บุกแม่สาย ตัดวงจรเน็ตข้ามแดน ขยายผลล่าเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์

ปฏิบัติการตามล่าติดขอบชายแดน ที่อำเภอแม่สาย จ.เชียงราย กลายเป็นอีกก้าวสำคัญของการปราบอาชญากรรมไซเบอร์ เมื่อ ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัย หลังพบพฤติกรรมใช้งานอินเทอร์เน็ต “ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง” โดยเฉพาะช่วงกลางคืน


สัญญาณต้องสงสัย นำสู่การเข้าตรวจค้น
จากการสืบสวนพบว่า อาคารดังกล่าวมีปริมาณทราฟฟิกหนาแน่นผิดสังเกต คล้ายศูนย์ปฏิบัติการออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงประสานทีมเทคนิคเข้าตรวจสอบเชิงลึก ก่อนตัดสินใจเข้าตรวจค้น
ภายในอาคารไม่พบผู้พักอาศัย แต่พบอุปกรณ์รวบรวมและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหลายรายการ มีลักษณะเข้าข่ายเชื่อมต่อสื่อสารข้ามประเทศ เจ้าหน้าที่จึงสั่งระงับสัญญาณทันที และยึดอุปกรณ์ทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน เร่งขยายผล สืบเส้นทางการเงิน






เบื้องต้นพบข้อบ่งชี้เชื่อมโยงกลุ่มต้องสงสัยต่างชาติ และมีแนวทางตรวจสอบเส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนจากต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
การปฏิบัติการครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปิดอาคารต้องสงสัย แต่คือการ “ตัดเส้นเลือดดิจิทัล” ที่อาจถูกใช้เป็นฐานหลอกลวงประชาชนจำนวนมาก
ยกระดับเฝ้าระวัง ปิดช่องโหว่ไซเบอร์
ทรูยืนยันเดินหน้าความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังแนวชายแดน คุมเข้มการลงทะเบียนซิม ใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยง และตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัยแบบเรียลไทม์
พร้อมให้บริการ “True CyberSafe” ระบบบล็อกลิงก์อันตรายจาก SMS อัตโนมัติ ฟรีสำหรับลูกค้าทรูและดีแทค เพื่อป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง






เหตุการณ์ที่แม่สายสะท้อนชัดว่า อาชญากรรมไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด และโครงข่ายสื่อสารอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือได้ทุกเมื่อ หากขาดการเฝ้าระวัง

คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการขยายผล และอาจนำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายข้ามชาติที่ซ่อนตัวอยู่หลังหน้าจอ — อีกหนึ่งศึกไซเบอร์ที่สังคมไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่