รู้สึก ช่วงนี้ จขกท.จะสนใจการเมืองเป็นพิเศษ 55
ข้ออ้างนับใหม่ ..."ทุจริต +โกง +ไม่โปร่งใส"
- ก็รู้แหละว่ามันต้องมี เเต่มันก็มีทุกการเลือกตั้งของเเต่ล่ะปีนั่นแหละ อยู่ที่ว่าหลักฐานจะเด็ดเเค่ไหน? หาหลักฐานได้ไหม?
เเต่การมานับคะเเนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่เขาทำดีก็ซวยไปด้วย (เหมือนเขาข้าง กกต. เลยเน๊อะ!)
บางที่ก็สมควรนับใหม่จริงๆแหละ ....
เเต่บางที่ "หวังผลพลอยได้ " ถ้าเจอบัตรเขย่ง /เลขไม่ตรง /หาที่มาไม่ได้ = พลิกผล / สส.โดนตัดสิทธิ์ /เลือกตั้งใหม่เขตนั้น
ต่อให้คะเนนห่างฟ้ากับเหว สร้างความไม่ไว้ใจ
ที่เเน่ๆ 1. โจมตี ใส่ร้ายพรรคที่ชนะอยู่เเล้ว
2. ไม่ว่ายังไง ชาวบ้านก็จะเข้าใจว่าคนชนะเกิดจากการโกงมา (ข่าวลือ+หวังผลระยะยาว = สปกรกกว่าโกงอีก)
3. เหมารวม ปนเป จนข่าวจริง ข่าวลือ ข่าวปลอม มั่วไปหมด : คนไม่ลงลึก ก็จะเชื่อไปโดยปริยาย (ช่องข่าว นักข่าวก็งับมาเล่นข่าวโดยไม่สืบหาความจริง ) เช่น จากคลิป ก็ไม่ดูฉากหลังเลยว่าใช่สถานที่นั้นไหม? เเต่ก็โจมตีใส่ไฟสุมไฟไปเเล้ว
4. จะเกิดคำวิเศษ/ วลีที่มีอำนาจใช้ไปอ้างที่ไหนก็ได้ = เกณฑ์พลัง FC มาสักกลุ่ม ก็ร่ายคาถานี้เพื่อทำอะไรก็ได้อยู่เหนือกฎหมาย
(กฎหมู่ ศาลเตี้ยเเล้วอ้างความถูกต้อง อ้างว่ามีพิรุธ มีการโกง ทั้งๆที่หลักฐานคนล่ะประเด็น)
- เเค่เวลาเปลี่ยน หลักฐานก็เปลี่ยนมูลค่า เปลี่ยนความหมาย เปลี่ยนน้ำหนัก เปลี่ยนบลาๆ = คือ เน้นใช้อารมณ์ไม่เน้นใช้เหตุผล
5. หลังการนับเเล้ว ...อ้างว่าเขาโกง ทั้งๆที่ตนเองก็จับตาดูทุกการกระทำ ทุกบัตรเลือกตั้ง มีทั้งกล้อง ถ่ายผลรวม
= เป็นพยานโดนตัวเองไปเเล้ว เเต่ยังบอกเขาโกง
6. คือการโจมตีและใส่ร้ายพรรคที่ชนะอยู่แล้ว ให้ดูเหมือนชนะมาแบบไม่สะอาด (ก็นะ ก็มีไม่ใสสะอาด ...ก็จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง)
- ถ้าการหาเสียงกลยุทธ์เเล้วไม่สามารถชนะกำลังเงินเขาได้ เเล้วจะมาบริหารประเทศได้ยังไง ? <ความคิดออกเเนวเอียงชะเเล้ว เปลี่ยนๆ>
7. ใช้เหตุผลความโปร่งใส มาเป็นโล่ในการกระทำแบบแปลกๆ +เหตุผลเพี๊ยนๆ + เพื่อให้ได้อำนาจกระทำบางอย่าง
(ไฟลามทุ่ง นับใหม่ทั้งประเทศ จนถึงเลือกตั้งใหม่ เผลอๆกำจัดฝ่ายตรงข้ามได้ไปเลย เพราะข่าวเสียๆหายๆ )
- เเต่ไม่คิดถึงผลตีกลับเลย : ถ้านับเเล้วเเพ้อีก คือตอกย้ำให้เป็นข่าว ให้ชาวบ้านรู้ว่า "สังคมเริ่มรังเกลียดคุณจริงๆ"
