หากมีการแก้ไขกฎหมายและนำ Blockchain มาใช้ในการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเมืองครับ ซึ่งมีทั้งจุดที่ "น่าทึ่ง" และจุดที่ "น่ากังวล" ดังนี้:
🟢 ข้อดี (Pros)
ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency & Auditability): ทุกคะแนนจะถูกบันทึกเป็น Ledger ที่แก้ไขไม่ได้ ประชาชนสามารถใช้รหัสส่วนตัวตรวจสอบได้ว่าคะแนนของตนถูกนับจริงไหม และนับไปที่ใคร โดยที่ยังรักษาความลับได้ผ่านการเข้ารหัส
ลดการทุจริตในระดับหน่วยเลือกตั้ง: ป้องกันปัญหา "บัตรเขย่ง" หรือการยัดบัตรลงหีบ เพราะระบบบล็อกเชนจะไม่อนุญาตให้สร้างคะแนนขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีที่มาที่ไป
เพิ่มการเข้าถึง (Inclusivity): ช่วยให้คนไทยในต่างแดน หรือผู้พิการ/ผู้ป่วยติดเตียง สามารถลงคะแนนจากที่ไหนก็ได้ผ่านมือถือ ไม่ต้องลำบากเดินทางไปหน่วยเลือกตั้ง
ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว: แม้ช่วงแรกจะลงทุนระบบสูง แต่ในระยะยาวจะลดค่าจัดพิมพ์บัตรกระดาษ ค่าขนส่งหีบบัตร และค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่นับคะแนนจำนวนมหาศาล
รู้ผลเร็วและแม่นยำ: การนับคะแนนจะเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ (Real-time) ทันทีที่ปิดหีบดิจิทัล ไม่ต้องรอขนหีบไปนับที่รวมคะแนน
🔴 ข้อเสียและอุปสรรค (Cons)
ความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์ (Cybersecurity): แม้บล็อกเชนจะเจาะยาก แต่ "เครื่องมือของผู้ใช้" (มือถือ) อาจถูกมัลแวร์แฮ็ก หรือระบบการยืนยันตัวตน (KYC) อาจถูกสวมสิทธิ์
ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide): ประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี อาจเข้าไม่ถึงสิทธิ์ หรือรู้สึกว่าระบบใช้งานยากเกินไป
การขายเสียงในรูปแบบใหม่: หากโหวตจากที่บ้านได้ หัวคะแนนอาจไปนั่งคุมถึงบ้านเพื่อให้กดเลือกตามที่ต้องการ ซึ่งต่างจากคูหาเลือกตั้งที่เป็น "พื้นที่ปิด" ซึ่งหัวคะแนนเข้าไม่ถึง
ความไว้วางใจของประชาชน (Trust Issues): การมองไม่เห็นการ "นับกระดาษ" ด้วยตาเปล่า อาจทำให้คนบางกลุ่มรู้สึกไม่เชื่อมั่นในผลการเลือกตั้ง และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองได้ง่ายหากระบบถูกโจมตีว่า "ล็อคผล
🔄 ขั้นตอนที่เปลี่ยนไป (ตัวอย่าง)
หากเปลี่ยนกฎหมายสำเร็จ ขั้นตอนจะเปลี่ยนจาก "การเข้าคูหา" เป็น "การทำธุรกรรม" ดังนี้ครับ:
ยันตัวตน: ใช้ ThaID หรือ E-KYC เพื่อรับ Digital Ballot (Token)
ลงคะแนน: เลือกเบอร์ที่ชอบ ระบบจะเข้ารหัส (Encrypt) คะแนนนั้น
บันทึก: คะแนนจะถูกส่งเข้าไปใน Node ของบล็อกเชน (เช่น Node ของ กกต., มหาวิทยาลัย, และตัวแทนพรรคการเมือง)
ตรวจสอบ: ผู้โหวตได้รับ "Receipt Hash" เพื่อไปเช็คในระบบภายหลัง
ก้าวต่อไป: ในไทยอาจเริ่มจากการเลือกตั้ง "ระดับท้องถิ่น" หรือ "ประชามติ" เป็น Sandbox ก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจ
