ซีรี่ย์ "สาธุ" ชิดซ้าย นี่คือเรื่องเล่าจาก "รั้ววัด"

เรื่องเล่าจาก "รั้ววัด"

เจ้าอาวาส วัดดังแห่งหนึ่ง เป็นพระเกจิขมังเวทย์ เน้นการสร้างวัตถุมงคล และเครื่องรางของขลัง ส่วนพระลูกวัดก็ไม่น้อยหน้า ไม่เคยฝักใฝ่ในการปฏิบัติธรรม ไม่เจริญสติภาวนา เป็นแค่คนธรรมดาที่ต่างกันเพียงเสื้อผ้า แต่กลับมีวาจาดั่งจอมปราชญ์ กิจวัตรประจำวันเน้นที่การรับออกกิจนิมนต์ คนบวชอยู่นานไม่ใช่เพื่อหลุดพ้น แต่เพื่อสะสมซอง (เงิน) เพราะใจลึกๆคือไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร ปากพร่ำสอนว่า อยากรวยต้องทำบุญ, ความรวยไม่สำคัญ บลาๆ คำพูดดูงดงาม แต่เป็นคำสอนที่ย้อนแย้งกับคนพูด เพราะมาจากปากของพระที่นั่งๆนอนๆมีกินมีใช้ เงินที่พระได้มาก็มักจะเลือนหายไปกับ บุหรี่, กัญชา, ยาบ้า, แทงหวย, เล่นพนันออนไลน์ ฯลฯ เรื่องฉาวโฉ่ก็มีไม่น้อย เช่น เลี้ยงเด็กผู้ชาย, ได้กับสีกา (แต่ปิดข่าว) วันไหนพระลูกวัดไม่มีกิจนิมนต์ก็นอนทั้งวัน หรือ ไม่เจ้าอาวาสก็จะเรียกใช้ให้ไปเป็นจับกังทำงานก่อสร้าง โดยแต่ละอย่างที่มีโปรเจคสร้าง ญาติโยมก็ถวายเงินให้ แต่เหมือนเงินหาย เพราะแรงงานในวัดมีแต่พระทำจริงๆ ส่วนญาติพี่น้องของเจ้าอาวาสก็ทำใหญ่ทำโตกันเหลือเกิน ชี้นิ้วสั่งบริวารใช้งานพระ ฐานะก็รวยโดดเด่นกว่าชาวบ้านในหมู่บ้าน มีหน้ามีตาทางสังคมอย่างมาก เวลามีงานในวัดต้องออกมาเฉิดฉายได้หน้า มัคนายกก็อวดเบ่งเก่งกับพระ นินทาเรื่องในวัดต้องยกให้ที่หนึ่ง พวกกลุ่มคนที่สร้างพรเครื่อง ก็ขยันปั้นแต่งพระเกจิด้วยสื่อต่างๆ เพื่อให้วัตถุมงคลของคนพวกนี้จะได้มีคนนำไปบูชา (บูชา = คำสวยหรูของการ ซื้อ-ขาย) เมื่อคนศรัทธาก็ยิ่งกอบโกยรายได้จากทางวัด โดยใช้พระเกจิ (หัวโขน) เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ไม่น่าเชื่อว่าที่กล่าวมาทั้งหมด ยังมีคนไปทำบุญกันอย่างล้นหลาม ราวกับไม่เคยเห็นางที่เกิดขึ้นหลังรั้วนั้น.

"บางทีศรัทธาที่ไร้สติ อาจไม่ต่างจากการหลับตาเดิน"
เรื่องนี้ไม่ใช่การกล่าวโทษศาสนา
แต่เป็นคำถามถึง “คน” ที่สวมผ้าเหลือง
และ “คน” ที่ศรัทธาโดยไม่ตั้งคำถาม
เพราะศาสนาไม่เคยเสื่อม
มีแต่คนต่างหากที่ทำให้มันมัวหมอง

เรื่องจริงที่ขอแบ่งปัน "เพื่อปลุก" ขอบคุณที่อ่านจนจบ
- ตนตาสว่าง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่