เด็กชายตัวน้อยริมชายหาด นั่งลงบนผืนทราย สองมือน้อย ๆ ประคับประคองเม็ดทรายที่เปียกชื้น ก่อขึ้นมาเป็นรูปทรงตามแต่ใจคิด เขาเรียกมันว่าปราสาท แต่ในโลกของผู้ใหญ่ ในมุมของความรัก มันถูกเรียกว่าความหวัง
ชายหนุ่มผู้มีความหวัง…เขาใช้ทุกนาทีในชีวิตหยิบยื่นความรัก ความใส่ใจ และคำมั่นสัญญา ดุจดั่งเม็ดทรายที่เขาก่อขึ้นเป็นปราสาทสูง
เขาเชื่อว่าหากเขาสร้างมันให้สวยงามพอ ประณีตกับมันมากพอ ปราสาทหลังนี้จะกลายเป็นวิมานที่เขาและเธอจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
แต่เขาอาจลืมไปว่าทราย…มีความเปราะบาง…ที่ที่เขายืนอยู่คือชายหาด…ที่ที่คลื่นพร้อมจะซัดสาดขึ้นมาทวงคืนทุกสิ่งจากเขา
คลื่นลูกนั้น ไม่ว่าจะเป็นความอิ่มตัวในความรัก การเปลี่ยนแปลงของใจคน หรือกาลเวลา…พิสูจน์ว่าปราสาททรายที่เขาสร้างมานั้นไม่แข็งแรงพอที่จะยืนหยัดต่อเกลียวคลื่น
เมื่อปราสาททรายพังทลายลง สิ่งที่เหลืออยู่เป็นเพียงแค่เศษทราย และความว่างเปล่าในหัวใจของเขา
จะเหนื่อยไปทำไมกับการสร้างสิ่งที่ไม่ถาวร…แต่มนุษย์…ยังเลือกที่จะสร้างใหม่ซ้ำแล้ว…ซ้ำเล่า นั่นคือธรรมชาติของความรัก
ชายหนุ่มยืนมองท้องทะเลที่สงบ มีเพียงระลอกคลื่นเล็ก ๆ ชายหาดตรงนั้น เคยมีปราสาททราย บัดนี้เหลือเพียงฟองคลื่นสีขาว ที่สาดซัดเข้ามาและจางหายไป…
เขาไม่ร้องไห้ฟูมฟาย เขาได้เรียนรู้ว่า ความรักบางครั้งไม่ได้มีไว้เพื่อครอบครอง แต่มีไว้ให้เราได้รู้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยพยายาม เพื่อใครบางคนมากแค่ไหน
ปราสาททรายอาจไม่มีอีกแล้ว แต่สัมผัสของทรายเปียกๆ นั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำ
…ความรักที่แม้จะจบลง แต่มันก็ทำให้เขาให้เติบโตขึ้น…
…ก็เพลงมันพาไป
ปราสาททราย …เมื่อเพลงพาไป