้ายมาจบที่
"Java" ซึ่งเป็นชื่อสายพันธุ์กาแฟจากเกาะชวาที่พวกเขาชอบดื่มกันนั่นเอง (นี่จึงเป็นที่มาของโลโก้ถ้วยกาแฟครับ)
3. Write Once, Run Anywhere
จุดเปลี่ยนสำคัญคือปี 1995 เมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มบูม ทีมงานเห็นโอกาสว่า Java ที่ออกแบบมาให้รันบนชิปอะไรก็ได้ (Platform Independent) มันเหมาะกับ "World Wide Web" มากๆ พวกเขามีสโลแกนเท่ๆ ว่า
"Write Once, Run Anywhere" (WORA) คือเขียนโค้ดทีเดียว รันได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบน Windows, Mac หรือ Linux ผ่านสิ่งที่เรียกว่า JVM (Java Virtual Machine) ซึ่งแนวคิดนี้ถือว่าล้ำมากในยุคนั้น
จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านมา 30 ปี Java ไม่ใช่แค่ภาษาสำหรับทำเว็บแอพพลิเคชัน แต่ยังเป็นรากฐานของ Android App, ระบบ Big Data, และระบบ Enterprise ของธนาคารทั่วโลก แม้จะมีภาษาใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย (เช่น Kotlin, Go, หรือ Rust) แต่ Java ก็ยังปรับตัวและพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ออกมาเสมอ พิสูจน์แล้วว่า "ของจริง ไม่พูดเยอะ" ครับ
เพื่อนๆ คนไหนทันเขียน Java ยุคแรกๆ หรือมีความทรงจำ (ทั้งดีและร้าย 555) กับภาษานี้ มาแชร์กันได้นะครับ หรือใครที่กำลังเริ่มเรียน Java สงสัยตรงไหน ถามทิ้งไว้ได้เลยครับ
ปล. สำหรับใครที่อยากฟังประวัติแบบเต็มๆ พร้อมภาพประกอบสนุกๆ ผมทำคลิปสรุปไว้ให้แล้วในช่อง
Superdev Academy ตามลิงก์นี้เลยครับ:
#Java #เขียนโปรแกรม #Programmer #เทคโนโลยี #ประวัติศาสตร์
ปี 2026 แล้ว... ยังมีใครแนะนำให้เด็กจบใหม่เริ่มเรียน 'Java' เป็นภาษาแรกอยู่ไหม?
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ชาวพันทิปนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปยุค 90s เพื่อดูจุดกำเนิดของ "Java" ภาษาที่ใครๆ ก็บอกว่าแก่ แต่ทำไมยังเก๋า และเป็นกระดูกสันหลังของวงการ Tech โลกจนถึงทุกวันนี้ครับ
1. โปรเจกต์ลับ "The Green Project"
เรื่องมันเริ่มในปี 1991 ที่บริษัท Sun Microsystems (ปัจจุบันอยู่ใต้ปีก Oracle) ครับ มีทีมวิศวกรนำโดย James Gosling (บิดาแห่ง Java) รวมหัวกันทำโปรเจกต์ลับชื่อ "Green Project" เป้าหมายตอนนั้นคือ: สร้างระบบสั่งการสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน (Home Appliances) เช่น ทีวี หรือกล่องเคเบิล ปัญหาคือ: ภาษา C++ ที่นิยมในยุคนั้น มันซับซ้อนเกินไปและกินทรัพยากรมากสำหรับชิปเล็กๆ ในเครื่องใช้ไฟฟ้า Gosling เลยตัดสินใจ "สร้างภาษาใหม่" ขึ้นมาซะเลย!
2. จากต้นโอ๊ก สู่ กาแฟจาวา
เดิมที Gosling ตั้งชื่อภาษานี้ว่า "Oak" (โอ๊ก) เพราะเขาชอบมองต้นโอ๊กที่ขึ้นอยู่นอกหน้าต่างออฟฟิศครับ แต่พอจะไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ดันไปซ้ำกับบริษัทอื่น ทีมงานเลยต้องมานั่งระดมสมองตั้งชื่อใหม่ในร้านกาแฟ จนสุดท้ายมาจบที่ "Java" ซึ่งเป็นชื่อสายพันธุ์กาแฟจากเกาะชวาที่พวกเขาชอบดื่มกันนั่นเอง (นี่จึงเป็นที่มาของโลโก้ถ้วยกาแฟครับ)
3. Write Once, Run Anywhere
จุดเปลี่ยนสำคัญคือปี 1995 เมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มบูม ทีมงานเห็นโอกาสว่า Java ที่ออกแบบมาให้รันบนชิปอะไรก็ได้ (Platform Independent) มันเหมาะกับ "World Wide Web" มากๆ พวกเขามีสโลแกนเท่ๆ ว่า "Write Once, Run Anywhere" (WORA) คือเขียนโค้ดทีเดียว รันได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบน Windows, Mac หรือ Linux ผ่านสิ่งที่เรียกว่า JVM (Java Virtual Machine) ซึ่งแนวคิดนี้ถือว่าล้ำมากในยุคนั้น
จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านมา 30 ปี Java ไม่ใช่แค่ภาษาสำหรับทำเว็บแอพพลิเคชัน แต่ยังเป็นรากฐานของ Android App, ระบบ Big Data, และระบบ Enterprise ของธนาคารทั่วโลก แม้จะมีภาษาใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย (เช่น Kotlin, Go, หรือ Rust) แต่ Java ก็ยังปรับตัวและพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ออกมาเสมอ พิสูจน์แล้วว่า "ของจริง ไม่พูดเยอะ" ครับ
เพื่อนๆ คนไหนทันเขียน Java ยุคแรกๆ หรือมีความทรงจำ (ทั้งดีและร้าย 555) กับภาษานี้ มาแชร์กันได้นะครับ หรือใครที่กำลังเริ่มเรียน Java สงสัยตรงไหน ถามทิ้งไว้ได้เลยครับ
ปล. สำหรับใครที่อยากฟังประวัติแบบเต็มๆ พร้อมภาพประกอบสนุกๆ ผมทำคลิปสรุปไว้ให้แล้วในช่อง Superdev Academy ตามลิงก์นี้เลยครับ:
#Java #เขียนโปรแกรม #Programmer #เทคโนโลยี #ประวัติศาสตร์