ส่องปมร้อน "ชลบุรี เขต 1": เมื่อศรัทธาในหีบบัตรสั่นคลอน กับคำถามที่ กกต. ต้องตอบ

กระทู้สนทนา
ท่ามกลางบรรยากาศหลังการเลือกตั้งที่ควรจะเป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่ของประชาธิปไตย แต่ที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 สถานการณ์กลับร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิการเมืองใดๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อผลคะแนนที่ออกมาค้านสายตาและการจัดการที่ถูกมองว่า "ผิดปกติ" นำไปสู่การปักหลักชุมนุมเฝ้าหีบบัตรข้ามคืน กลายเป็นประเด็นดราม่าระดับประเทศที่สะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งในเมืองไทย

ไทม์ไลน์ 5 วันอันตราย: จากวันลงคะแนนสู่ม็อบเฝ้าหีบ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น จากพรรคภูมิใจไทย สามารถคว้าชัยเหนือ นายวรท ศิริรักษ์ จากพรรคประชาชน ไปด้วยคะแนนที่สูสีกันมาก คือ 44,622 ต่อ 40,559 คะแนน ซึ่งเป็นการล้มแชมป์เก่าในพื้นที่ที่ถูกมองว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาชน

อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายได้ปะทุขึ้นในวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ เมื่อประชาชนเริ่มพบเห็นความผิดปกติหลายประการ จนเกิดการรวมตัวกันที่โรงยิมแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เก็บหีบบัตร มีการปักหลักนอนเฝ้าหีบ และพบหลักฐานสำคัญคือ "ใบรายงานผลคะแนน" (Tally Sheets) ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้ความเคลือบแคลงสงสัยพุ่งสูงขึ้น

แม้ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายสุชาติ ผู้ชนะการเลือกตั้งจะออกมาแถลงยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส แต่บทสรุปกลับหักมุมในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เมื่อ กกต. กลางมีมติ "ไม่นับคะแนนใหม่" โดยระบุว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะชี้ว่ามีการทุจริต สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงจนเกิดเหตุการณ์โห่ไล่และการฟ้องร้องกลับเจ้าหน้าที่ในที่สุด

5 ปมพิรุธ: ทำไมประชาชนถึงไม่ยอมรับ?

ความเคลือบแคลงใจของชาวชลบุรีไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีประเด็นรูปธรรมที่ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใส ดังนี้:

ปรากฏการณ์ "ไฟดับ" ปริศนา: มีรายงานว่าบางหน่วยเลือกตั้งเกิดไฟดับระหว่างนับคะแนน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงต่อการสับเปลี่ยนบัตรหรือแก้ไขผลคะแนนในความมืด

หีบบัตรไม่ได้มาตรฐาน: มีการแชร์ภาพหีบบัตรที่ไม่มีสายรัด (Cable Tie) หรือซีลตามระเบียบที่ควรจะเป็น รวมถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่อ้างว่าสายรัดหมด แต่ประชาชนกลับพบอุปกรณ์ดังกล่าวในภายหลัง

คะแนน "เขย่ง": จำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนบัตรที่ใช้ไป ซึ่งแม้ กกต. จะอ้างว่าเป็นความคลาดเคลื่อนทางเทคนิค แต่ในเขตที่คะแนนสูสีกันหลักพัน คะแนนเพียงไม่กี่ใบก็สามารถเปลี่ยนผลการเลือกตั้งได้

การจัดการเอกสารที่หละหลวม: การพบใบนับคะแนนสำคัญในถังขยะใกล้สถานที่จัดเก็บหีบบัตร เป็นภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึงความไม่รัดกุมในการรักษาความปลอดภัยของคะแนนเสียงประชาชน

การปิดกั้นการตรวจสอบ: รายงานการห้ามประชาชนบันทึกภาพหรือวิดีโอกระดานนับคะแนนในบางพื้นที่ ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่มีอะไรที่ต้องการปกปิดหรือไม่

บทสรุป: เมื่อ "ความโปร่งใส" สำคัญพอๆ กับ "คะแนนเสียง"

กรณีชลบุรี เขต 1 ไม่ใช่แค่เรื่องของการแพ้หรือชนะระหว่างพรรคการเมือง แต่เป็นบททดสอบสำคัญของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่เที่ยงธรรม การปฏิเสธคำร้องขอการนับคะแนนใหม่ท่ามกลางข้อกังขาที่ชัดเจน อาจเป็นการดับไฟในระยะสั้น แต่อาจทิ้งเชื้อไฟแห่งความไม่ไว้วางใจต่อระบอบประชาธิปไตยไว้ในระยะยาว

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ย้ำเตือนใจเราว่า ในโลกยุคปัจจุบันที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว "ความลับไม่มีในเขตเลือกตั้ง" และการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียงทุกใบ คือภารกิจเดียวที่จะรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองไว้ได้ หากกระบวนการไม่โปร่งใส แม้จะได้ชัยชนะมาครอบครอง แต่ก็เป็นชัยชนะที่ขาดความสง่างามและไร้ซึ่งการยอมรับจากสังคม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่