จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุราษฎร์ธานีช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายคนตกใจไม่น้อย เพราะภาพจำของภาคใต้มักจะเป็นทะเลสวย ๆ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มากกว่าจะนึกถึง “แผ่นดินไหว” หลายคนเลยตั้งคำถามว่า ทำไมอยู่ดี ๆ แผ่นดินถึงสั่นได้?
คำตอบจริง ๆ ไม่ได้อยู่บนผิวดิน แต่อยู่ลึกลงไปใต้เปลือกโลก ในสิ่งที่เรียกว่า
“กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง (Active Faults)”
ข้อมูลจาก
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) อธิบายไว้ว่า ภาคใต้ของไทยในเชิงธรณีวิทยา ไม่ได้เป็นแค่คาบสมุทรที่มีทะเลประกบสองฝั่งเท่านั้น แต่มี “แกนกลาง” เป็นแนวเทือกเขาหินแกรนิตทอดยาวในแนวเหนือ–ใต้ เปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของด้ามขวาน
แต่กระดูกสันหลังนี้ไม่ได้เป็นแผ่นเดียวเรียบ ๆ มันมี “รอยแตก” ขนาดใหญ่พาดผ่านในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ–ตะวันตกเฉียงใต้ (NE–SW) ซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกสะสมมานานนับล้านปี และรอยแตกเหล่านี้เอง คือหัวใจของเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น
ในพื้นที่ภาคใต้ มี 2 รอยเลื่อนสำคัญที่ถูกพูดถึงมาก คือ
รอยเลื่อนระนอง และ
รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย
📍
รอยเลื่อนระนอง: พี่ใหญ่แห่งด้ามขวาน
- รอยเลื่อนระนองถือเป็นแนวรอยเลื่อนที่ยาวและใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ มีความยาวต่อเนื่องราว
270 กิโลเมตร เริ่มจากฝั่งทะเลอันดามันที่จังหวัดระนอง พาดผ่าน
ประจวบคีรีขันธ์,
ชุมพร และทอดยาวลงไปถึง
พังงา
- โครงสร้างนี้เปรียบเหมือน “รอยแยก” ที่แบ่งชั้นหินต่างยุคออกจากกัน แม้การขยับตัวในแต่ละครั้งอาจดูเล็กน้อย แต่ก็สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนไปได้ไกล และกระทบพื้นที่รอบ ๆ เป็นวงกว้าง
📍
รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย: เส้นทางใต้สู่ภูเก็ต
- รอยเลื่อนนี้วางตัวขนานอยู่ทางใต้ของรอยเลื่อนระนอง มีความยาวประมาณ
150 กิโลเมตร แนวรอยเลื่อนตัดผ่านกลางสุราษฎร์ธานี ลึกลงไปถึง
กระบี่,
พังงา และพาดต่อเนื่องไปถึง
ภูเก็ต
- ชื่อ “คลองมะรุ่ย” มาจากคลองในพื้นที่อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ซึ่งแนวลำน้ำเกิดจากการกัดเซาะตามแนวแตกของเปลือกโลก สะท้อนให้เห็นชัดว่า ธรณีวิทยาไม่ได้อยู่แค่ใต้ดิน แต่มีผลต่อภูมิประเทศ แม่น้ำ หุบเขา ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน
ที่มา
กรุงเทพธุรกิจ
ด้ามขวานไทยสั่นสะเทือน! สุราษฎร์ธานี กับ 2 รอยเลื่อนยักษ์ที่ยังไม่หลับสนิท
คำตอบจริง ๆ ไม่ได้อยู่บนผิวดิน แต่อยู่ลึกลงไปใต้เปลือกโลก ในสิ่งที่เรียกว่า “กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง (Active Faults)”
ข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) อธิบายไว้ว่า ภาคใต้ของไทยในเชิงธรณีวิทยา ไม่ได้เป็นแค่คาบสมุทรที่มีทะเลประกบสองฝั่งเท่านั้น แต่มี “แกนกลาง” เป็นแนวเทือกเขาหินแกรนิตทอดยาวในแนวเหนือ–ใต้ เปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของด้ามขวาน
แต่กระดูกสันหลังนี้ไม่ได้เป็นแผ่นเดียวเรียบ ๆ มันมี “รอยแตก” ขนาดใหญ่พาดผ่านในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ–ตะวันตกเฉียงใต้ (NE–SW) ซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกสะสมมานานนับล้านปี และรอยแตกเหล่านี้เอง คือหัวใจของเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น
ในพื้นที่ภาคใต้ มี 2 รอยเลื่อนสำคัญที่ถูกพูดถึงมาก คือ รอยเลื่อนระนอง และ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย
📍 รอยเลื่อนระนอง: พี่ใหญ่แห่งด้ามขวาน
- รอยเลื่อนระนองถือเป็นแนวรอยเลื่อนที่ยาวและใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ มีความยาวต่อเนื่องราว 270 กิโลเมตร เริ่มจากฝั่งทะเลอันดามันที่จังหวัดระนอง พาดผ่าน ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร และทอดยาวลงไปถึง พังงา
- โครงสร้างนี้เปรียบเหมือน “รอยแยก” ที่แบ่งชั้นหินต่างยุคออกจากกัน แม้การขยับตัวในแต่ละครั้งอาจดูเล็กน้อย แต่ก็สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนไปได้ไกล และกระทบพื้นที่รอบ ๆ เป็นวงกว้าง
📍 รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย: เส้นทางใต้สู่ภูเก็ต
- รอยเลื่อนนี้วางตัวขนานอยู่ทางใต้ของรอยเลื่อนระนอง มีความยาวประมาณ 150 กิโลเมตร แนวรอยเลื่อนตัดผ่านกลางสุราษฎร์ธานี ลึกลงไปถึง กระบี่, พังงา และพาดต่อเนื่องไปถึง ภูเก็ต
- ชื่อ “คลองมะรุ่ย” มาจากคลองในพื้นที่อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ซึ่งแนวลำน้ำเกิดจากการกัดเซาะตามแนวแตกของเปลือกโลก สะท้อนให้เห็นชัดว่า ธรณีวิทยาไม่ได้อยู่แค่ใต้ดิน แต่มีผลต่อภูมิประเทศ แม่น้ำ หุบเขา ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