หากมีการแก้ไขกฎหมายและนำ Blockchain มาใช้ในการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเมือง
🟢 ข้อดี (Pros)
ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency & Auditability): ทุกคะแนนจะถูกบันทึกเป็น Ledger ที่แก้ไขไม่ได้ ประชาชนสามารถใช้รหัสส่วนตัวตรวจสอบได้ว่าคะแนนของตนถูกนับจริงไหม และนับไปที่ใคร โดยที่ยังรักษาความลับได้ผ่านการเข้ารหัส
ลดการทุจริตในระดับหน่วยเลือกตั้ง: ป้องกันปัญหา "บัตรเขย่ง" หรือการยัดบัตรลงหีบ เพราะระบบบล็อกเชนจะไม่อนุญาตให้สร้างคะแนนขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีที่มาที่ไป
เพิ่มการเข้าถึง (Inclusivity): ช่วยให้คนไทยในต่างแดน หรือผู้พิการ/ผู้ป่วยติดเตียง สามารถลงคะแนนจากที่ไหนก็ได้ผ่านมือถือ ไม่ต้องลำบากเดินทางไปหน่วยเลือกตั้ง
ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว: แม้ช่วงแรกจะลงทุนระบบสูง แต่ในระยะยาวจะลดค่าจัดพิมพ์บัตรกระดาษ ค่าขนส่งหีบบัตร และค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่นับคะแนนจำนวนมหาศาล
รู้ผลเร็วและแม่นยำ: การนับคะแนนจะเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ (Real-time) ทันทีที่ปิดหีบดิจิทัล ไม่ต้องรอขนหีบไปนับที่รวมคะแนน
🔴 ข้อเสียและอุปสรรค (Cons)
ความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์ (Cybersecurity): แม้บล็อกเชนจะเจาะยาก แต่ "เครื่องมือของผู้ใช้" (มือถือ) อาจถูกมัลแวร์แฮ็ก หรือระบบการยืนยันตัวตน (KYC) อาจถูกสวมสิทธิ์
ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide): ประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี อาจเข้าไม่ถึงสิทธิ์ หรือรู้สึกว่าระบบใช้งานยากเกินไป
การขายเสียงในรูปแบบใหม่: หากโหวตจากที่บ้านได้ หัวคะแนนอาจไปนั่งคุมถึงบ้านเพื่อให้กดเลือกตามที่ต้องการ ซึ่งต่างจากคูหาเลือกตั้งที่เป็น "พื้นที่ปิด" ซึ่งหัวคะแนนเข้าไม่ถึง
ความไว้วางใจของประชาชน (Trust Issues): การมองไม่เห็นการ "นับกระดาษ" ด้วยตาเปล่า อาจทำให้คนบางกลุ่มรู้สึกไม่เชื่อมั่นในผลการเลือกตั้ง และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองได้ง่ายหากระบบถูกโจมตีว่า "ล็อคผล
🔄 ขั้นตอนที่เปลี่ยนไป (ตัวอย่าง)
หากเปลี่ยนกฎหมายสำเร็จ ขั้นตอนจะเปลี่ยนจาก "การเข้าคูหา" เป็น "การทำธุรกรรม" ดังนี้ครับ:
ยันตัวตน: ใช้ ThaID หรือ E-KYC เพื่อรับ Digital Ballot (Token)
ลงคะแนน: เลือกเบอร์ที่ชอบ ระบบจะเข้ารหัส (Encrypt) คะแนนนั้น
บันทึก: คะแนนจะถูกส่งเข้าไปใน Node ของบล็อกเชน (เช่น Node ของ กกต., มหาวิทยาลัย, และตัวแทนพรรคการเมือง)
ตรวจสอบ: ผู้โหวตได้รับ "Receipt Hash" เพื่อไปเช็คในระบบภายหลัง
ก้าวต่อไป: ในไทยอาจเริ่มจากการเลือกตั้ง "ระดับท้องถิ่น" หรือ "ประชามติ" เป็น Sandbox ก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจ