ถ้านิพพานเป็นสิ่ง คือแปลผิดเต็มๆ

เนื่องจากมีการแปลผิดว่า

สิ่งๆ หนึ่งซึ่งบุคคลพึงรู้แจ้ง
“สิ่ง” สิ่งหนึ่งซึ่งบุคคลพึงรู้แจ้ง
เป็นสิ่งที่ไม่มีปรากฏการณ์ ไม่มีที่สุด
มีทางปฏิบัติเข้ามาถึงได้โดยรอบนั้น มีอยู่;
ใน “สิ่ง” นั้นแหละ ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่หยั่งลงได้;
ใน “สิ่ง” นั้นแหละ ความยาว ความสั้น
ความเล็ก ความใหญ่
ความงาม ความไม่งาม ไม่หยั่งลงได้;
ใน “สิ่ง” นั้นแหละ นามรูป ย่อมดับสนิทไม่มีเศษเหลือ;
นามรูป ดับสนิท ใน “สิ่ง” นี้
เพราะการดับสนิทของวิญญาณ; ดังนี้แล.
-บาลี สี. ที. ๙/๒๘๙/๓๔๘.

พุทธประวัติจากพระโอษฐ์( ที่มา )
“สิ่ง” สิ่งหนึ่ง ซึ่งบุคคลพึงรู้แจ้ง เป็นสิ่งที่ไม่มีปรากฏการณ์ ไม่มีที่สุด แต่มีทางปฏิบัติเข้ามาถึงได้โดยรอบ, นั้นมีอยู่. ใน “สิ่ง” นั้นแหละ ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่หยั่งลงได้. ใน “สิ่ง” นั้นแหละ ความยาว ความสั้น ความเล็ก ความใหญ่ ความงาม ความไม่งาม ไม่หยั่งลงได้. ใน “สิ่ง” นั้นแหละ นามรูปย่อมดับสนิท ไม่มีเศษเหลือ. นามรูป ดับสนิทใน “สิ่ง” นี้ เพราะการดับสนิท ของวิญญาณ, ดังนี้”.

โดยตรวจสอบแล้ว เป็นการแปล ของ พุทธทาส
คาดว่า พุทธทาส ยังรู้ไม่ทั่วถึง จึงไม่แปลผิดมาอย่างนั้น
นี้จึงเป็นต้นไม้พิษออกผลไม้พิษอย่างร้ายแรง




ซึ่งถ้านิพพานเป็นสิ่ง ​ก็จะเป็นสัสสตทิฏฐิ ทันที (คือมีความเห็นว่ามีสิ่งเที่ยงแท้)

สัสสตทิฏฐิ ๔
[๒๘] ...
...แต่สิ่งที่เที่ยงเสมอคงมีอยู่แท้ ...
...

https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/r.php?B=9&A=1&w=แต่สิ่งที่เที่ยง&pagebreak=0&fontsz=1

ควรจะแปลนิพพาน เป็น ธรรมชาติ มากกว่า แปลว่า สิ่ง
เพราะในฉบับหลวงแปลได้ถูกต้องแล้ว

...
[๓๕๐] ธรรมชาติที่รู้แจ้ง ไม่มีใครชี้ได้ ไม่มีที่สุด แจ่มใส โดยประการทั้งปวง
ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ และวาโยธาตุ ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในธรรมชาตินี้.
อุปาทายรูปที่ยาวและสั้น ละเอียดและหยาบ ที่งามและไม่งาม ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ใน
ธรรมชาตินี้.
นามและรูปย่อมดับไม่มีเหลือในธรรมชาตินี้.
เพราะวิญญาณดับ นามและรูปนั้นย่อมดับไม่มีเหลือในธรรมชาตินี้ ดังนี้.
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้แล้ว. เกวัฏฏ์ คฤหบดีบุตรมีใจชื่นชม เพลิดเพลิน
ภาษิตของพระผู้มีพระภาค ดังนี้แล.
จบเกวัฏฏสูตร ที่ ๑๑.
-----------------------------------------------------
             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๙ บรรทัดที่ ๗๓๑๗-๗๘๙๘ หน้าที่ ๓๐๖-๓๒๙.
https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=9&A=7317&Z=7898&pagebreak=0&fontsz=1

เห็นได้ชัดว่า ตำราต้นเหตุมาจากพุทธทาสซึ่งแปลผิดมา เต็มๆ​
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่