รีวิวนิยายสยองขวัญ The Elementals ตระกูลต้องสาป (สปอยสองตอนแรก)
ชื่อเรื่อง The Elementals
แนวเรื่อง สยองขวัญ
ผู้เขียน Michael mcdowall
ผลงานผู้เขียน Blackwater,The Amulet,The Elementals
ให้เสียงโดย R.C. Bray
ที่มา
https://www.amazon.com/Elementals-Michael-McDowell/dp/1941147178
https://www.audible.com/pd/B0CC424557?source_code=ASSORAP0511160007
จำนวนหน้า 292 หน้า(จำนวนหน้าขึ้นกับเวอร์ชั่นที่ตีพิมพ์) 1 เล่มจบ
สถานะ จบในเล่ม
+เรื่องนี้ผมอ่านพร้อมฟังนะครับ
+นิยายเขียนขึ้นในปี 1981(2524)นะครับ เวลาในเรื่องน่าจะอิงประมาณช่วงปี 197X ถึงต้น 1980
**พล็อตเรื่อง**
เรื่องราวของ 2 ตระกูลมหาเศรษฐี Savages McCrays ที่มารวมตัวกัน ในงานศพของ Marian savages ที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยตระกูล Savages จะมีขั้นตอนการจัดงานศพที่แตกต่างจากที่อื่นคือ พวกเขาจะจัดงานศพส่วนตัว เฉพาะครอบครัวเท่านั้นที่มาได้
หลังจากที่คนในครอบครัวมา พวกเขาจะใช้มีด จิ้ม(สำคัญนะ จำไว้)เบาๆที่ไปหน้าอกของศพ เพื่อให้แน่ใจว่า ศพตายแล้วจริงๆ และ พิธีกรรมนี้มีที่มา (สปอย2ตอนแรก)
ในอดีต Dauphin Savage หญิงสาวผู้โชคร้าย เสียชีวิตในขณะที่ตั้งครรภ์ เธอตายทั้งกลม ศพของเธอถูกฝังในโลงพร้อมกับศพลูกของเธอ
หลังจากนั้นไม่นาน มีข่าวลือ รวมถึงผู้คนฝันร้ายว่า Dauphin ยังไม่ตาย แต่เธอถูกฝังทั้งเป็น
ตระกูล Savage เลยขุดศพของเธอขึ้นมา และพบว่า เธอยังไม่ตาย…ในตอนที่ฝัง จากร่องรอยของการขีดข่วนในโลงพบว่า หลังจากที่เธอถูกฝังในโลงศพ Dauphin ฟื้นขึ้นมา กรีดร้องโวยวาย และ เพราะเธอหิวโหย ไม่มีอะไรกิน ด้วยความอดอยากและกลัวตาย เธอเลยกินสิ่งเดียวที่มีอยู่ในโลงศพ…ลูกของเธอ ก่อนจะโกยกระดูกร่างของลูกเธอไปไว้ข้างๆตัว
หลังจากนั้น ตระกูล Savage เริ่มมีทำเนียบว่า ต้องใช้มีดปักอก คนทุกคนที่ตายในตระกูล แต่! ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก
Daphne Savage ตายขณะที่ตั้งครรภ์ ขณะที่จัดงานศพของเธอ ตามทำเนียบของตระกูลคือ ต้องใช้มีดปักไปที่ศพ สามีของเธอก็ทำตามทำเนียบ โดยเงื้อมมีดสุดแรง ปักเข้าไปที่กลางอกของศพDaphne…เธอฟื้นขึ้นมา จับตัวสามีของเธอด้วยความอิดโรย ก่อนจะที่ฟุบลงไป เสียชีวิตไปอีกครั้ง
หลังจากนั้น ตระกูล Savage เลยเปลี่ยนทำเนียบ คือให้คนในตระกูลมีมีดประจำตัวของตัวเอง หลังจากที่ตาย ให้คนในตระกูลเอามีดจิ้มไปที่หน้าอกของผู้ตายเบาๆ แล้วทิ้งมีดไว้ข้างศพ เผื่อว่าถ้าฟื้นขึ้นมา จะได้มีอะไรไว้ใช้ฆ่าตัวตาย
*สรุป* ฝังทั้งเป็น>ปักอก>เปลี่ยนเป็นจิ้ม>ทิ้งมีดไว้ให้*
หลังจัดงานศพ ทั้งสองตระกูล ได้เดินทางไปที่ บ้านพักตากอากาศริมทะเล โดยเป็นบ้านแฝดขนาดใหญ่ 3 หลัง
