เมื่อวานไปฉีดโบท๊อกที่
Dermatige มาคือไม่ได้ตั้งใจจะรู้อะไรเลยนะ แค่ไปฉีดหน้าปกติและเป็นครั้งแรกที่นี่เพราะปกติเราย้ายร้านไปตามโปรโมชั่น 5555 แต่หมอที่นี่เซียนมากแถมเม้าท์แซ่บ สรุปได้ความรู้มาเยอะมาก ปกติเจอแต่เชียร์ขาย รอบนี้ประทับใจเลยอยากมาเล่าต่อ
เรื่องโบท๊อก (Botox) ที่คนชอบเข้าใจผิด
หลายคนคิดว่า “ฉีดเยอะ = หน้าแน่น = หน้าเด็ก” แต่จริงๆ หมอบอกว่า…
หน้าเราประมาณ 60 ยูนิตก็เอาอยู่แล้วถ้าฉีดเกินมันไม่ได้เด็กขึ้น มันจะกลายเป็น
ตึงแข็ง หน้าไม่ขยับ ดูโป๊ะ มากกว่า เพราะฉะนั้นควรฉีดแต่พอดีให้ธรรมชาติ คือสิ่งที่หมอรับประกันว่าจะเลิศมากกว่าอัดแน่นๆ แต่สิ่งที่คุณหมอแนะนำและย้ำเลยคือ ไม่ควรฉีดข้ามค่ายไปมาเพราะมันจะทำให้ดื้อโบ คำว่าดื้อนี่หมายถึงฉีดแล้วไม่เห็นผลอะไรไปเลย ตรงนี้เราเพิ่งรู้เพราะส่วนใหญ่เราว่าหลายคนก็ฉีดตามโปรฯแล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วถามว่าฝั่งยุโรปหรือสายเกาหลีดีกว่ากัน อันนี้คุณหมอสรุปให้ คือ… ไม่มีถูกผิด อยู่ที่ “เราชอบหน้าแบบไหน” แต่ถ้าสายเกาก็ต้องเกาตลอด ถ้าสายเมกาแล้วก็ต่อเมกาไปเลย และสุดท้ายก็ต้องมีอย.รับรองและคลีนิกที่เชื่อถือได้
แต่ที่โหดกว่านั้น ที่หมอบอก (อันนี้คนไม่ค่อยรู้นะ)
· ฉีดเยอะไป
กล้ามเนื้อจะอ่อนแรงถาวรได้
· บางคนหน้าเรียบก็จริง แต่
ยิ้มแล้วดูเศร้า
· เพราะกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงอารมณ์โดนล็อกหมด
ส่วนจะเริ่มทำอายุเท่าไหร่ดีนั้น คุณหมอบอก อายุ 20 ปีก็เริ่มทำได้แล้ว เพราะคุณหมออยากให้มองเป็นมุมมอง ของการรักษากับการป้องกัน เด็กก็คือการป้องกันการเกิดริ้วรอยถาวร และขนาดการใช้ก็จะไม่ได้ใช้ปริมาณเยอะมากมาย ส่วนผู้ใหญ่คือการแก้ไข เช่นเริ่มมีเส้นลึกๆแล้วไปทำก็รักษาให้เส้นเกิดการตื้นขึ้น อาจจะไม่หายแต่ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
หมอพูดประโยคหนึ่งที่ชอบมาก: “โบท๊อกที่ดี คือคนทักว่า ไปทำอะไรมา หน้าดูสดใสดี ไม่ใช่ทักว่า ไปฉีดมาใช่มั้ย”
โดนเลยอะ คิดดูนะจากที่เราปกติเหมาแบบเยอะสุด (เพราะเห็นแก่โปร) รอบนี้ลดลงเป็น 60ยูนิตเลยจ้า 55555 เน้นจุดที่ควรจริงๆ หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว ไม่เอาแบบเห็นชัด แต่เอาแบบ
ดูกินดีหลับดีแทน หมอบอกตรงๆ ว่า “หน้าเธอไม่ต้องเยอะกว่านี้แล้ว ใสเกินเดี๋ยวเหมือน AI ” อย่างฮา...แต่จริง
สรุปฟีลหลังทำผ่านไป 1 อาทิตย์
· หน้าไม่แข็ง
· ยิ้มได้ หัวเราะได้
· ไม่มีใครทักว่าไปฉีด
· แต่มีคนทักว่า
ช่วงนี้ดูผิวดีจัง
อันนี้แหละที่อยากได้ที่สุด
สรุปสั้นๆ สำหรับคนขี้เกียจอ่าน โบท๊อกไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี มันคือ
ศิลปะการฉีด หมอต้องเก่ง หมอต้องมี ประสบการณ์ ไม่รีบ ไม่เร่ง และกล้าปฏิเสธไม่ทำให้ หรือแนะนำตรงๆถ้าอะไรที่มันเกินไป เพราะอย่าคิดว่าแค่โบท๊อก แต่มันคือการทำหัตกรรมที่เฉพาะบุคคลจริงๆ บอกเลยว่าหมอDermatige เรายอมยกนิ้วให้ เพราะว่า หมอให้เวลาและใส่ใจจริงๆ สงสัยจะติดหมอที่นี่ซะแล้ว