วัดใจ วัดดวง + คนจะคิดทางลบ (เเจ้งตายเเล้วไปเกิดใหม่ดีกว่า ครั้งหน้าเลือกก็อายเขา เพราะการใส่ร้ายป้ายสี)
8. หาตัวกลาง (กกต.) เพื่อหวังผลพลอยได้ เสี่ยงโชค เสี่ยงดวง ถ้าคนชนะโดนตัดสิทธิ : ก็จะมีโอกาสได้สส.เพิ่ม
ยังไงก็กำไร-ไม่ขาดทุน +เน้นกระเเสระยะยาว (กุนชือแบบนี้.....ดับอนาถระยะยาว ถ้ากระเเสตีกลับ เนื่องจากชาวบ้านกินข้าว ดุข่าวเขาก็รู้)
- เเต่จริงๆ กกต. ก็เเย่นั่นแหละ! เเต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเเย่หมด
- (ใช้ความแค้น.... สส. เลือกกรรมการกกต.มาเป็นเหตุผล ) ...ถ้าโกงเลือกตั้งโดยจนท.ทั้งที โกงแบบแลนด์สไลด์ไปไม่ดีกว่าหรอ แบบไม่ต้องมีแดงมาผสม : เกินสัก 290 ก็พอ ไม่ต้องมาปริ่มน้ำโดนต่อรองเก้าอี้รมต.สูง
9. “ระบบไม่แฟร์” และใช้เป็นข้ออ้างในทุกสนามต่อไป เลือกตั้งครั้งหน้า หน่วยไหนทำถูกต้อง เรียบร้อย บริสุทธิ์
: เเค่อ้างคำวิเศษ ก็ได้ตรวจ+นับใหม่เเล้ว (คนเเพ้ได้สิทธินั้น หน่วยไหนไหนชนะก็ทำเป็นเงียบ)
- เหมือนทำให้คนจำนวนหนึ่งเชื่อไปแล้วว่าชนะมาแบบมีเงา
10. “เราสู้ให้ถึงที่สุด” เพื่อรักษาความรู้สึกของผู้สนับสนุน ??? (เน้นกระเเสมากกว่า-มากกว่าการหาความจริงเชิงข้อเท็จจริง)
(ปลุกกระเเสให้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง - หลักฐานเล็กๆ ก็ทำให้ยิ่งใหญ่จนเป็นข้อทุจริตได้ ทำให้คิดไปอย่างนั้น : ถ้าไปใช้ในศาล ผู้พิพากษาปวดหัวเลยนะ)
11. คนเรามักคิดเเละทำ มักมองเเต่ด้านบวกตลอด เลยมองข้ามสิ่งที่จะย้อนกลับมาได้ (เเต่สื่อก็ช่วยส้มแทบทุกช่องแหละ เหมือนรังเกลียดอีกฝ่ายเนื่องจากประวัติไม่ธรรมดา + รักษาฐานคนดู เพราะฐานคนดูส่วนใหญ่จะอยู่ในกทม. คือกระเเสสีส้ม ฐานคนดูในกทม.มีกำลังชื้อมากกว่า ตจว.)
12. จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองโดยใช้คำว่าโปร่งใส เเต่ความคลางแคลงอยู่ในความคิดคนไปเเล้ว เช่น คนไม่มาใช้สิทธิหายไป 5 ล้านกว่า เเต่นักวิชาการส้มบางคนก็บอกเอาบัตรไป ..." ขรี้เกียจพูด" เหมือนยอมรับความจริงไม่ได้
13. ทำทีท่าเหมือนการปกป้องสิทธิของผู้ลงคะแนน = เเต่เพื่อประโยชน์ตนเองล้วนๆ
(ลุ้นบัตรเสียทำไมเยอะเกินไป/ บัตรเขย่ง โทษได้ทั้งกกต.+ผู้สมัคร = กลายเป็นฮีโร่ในสายตาพื้นที่นั้นเลย กำไร 3 ต่อ....)