บ้านหลังที่ 3 มีชื่อว่า Beldame เป็นบ้านหลังเดียวที่ไม่มีเจ้าของอยู่ และ ทุกคนห้ามเข้าไป เพราะไม่มีเจ้าของและคนดูแล ทำให้บ้านถูกทรายทับถม เป็นกองทรายอยู่หน้าบ้านขนาดใหญ่ กองทรายทั้งหมดสูงเกือบถึงชั้น 2 เป็นสถานที่อันตราย
อินเดีย เด็กสาว อายุ 13 ปี เป็นสาวน้อยคนเดียวที่ไม่เคยมาที่บ้านพักตากอากาศแห่งนี้ อินเดียถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในบ้านหลังที่ 3 แต่เพราะความอยากรู้ อยากเห็นของเธอ ทำให้เธออดใจที่จะเข้าไปถ่ายรูป รวมถึงเดินเล่นรอบๆบ้านหลังที่ 3
หลังจากนั้นไม่นาน อินเดียก็พบว่า รูปภาพที่เธอถ่ายมา มีบางอย่างติดอยู่ เงาที่เธอเห็นในบ้าน อาจะเป็นใครบางคน ผู้ใหญ่ทุกคนรู้เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับบ้างหลังที่ 3 แต่ไม่มีใครบอกอะไรกับเธอ
ในบ้านหลังที่ 3 มีอะไร อยากรู้ต้องลองอ่านดู
**เนื้อเรื่อง**
เนื้อเรื่องหลักจะเกี่ยวกับบ้านหลังที่ 3 และตระกูล Savage โดยตัวละครที่ดำเนินเรื่องหลักคือ อินเดีย และ โอเดสซา
โอเดสซา เป็นสาวใช้ผิวสีประจำตระกูล รับใช้ตระกูลนี้มานาน เธอมีความรู้เกี่ยวกับบ้านหลังที่ 3 และ อดีตของมัน รวมถึงเธอยังเชื่อในไสยศาสตร์และวูดูอีกด้วย
อินเดียไปสำรวจบ้านหลังที่ 3 จนได้พบกับสิ่งประหลาด ที่อธิบายไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็สืบเรื่องราวของบ้านหลังที่ 3 จากโอเดสซาและพ่อของเธอ จนเริ่มรู้ความจริง
บ้านหลังที่ 3 มีอะไร? ทำไมผู้ใหญ่ไม่กล้าเข้าไป? ทำไมห้ามไม่ให้ใครเข้าไป? เคยเกิดอะไรขึ้นในอดีต?
ลองอ่านดูนะ
**รีวิว**
นิยายสนุก โหด ได้บรรยากาศความสยองขวัญและที่สำคัญสุดคือ ได้ความรู้สึกของผู้ดีเก่าทางใต้ของอเมริกามากๆ
+เนื้อเรื่อง
ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้ดีมาก เรียบๆเหมือนนิยายหรือหนังสยองขวัญทั่วไป มีหนังหลายเรื่องที่ให้บรรยากาศและความรู้สึก รวมถึงเนื้อเรื่องทางๆเดียวกัน อย่าง Crimson peak,The other, Session 9
สิ่งที่โดดเด่นของเรื่องนี้ คำบรรยายและบรรยากาศทางใต้ อย่างความร้อนและทราย ที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกแตกต่างจากนิยายเรื่องอื่นๆ
เพราะนี่เป็นนิยายเก่า ตัวละครในเรื่องรวยกันระดับมหาเศรษฐี แต่ก็ไม่มีแอร์ใช้อยู่ดี ยิ่งอยู่หน้าร้อน ไม่มีแอร์ น้ำแข็งยังหายากเลย มหาเศรษฐีนะเนี้ย
ตัวเนื้อเรื่องมีความโหดปนสยองนะครับ อย่างที่เขียนเนื้อเรื่องไป มีกินศพเด็ก มีร่างแหลก ควักลูกกะตา สับคอขาด ไม่อยากสปอยมาก แต่โหดกว่าหนังสยองขวัญทั่วไปประมาณนึงเลยละ
เนื้อเรื่องหลักจะเน้นไปที่ความลึกลับของบ้านหลังที่ 3 ที่มีความลับซ่อนอยู่ และ อดีตของมันที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่อง เหมือนจะกลัวบ้านหลังที่ 3 แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมและเพราะอะไร ทุกคนกลัว แต่บอกเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม มีแค่อินเดีย อินเดียคนเดียวที่ไม่กลัว เพราะเธอเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก
ยิ่งดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ เราจะรู้จักบ้านหลังที่ 3 มากขึ้น และเริ่มเข้าใจปริศนา เริ่มเข้าใจว่าทำไมถึงกลัว ทำไมถึงบอกเหตุผลไม่ได้ว่า ทำไมกลัวกัน
เนื้อเรื่องจะเหมือนกับหนังสยองขวัญหลายเรื่องที่ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน ไม่ได้บอกที่มาอย่างชัดเจนของความลึกลับ ว่าเป็นใคร มาจากไหน มีเหตุผลอะไร ทุกอย่างให้เราตีความและไปคิดเอาเอง ตรงนี้คือเป็นข้อดีและข้อเสียอย่างนึง บางคนชอบ บางคนไม่ชอบเนาะ
+ตัวละคร
ตัวละครในเรื่องมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติกันทั้งหมด
ตัวละครที่โดดเด่นสองตัวคือ อินเดีย นางเอกของเรา และ โอเดสซา สาวรับใช้ที่มีความรู้เกี่ยวกับไสยศาสตร์
อินเดีย เป็นเด็กอายุ 13 ที่ฉลาดและขี้สงสัย เพราะถูกเลี้ยงดูแบบเหมือนผู้ใหญ่ ทำให้เธอไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่โวยวาย มีแค่การตั้งคำถามกับคนอื่น และอยากรู้ด้วยตัวเอง
หลายครั้งเราจะรู้สึกว่าอินเดียเป็นผู้ใหญ่เกินตัว แต่ถ้าอ่านไปเรื่อยๆจะรู้ว่า ที่เป็นแบบนี้ เพราะถูกเลี้ยงมาแบบผู้ใหญ่ ทำให้กลายเป็นเด็กที่ฉลาดแต่เหมือนขาดความสามารถทางอารมณ์(เป็นกันทั้งบ้านอ่ะ)เป็นตัวเอกที่น่าสนใจดี
โอเดสซา เป็นสาวรับใช้ที่ทำงานมานานหลายสิบปี โอเดสซา เป็นคนเดียวที่ยังทำเหมือนอินเดียเป็นเด็ก คือคอยสอนสิ่งต่างๆให้ แต่ก็ไม่มาก พอที่จะห้ามเด็กไม่ให้เข้าบ้านหลังที่ 3 นะ
โอเดสซามีความรู้เกี่ยวกับไสยศาสตร์และวูดู ตามความเชื่อของหญิงผิวดำสมัยก่อน เธอเป็นตัวละครหลักที่คอยช่วยอินเดีย และ สอนอินเดียเกี่ยวกับไสยศาสตร์และบ้านหลังที่ 3
ตัวละครอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นบทเสริม เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่ชวนอึดอัด ไม่ค่อยมีการเปิดใจกัน คือ รักกันละ แต่ไม่บอกกัน
ตอนอ่านจะรู้สึกว่าถ้าคุยกันมากกว่านี้ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ แต่บ้านนี้เหมือนคุยกันเท่าที่จำเป็น
+ความรู้และวัฒนธรรมในเรื่อง
ผมเป็นคนดูหนังและซีรีย์เยอะนะ ยุคคาวบอยหรือหนังสมัยก่อนก็ดู แต่หนังกับซีรีย์เป็นสื่อหลัก วัฒนธรรมหลายอย่างจะเบาลง เป็นข้อจำกัดเพื่อให้สื่อได้กับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ติดเรท
เรื่องนี้เป็นนิยายเก่า เลยไม่มีข้อจำกัด มีหลายครั้งที่ผมอ่านละ รู้สึก “อะไรวะ” มาก อย่าง คนเป็นพ่อ รินเหล้าสก็อต(เกือบเพียว)ให้ลูกดื่ม ลูกเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 13 นะเนี้ย