[CR] รีวิวหมอDermatige แบบเม้าส์สนั่นจนแทบปิดร้าน 555
เรื่องโบท๊อก (Botox) ที่คนชอบเข้าใจผิด
หลายคนคิดว่า “ฉีดเยอะ = หน้าแน่น = หน้าเด็ก” แต่จริงๆ หมอบอกว่า… หน้าเราประมาณ 60 ยูนิตก็เอาอยู่แล้วถ้าฉีดเกินมันไม่ได้เด็กขึ้น มันจะกลายเป็น ตึงแข็ง หน้าไม่ขยับ ดูโป๊ะ มากกว่า เพราะฉะนั้นควรฉีดแต่พอดีให้ธรรมชาติ คือสิ่งที่หมอรับประกันว่าจะเลิศมากกว่าอัดแน่นๆ แต่สิ่งที่คุณหมอแนะนำและย้ำเลยคือ ไม่ควรฉีดข้ามค่ายไปมาเพราะมันจะทำให้ดื้อโบ คำว่าดื้อนี่หมายถึงฉีดแล้วไม่เห็นผลอะไรไปเลย ตรงนี้เราเพิ่งรู้เพราะส่วนใหญ่เราว่าหลายคนก็ฉีดตามโปรฯแล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วถามว่าฝั่งยุโรปหรือสายเกาหลีดีกว่ากัน อันนี้คุณหมอสรุปให้ คือ… ไม่มีถูกผิด อยู่ที่ “เราชอบหน้าแบบไหน” แต่ถ้าสายเกาก็ต้องเกาตลอด ถ้าสายเมกาแล้วก็ต่อเมกาไปเลย และสุดท้ายก็ต้องมีอย.รับรองและคลีนิกที่เชื่อถือได้
แต่ที่โหดกว่านั้น ที่หมอบอก (อันนี้คนไม่ค่อยรู้นะ)
· ฉีดเยอะไป กล้ามเนื้อจะอ่อนแรงถาวรได้
· บางคนหน้าเรียบก็จริง แต่ ยิ้มแล้วดูเศร้า
· เพราะกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงอารมณ์โดนล็อกหมด
ส่วนจะเริ่มทำอายุเท่าไหร่ดีนั้น คุณหมอบอก อายุ 20 ปีก็เริ่มทำได้แล้ว เพราะคุณหมออยากให้มองเป็นมุมมอง ของการรักษากับการป้องกัน เด็กก็คือการป้องกันการเกิดริ้วรอยถาวร และขนาดการใช้ก็จะไม่ได้ใช้ปริมาณเยอะมากมาย ส่วนผู้ใหญ่คือการแก้ไข เช่นเริ่มมีเส้นลึกๆแล้วไปทำก็รักษาให้เส้นเกิดการตื้นขึ้น อาจจะไม่หายแต่ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
หมอพูดประโยคหนึ่งที่ชอบมาก: “โบท๊อกที่ดี คือคนทักว่า ไปทำอะไรมา หน้าดูสดใสดี ไม่ใช่ทักว่า ไปฉีดมาใช่มั้ย”
โดนเลยอะ คิดดูนะจากที่เราปกติเหมาแบบเยอะสุด (เพราะเห็นแก่โปร) รอบนี้ลดลงเป็น 60ยูนิตเลยจ้า 55555 เน้นจุดที่ควรจริงๆ หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว ไม่เอาแบบเห็นชัด แต่เอาแบบ ดูกินดีหลับดีแทน หมอบอกตรงๆ ว่า “หน้าเธอไม่ต้องเยอะกว่านี้แล้ว ใสเกินเดี๋ยวเหมือน AI ” อย่างฮา...แต่จริง
สรุปฟีลหลังทำผ่านไป 1 อาทิตย์
· หน้าไม่แข็ง
· ยิ้มได้ หัวเราะได้
· ไม่มีใครทักว่าไปฉีด
· แต่มีคนทักว่า ช่วงนี้ดูผิวดีจัง
อันนี้แหละที่อยากได้ที่สุด
สรุปสั้นๆ สำหรับคนขี้เกียจอ่าน โบท๊อกไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี มันคือ ศิลปะการฉีด หมอต้องเก่ง หมอต้องมี ประสบการณ์ ไม่รีบ ไม่เร่ง และกล้าปฏิเสธไม่ทำให้ หรือแนะนำตรงๆถ้าอะไรที่มันเกินไป เพราะอย่าคิดว่าแค่โบท๊อก แต่มันคือการทำหัตกรรมที่เฉพาะบุคคลจริงๆ บอกเลยว่าหมอDermatige เรายอมยกนิ้วให้ เพราะว่า หมอให้เวลาและใส่ใจจริงๆ สงสัยจะติดหมอที่นี่ซะแล้ว
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้