14. คะแนนสูสีหน่อยก็เรียกหาความยุติธรรม - คะแนนห่างมากก็เรียกหาความโปร่งใส : หยิบมาใช้ได้ทุกสถานการณืจริงๆ เมื่อเเพ้
บางหน่วยทำงานดี ๆ ก็ต้องมานั่งแกะหีบใหม่ เพราะเกมความสงสัยมันแรงกว่าความจริง ใครค้านก็โดนมองว่าไม่อยากให้ตรวจสอบ โดนหาว่าเป็นพวกสกปรก + ถูกตีตราไปเลย + โดนเหมารวม +ถูกหาว่าปกป้องการโกง
อาจจะด่าผลก็ได้นะ เเต่ทุกวันนี้ ใช้กระแสมากกว่าเหตุผล ไม่ชอบอะไรก็ใช้กระเเสตัดสินมาสั่นความชอบธรรม
- อย่างเช่น คนประท้วงจริงๆ สืบเบื้องหลังก็รู้เเล้ว บุคคลเหล่านั้นประสบการณ์โซกโซนมาก
- ดูจากการใช้สิทธิเลือกตั้ง คนใช้ เกิบเเสนคน เเต่มาประท้วงหลักร้อย จนถึง1000นิดๆ (ตรรกะเหตุผลแบบนี้มันใช้ได้หรอ) + อีกทั้งบางคนนอกพื้นที่อีก ถ้าคนไม่พอใจป่านี้สมัครใจมานับหมื่นหรือเกิบทั้งหมดเเล้ว (จริงๆๆไม่มาใช้สิทธิ / ไม่เลือกคนนั้นเลยก็ได้)
- ใครเสียงดังกว่า =ได้อำนาจ มีอำนาจอยู่ในมือ
สุดท้าย "แทนที่จะพิสูจน์ด้วยหลักฐาน กลับพิสูจน์กันด้วยภาพลักษณ์"
หวังผลพลอยได้?? นับคะเเนนใหม่
ข้ออ้างนับใหม่ ..."ทุจริต +โกง +ไม่โปร่งใส"
- ก็รู้แหละว่ามันต้องมี เเต่มันก็มีทุกการเลือกตั้งของเเต่ล่ะปีนั่นแหละ อยู่ที่ว่าหลักฐานจะเด็ดเเค่ไหน? หาหลักฐานได้ไหม?
เเต่การมานับคะเเนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่เขาทำดีก็ซวยไปด้วย (เหมือนเขาข้าง กกต. เลยเน๊อะ!)
บางที่ก็สมควรนับใหม่จริงๆแหละ ....
เเต่บางที่ "หวังผลพลอยได้ " ถ้าเจอบัตรเขย่ง /เลขไม่ตรง /หาที่มาไม่ได้ = พลิกผล / สส.โดนตัดสิทธิ์ /เลือกตั้งใหม่เขตนั้น
ต่อให้คะเนนห่างฟ้ากับเหว สร้างความไม่ไว้ใจ
ที่เเน่ๆ 1. โจมตี ใส่ร้ายพรรคที่ชนะอยู่เเล้ว
2. ไม่ว่ายังไง ชาวบ้านก็จะเข้าใจว่าคนชนะเกิดจากการโกงมา (ข่าวลือ+หวังผลระยะยาว = สปกรกกว่าโกงอีก)
3. เหมารวม ปนเป จนข่าวจริง ข่าวลือ ข่าวปลอม มั่วไปหมด : คนไม่ลงลึก ก็จะเชื่อไปโดยปริยาย (ช่องข่าว นักข่าวก็งับมาเล่นข่าวโดยไม่สืบหาความจริง ) เช่น จากคลิป ก็ไม่ดูฉากหลังเลยว่าใช่สถานที่นั้นไหม? เเต่ก็โจมตีใส่ไฟสุมไฟไปเเล้ว
4. จะเกิดคำวิเศษ/ วลีที่มีอำนาจใช้ไปอ้างที่ไหนก็ได้ = เกณฑ์พลัง FC มาสักกลุ่ม ก็ร่ายคาถานี้เพื่อทำอะไรก็ได้อยู่เหนือกฎหมาย