สมัยก่อน วัฒนธรรมผู้ดีทางใต้จะเลี้ยงลูกให้เป็นผู้ใหญ่ กินกาแฟตั้งแต่เด็ก ปกติ รินเหล้าให้ลูกดื่ม เพื่อให้ใจเย็นลง ปกติ
ในเรื่องจะไม่เรียก พ่อ แม่ กันเลย จะเรียกกันด้วยชื่อตลอด หลายครั้งจะรู้สึกว่า อินเดียไม่ใช่เด็กอายุ 13 แต่เป็นผู้ใหญ่อายุ 20 ต้นๆ จากสิ่งที่อินเดียทำและคนรอบข้างปฏิบัติกับอินเดีย
ในเรื่องจะไม่มีใครทำเหมือนกับอินเดียเป็นเด็ก ให้ความรู้สึกเดียวกับเวลาที่เราดูหนังเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษหรือผู้ดียุคก่อน ที่ทำเหมือนกับว่า เด็กคือผู้ใหญ่ที่ตัวเล็ก ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนหรือเหตุการณ์อะไร เด็กต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง จะไม่มีเรียกร้องผู้ใหญ่ให้ช่วยเหลือ เป็นรูปแบบของวัฒนธรรมผู้ดีสมัยก่อน
คำศัพท์มีบ้างที่ ผู้เขียนใช้คำศัพท์สำเนียงใต้ อย่าง cain,cain’t(can't),law(Lord),y'all(you all) บอกไว้หน่อย เผื่อไม่ชิน
+สรุป
สำหรับเรื่องนี้ ใครเป็นแฟนนิยายสยองขวัญ บรรยากาศผู้ดีทางใต้ บอกเลยว่าต้องอ่าน คำบรรยายดี เข้าใจง่าย สยองขวัญ มีความโหดพอประมาณ อ่านแล้วได้ดราม่าเบาๆ สยองขวัญหนักๆ และวัฒนธรรมผู้ดีทางใต้เต็มๆ
คะแนน 8.4/10 ชอบมาก มีอ่านซ้ำ
รีวิวนิยายสยองขวัญ The Elementals ตระกูลต้องสาป (สปอยสองตอนแรก)
ชื่อเรื่อง The Elementals
แนวเรื่อง สยองขวัญ
ผู้เขียน Michael mcdowall
ผลงานผู้เขียน Blackwater,The Amulet,The Elementals
ให้เสียงโดย R.C. Bray
ที่มา
https://www.amazon.com/Elementals-Michael-McDowell/dp/1941147178
https://www.audible.com/pd/B0CC424557?source_code=ASSORAP0511160007
จำนวนหน้า 292 หน้า(จำนวนหน้าขึ้นกับเวอร์ชั่นที่ตีพิมพ์) 1 เล่มจบ
สถานะ จบในเล่ม
+เรื่องนี้ผมอ่านพร้อมฟังนะครับ
+นิยายเขียนขึ้นในปี 1981(2524)นะครับ เวลาในเรื่องน่าจะอิงประมาณช่วงปี 197X ถึงต้น 1980
**พล็อตเรื่อง**
เรื่องราวของ 2 ตระกูลมหาเศรษฐี Savages McCrays ที่มารวมตัวกัน ในงานศพของ Marian savages ที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยตระกูล Savages จะมีขั้นตอนการจัดงานศพที่แตกต่างจากที่อื่นคือ พวกเขาจะจัดงานศพส่วนตัว เฉพาะครอบครัวเท่านั้นที่มาได้
หลังจากที่คนในครอบครัวมา พวกเขาจะใช้มีด จิ้ม(สำคัญนะ จำไว้)เบาๆที่ไปหน้าอกของศพ เพื่อให้แน่ใจว่า ศพตายแล้วจริงๆ และ พิธีกรรมนี้มีที่มา (สปอย2ตอนแรก)
ในอดีต Dauphin Savage หญิงสาวผู้โชคร้าย เสียชีวิตในขณะที่ตั้งครรภ์ เธอตายทั้งกลม ศพของเธอถูกฝังในโลงพร้อมกับศพลูกของเธอ
หลังจากนั้นไม่นาน มีข่าวลือ รวมถึงผู้คนฝันร้ายว่า Dauphin ยังไม่ตาย แต่เธอถูกฝังทั้งเป็น
ตระกูล Savage เลยขุดศพของเธอขึ้นมา และพบว่า เธอยังไม่ตาย…ในตอนที่ฝัง จากร่องรอยของการขีดข่วนในโลงพบว่า หลังจากที่เธอถูกฝังในโลงศพ Dauphin ฟื้นขึ้นมา กรีดร้องโวยวาย และ เพราะเธอหิวโหย ไม่มีอะไรกิน ด้วยความอดอยากและกลัวตาย เธอเลยกินสิ่งเดียวที่มีอยู่ในโลงศพ…ลูกของเธอ ก่อนจะโกยกระดูกร่างของลูกเธอไปไว้ข้างๆตัว
หลังจากนั้น ตระกูล Savage เริ่มมีทำเนียบว่า ต้องใช้มีดปักอก คนทุกคนที่ตายในตระกูล แต่! ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก
Daphne Savage ตายขณะที่ตั้งครรภ์ ขณะที่จัดงานศพของเธอ ตามทำเนียบของตระกูลคือ ต้องใช้มีดปักไปที่ศพ สามีของเธอก็ทำตามทำเนียบ โดยเงื้อมมีดสุดแรง ปักเข้าไปที่กลางอกของศพDaphne…เธอฟื้นขึ้นมา จับตัวสามีของเธอด้วยความอิดโรย ก่อนจะที่ฟุบลงไป เสียชีวิตไปอีกครั้ง
หลังจากนั้น ตระกูล Savage เลยเปลี่ยนทำเนียบ คือให้คนในตระกูลมีมีดประจำตัวของตัวเอง หลังจากที่ตาย ให้คนในตระกูลเอามีดจิ้มไปที่หน้าอกของผู้ตายเบาๆ แล้วทิ้งมีดไว้ข้างศพ เผื่อว่าถ้าฟื้นขึ้นมา จะได้มีอะไรไว้ใช้ฆ่าตัวตาย
*สรุป* ฝังทั้งเป็น>ปักอก>เปลี่ยนเป็นจิ้ม>ทิ้งมีดไว้ให้*
หลังจัดงานศพ ทั้งสองตระกูล ได้เดินทางไปที่ บ้านพักตากอากาศริมทะเล โดยเป็นบ้านแฝดขนาดใหญ่ 3 หลัง
บ้านหลังที่ 3 มีชื่อว่า Beldame เป็นบ้านหลังเดียวที่ไม่มีเจ้าของอยู่ และ ทุกคนห้ามเข้าไป เพราะไม่มีเจ้าของและคนดูแล ทำให้บ้านถูกทรายทับถม เป็นกองทรายอยู่หน้าบ้านขนาดใหญ่ กองทรายทั้งหมดสูงเกือบถึงชั้น 2 เป็นสถานที่อันตราย
อินเดีย เด็กสาว อายุ 13 ปี เป็นสาวน้อยคนเดียวที่ไม่เคยมาที่บ้านพักตากอากาศแห่งนี้ อินเดียถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในบ้านหลังที่ 3 แต่เพราะความอยากรู้ อยากเห็นของเธอ ทำให้เธออดใจที่จะเข้าไปถ่ายรูป รวมถึงเดินเล่นรอบๆบ้านหลังที่ 3
หลังจากนั้นไม่นาน อินเดียก็พบว่า รูปภาพที่เธอถ่ายมา มีบางอย่างติดอยู่ เงาที่เธอเห็นในบ้าน อาจะเป็นใครบางคน ผู้ใหญ่ทุกคนรู้เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับบ้างหลังที่ 3 แต่ไม่มีใครบอกอะไรกับเธอ
ในบ้านหลังที่ 3 มีอะไร อยากรู้ต้องลองอ่านดู
**เนื้อเรื่อง**
เนื้อเรื่องหลักจะเกี่ยวกับบ้านหลังที่ 3 และตระกูล Savage โดยตัวละครที่ดำเนินเรื่องหลักคือ อินเดีย และ โอเดสซา
โอเดสซา เป็นสาวใช้ผิวสีประจำตระกูล รับใช้ตระกูลนี้มานาน เธอมีความรู้เกี่ยวกับบ้านหลังที่ 3 และ อดีตของมัน รวมถึงเธอยังเชื่อในไสยศาสตร์และวูดูอีกด้วย
อินเดียไปสำรวจบ้านหลังที่ 3 จนได้พบกับสิ่งประหลาด ที่อธิบายไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็สืบเรื่องราวของบ้านหลังที่ 3 จากโอเดสซาและพ่อของเธอ จนเริ่มรู้ความจริง
บ้านหลังที่ 3 มีอะไร? ทำไมผู้ใหญ่ไม่กล้าเข้าไป? ทำไมห้ามไม่ให้ใครเข้าไป? เคยเกิดอะไรขึ้นในอดีต?