(กฎหมู่ ศาลเตี้ยเเล้วอ้างความถูกต้อง อ้างว่ามีพิรุธ มีการโกง ทั้งๆที่หลักฐานคนล่ะประเด็น)
- เเค่เวลาเปลี่ยน หลักฐานก็เปลี่ยนมูลค่า เปลี่ยนความหมาย เปลี่ยนน้ำหนัก เปลี่ยนบลาๆ = คือ เน้นใช้อารมณ์ไม่เน้นใช้เหตุผล
5. หลังการนับเเล้ว ...อ้างว่าเขาโกง ทั้งๆที่ตนเองก็จับตาดูทุกการกระทำ ทุกบัตรเลือกตั้ง มีทั้งกล้อง ถ่ายผลรวม
= เป็นพยานโดนตัวเองไปเเล้ว เเต่ยังบอกเขาโกง
6. คือการโจมตีและใส่ร้ายพรรคที่ชนะอยู่แล้ว ให้ดูเหมือนชนะมาแบบไม่สะอาด (ก็นะ ก็มีไม่ใสสะอาด ...ก็จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง)
- ถ้าการหาเสียงกลยุทธ์เเล้วไม่สามารถชนะกำลังเงินเขาได้ เเล้วจะมาบริหารประเทศได้ยังไง ? <ความคิดออกเเนวเอียงชะเเล้ว เปลี่ยนๆ>
7. ใช้เหตุผลความโปร่งใส มาเป็นโล่ในการกระทำแบบแปลกๆ +เหตุผลเพี๊ยนๆ + เพื่อให้ได้อำนาจกระทำบางอย่าง
(ไฟลามทุ่ง นับใหม่ทั้งประเทศ จนถึงเลือกตั้งใหม่ เผลอๆกำจัดฝ่ายตรงข้ามได้ไปเลย เพราะข่าวเสียๆหายๆ )
- เเต่ไม่คิดถึงผลตีกลับเลย : ถ้านับเเล้วเเพ้อีก คือตอกย้ำให้เป็นข่าว ให้ชาวบ้านรู้ว่า "สังคมเริ่มรังเกลียดคุณจริงๆ"
วัดใจ วัดดวง + คนจะคิดทางลบ (เเจ้งตายเเล้วไปเกิดใหม่ดีกว่า ครั้งหน้าเลือกก็อายเขา เพราะการใส่ร้ายป้ายสี)
8. หาตัวกลาง (กกต.) เพื่อหวังผลพลอยได้ เสี่ยงโชค เสี่ยงดวง ถ้าคนชนะโดนตัดสิทธิ : ก็จะมีโอกาสได้สส.เพิ่ม
ยังไงก็กำไร-ไม่ขาดทุน +เน้นกระเเสระยะยาว (กุนชือแบบนี้.....ดับอนาถระยะยาว ถ้ากระเเสตีกลับ เนื่องจากชาวบ้านกินข้าว ดุข่าวเขาก็รู้)
- เเต่จริงๆ กกต. ก็เเย่นั่นแหละ! เเต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเเย่หมด
- (ใช้ความแค้น.... สส. เลือกกรรมการกกต.มาเป็นเหตุผล ) ...ถ้าโกงเลือกตั้งโดยจนท.ทั้งที โกงแบบแลนด์สไลด์ไปไม่ดีกว่าหรอ แบบไม่ต้องมีแดงมาผสม : เกินสัก 290 ก็พอ ไม่ต้องมาปริ่มน้ำโดนต่อรองเก้าอี้รมต.สูง
9. “ระบบไม่แฟร์” และใช้เป็นข้ออ้างในทุกสนามต่อไป เลือกตั้งครั้งหน้า หน่วยไหนทำถูกต้อง เรียบร้อย บริสุทธิ์
: เเค่อ้างคำวิเศษ ก็ได้ตรวจ+นับใหม่เเล้ว (คนเเพ้ได้สิทธินั้น หน่วยไหนไหนชนะก็ทำเป็นเงียบ)
- เหมือนทำให้คนจำนวนหนึ่งเชื่อไปแล้วว่าชนะมาแบบมีเงา
10. “เราสู้ให้ถึงที่สุด” เพื่อรักษาความรู้สึกของผู้สนับสนุน ??? (เน้นกระเเสมากกว่า-มากกว่าการหาความจริงเชิงข้อเท็จจริง)
(ปลุกกระเเสให้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง - หลักฐานเล็กๆ ก็ทำให้ยิ่งใหญ่จนเป็นข้อทุจริตได้ ทำให้คิดไปอย่างนั้น : ถ้าไปใช้ในศาล ผู้พิพากษาปวดหัวเลยนะ)
11. คนเรามักคิดเเละทำ มักมองเเต่ด้านบวกตลอด เลยมองข้ามสิ่งที่จะย้อนกลับมาได้ (เเต่สื่อก็ช่วยส้มแทบทุกช่องแหละ เหมือนรังเกลียดอีกฝ่ายเนื่องจากประวัติไม่ธรรมดา + รักษาฐานคนดู เพราะฐานคนดูส่วนใหญ่จะอยู่ในกทม. คือกระเเสสีส้ม ฐานคนดูในกทม.มีกำลังชื้อมากกว่า ตจว.)
12. จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองโดยใช้คำว่าโปร่งใส เเต่ความคลางแคลงอยู่ในความคิดคนไปเเล้ว เช่น คนไม่มาใช้สิทธิหายไป 5 ล้านกว่า เเต่นักวิชาการส้มบางคนก็บอกเอาบัตรไป ..." ขรี้เกียจพูด" เหมือนยอมรับความจริงไม่ได้
13. ทำทีท่าเหมือนการปกป้องสิทธิของผู้ลงคะแนน = เเต่เพื่อประโยชน์ตนเองล้วนๆ
(ลุ้นบัตรเสียทำไมเยอะเกินไป/ บัตรเขย่ง โทษได้ทั้งกกต.+ผู้สมัคร = กลายเป็นฮีโร่ในสายตาพื้นที่นั้นเลย กำไร 3 ต่อ....)
14. คะแนนสูสีหน่อยก็เรียกหาความยุติธรรม - คะแนนห่างมากก็เรียกหาความโปร่งใส : หยิบมาใช้ได้ทุกสถานการณืจริงๆ เมื่อเเพ้
บางหน่วยทำงานดี ๆ ก็ต้องมานั่งแกะหีบใหม่ เพราะเกมความสงสัยมันแรงกว่าความจริง ใครค้านก็โดนมองว่าไม่อยากให้ตรวจสอบ โดนหาว่าเป็นพวกสกปรก + ถูกตีตราไปเลย + โดนเหมารวม +ถูกหาว่าปกป้องการโกง
อาจจะด่าผลก็ได้นะ เเต่ทุกวันนี้ ใช้กระแสมากกว่าเหตุผล ไม่ชอบอะไรก็ใช้กระเเสตัดสินมาสั่นความชอบธรรม
- อย่างเช่น คนประท้วงจริงๆ สืบเบื้องหลังก็รู้เเล้ว บุคคลเหล่านั้นประสบการณ์โซกโซนมาก
- ดูจากการใช้สิทธิเลือกตั้ง คนใช้ เกิบเเสนคน เเต่มาประท้วงหลักร้อย จนถึง1000นิดๆ (ตรรกะเหตุผลแบบนี้มันใช้ได้หรอ) + อีกทั้งบางคนนอกพื้นที่อีก ถ้าคนไม่พอใจป่านี้สมัครใจมานับหมื่นหรือเกิบทั้งหมดเเล้ว (จริงๆๆไม่มาใช้สิทธิ / ไม่เลือกคนนั้นเลยก็ได้)
- ใครเสียงดังกว่า =ได้อำนาจ มีอำนาจอยู่ในมือ
สุดท้าย "แทนที่จะพิสูจน์ด้วยหลักฐาน กลับพิสูจน์กันด้วยภาพลักษณ์"