ลองอ่านดูนะ
**รีวิว**
นิยายสนุก โหด ได้บรรยากาศความสยองขวัญและที่สำคัญสุดคือ ได้ความรู้สึกของผู้ดีเก่าทางใต้ของอเมริกามากๆ
+เนื้อเรื่อง
ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้ดีมาก เรียบๆเหมือนนิยายหรือหนังสยองขวัญทั่วไป มีหนังหลายเรื่องที่ให้บรรยากาศและความรู้สึก รวมถึงเนื้อเรื่องทางๆเดียวกัน อย่าง Crimson peak,The other, Session 9
สิ่งที่โดดเด่นของเรื่องนี้ คำบรรยายและบรรยากาศทางใต้ อย่างความร้อนและทราย ที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกแตกต่างจากนิยายเรื่องอื่นๆ
เพราะนี่เป็นนิยายเก่า ตัวละครในเรื่องรวยกันระดับมหาเศรษฐี แต่ก็ไม่มีแอร์ใช้อยู่ดี ยิ่งอยู่หน้าร้อน ไม่มีแอร์ น้ำแข็งยังหายากเลย มหาเศรษฐีนะเนี้ย
ตัวเนื้อเรื่องมีความโหดปนสยองนะครับ อย่างที่เขียนเนื้อเรื่องไป มีกินศพเด็ก มีร่างแหลก ควักลูกกะตา สับคอขาด ไม่อยากสปอยมาก แต่โหดกว่าหนังสยองขวัญทั่วไปประมาณนึงเลยละ
เนื้อเรื่องหลักจะเน้นไปที่ความลึกลับของบ้านหลังที่ 3 ที่มีความลับซ่อนอยู่ และ อดีตของมันที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่อง เหมือนจะกลัวบ้านหลังที่ 3 แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมและเพราะอะไร ทุกคนกลัว แต่บอกเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม มีแค่อินเดีย อินเดียคนเดียวที่ไม่กลัว เพราะเธอเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก
ยิ่งดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ เราจะรู้จักบ้านหลังที่ 3 มากขึ้น และเริ่มเข้าใจปริศนา เริ่มเข้าใจว่าทำไมถึงกลัว ทำไมถึงบอกเหตุผลไม่ได้ว่า ทำไมกลัวกัน
เนื้อเรื่องจะเหมือนกับหนังสยองขวัญหลายเรื่องที่ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน ไม่ได้บอกที่มาอย่างชัดเจนของความลึกลับ ว่าเป็นใคร มาจากไหน มีเหตุผลอะไร ทุกอย่างให้เราตีความและไปคิดเอาเอง ตรงนี้คือเป็นข้อดีและข้อเสียอย่างนึง บางคนชอบ บางคนไม่ชอบเนาะ
+ตัวละคร
ตัวละครในเรื่องมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติกันทั้งหมด
ตัวละครที่โดดเด่นสองตัวคือ อินเดีย นางเอกของเรา และ โอเดสซา สาวรับใช้ที่มีความรู้เกี่ยวกับไสยศาสตร์
อินเดีย เป็นเด็กอายุ 13 ที่ฉลาดและขี้สงสัย เพราะถูกเลี้ยงดูแบบเหมือนผู้ใหญ่ ทำให้เธอไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่โวยวาย มีแค่การตั้งคำถามกับคนอื่น และอยากรู้ด้วยตัวเอง
หลายครั้งเราจะรู้สึกว่าอินเดียเป็นผู้ใหญ่เกินตัว แต่ถ้าอ่านไปเรื่อยๆจะรู้ว่า ที่เป็นแบบนี้ เพราะถูกเลี้ยงมาแบบผู้ใหญ่ ทำให้กลายเป็นเด็กที่ฉลาดแต่เหมือนขาดความสามารถทางอารมณ์(เป็นกันทั้งบ้านอ่ะ)เป็นตัวเอกที่น่าสนใจดี
โอเดสซา เป็นสาวรับใช้ที่ทำงานมานานหลายสิบปี โอเดสซา เป็นคนเดียวที่ยังทำเหมือนอินเดียเป็นเด็ก คือคอยสอนสิ่งต่างๆให้ แต่ก็ไม่มาก พอที่จะห้ามเด็กไม่ให้เข้าบ้านหลังที่ 3 นะ
โอเดสซามีความรู้เกี่ยวกับไสยศาสตร์และวูดู ตามความเชื่อของหญิงผิวดำสมัยก่อน เธอเป็นตัวละครหลักที่คอยช่วยอินเดีย และ สอนอินเดียเกี่ยวกับไสยศาสตร์และบ้านหลังที่ 3
ตัวละครอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นบทเสริม เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่ชวนอึดอัด ไม่ค่อยมีการเปิดใจกัน คือ รักกันละ แต่ไม่บอกกัน
ตอนอ่านจะรู้สึกว่าถ้าคุยกันมากกว่านี้ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ แต่บ้านนี้เหมือนคุยกันเท่าที่จำเป็น
+ความรู้และวัฒนธรรมในเรื่อง
ผมเป็นคนดูหนังและซีรีย์เยอะนะ ยุคคาวบอยหรือหนังสมัยก่อนก็ดู แต่หนังกับซีรีย์เป็นสื่อหลัก วัฒนธรรมหลายอย่างจะเบาลง เป็นข้อจำกัดเพื่อให้สื่อได้กับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ติดเรท
เรื่องนี้เป็นนิยายเก่า เลยไม่มีข้อจำกัด มีหลายครั้งที่ผมอ่านละ รู้สึก “อะไรวะ” มาก อย่าง คนเป็นพ่อ รินเหล้าสก็อต(เกือบเพียว)ให้ลูกดื่ม ลูกเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 13 นะเนี้ย
สมัยก่อน วัฒนธรรมผู้ดีทางใต้จะเลี้ยงลูกให้เป็นผู้ใหญ่ กินกาแฟตั้งแต่เด็ก ปกติ รินเหล้าให้ลูกดื่ม เพื่อให้ใจเย็นลง ปกติ
ในเรื่องจะไม่เรียก พ่อ แม่ กันเลย จะเรียกกันด้วยชื่อตลอด หลายครั้งจะรู้สึกว่า อินเดียไม่ใช่เด็กอายุ 13 แต่เป็นผู้ใหญ่อายุ 20 ต้นๆ จากสิ่งที่อินเดียทำและคนรอบข้างปฏิบัติกับอินเดีย
ในเรื่องจะไม่มีใครทำเหมือนกับอินเดียเป็นเด็ก ให้ความรู้สึกเดียวกับเวลาที่เราดูหนังเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษหรือผู้ดียุคก่อน ที่ทำเหมือนกับว่า เด็กคือผู้ใหญ่ที่ตัวเล็ก ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนหรือเหตุการณ์อะไร เด็กต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง จะไม่มีเรียกร้องผู้ใหญ่ให้ช่วยเหลือ เป็นรูปแบบของวัฒนธรรมผู้ดีสมัยก่อน
คำศัพท์มีบ้างที่ ผู้เขียนใช้คำศัพท์สำเนียงใต้ อย่าง cain,cain’t(can't),law(Lord),y'all(you all) บอกไว้หน่อย เผื่อไม่ชิน
+สรุป
สำหรับเรื่องนี้ ใครเป็นแฟนนิยายสยองขวัญ บรรยากาศผู้ดีทางใต้ บอกเลยว่าต้องอ่าน คำบรรยายดี เข้าใจง่าย สยองขวัญ มีความโหดพอประมาณ อ่านแล้วได้ดราม่าเบาๆ สยองขวัญหนักๆ และวัฒนธรรมผู้ดีทางใต้เต็มๆ
คะแนน 8.4/10 ชอบมาก มีอ่านซ้ำ